ฉากแห่งความประทับใจ 49

Home / ข่าวหนัง / ฉากแห่งความประทับใจ 49

คอลัมน์ อาทิตย์เธียเตอร์
โดย พล พะยาบ

 

ถือเป็นธรรมเนียมนะครับ ถึงสิ้นปีทีไรต้องมานั่งทบทวนเพื่อคัดเลือก “ฉากแห่งความประทับใจ” ในรอบปีกันสักที แม้ว่าปกติพื้นที่นี้จะเน้นเขียนถึง “หนังด้อยโอกาส” เป็นหลัก แต่หากพูดถึงฉากประทับใจก็ต้องเลือกจากหนังที่เข้าฉายหรือได้เผยแพร่ในบ้านเราน่าจะเหมาะที่สุด

เพราะตั้งใจแต่แรกว่าจะเลือกเพียง 5 ฉาก หลายฉากจากหลายเรื่องที่ยังอยู่ในความทรงจำแต่ว่ายังเด่นไม่พอหรือด้อยกว่าด้วยเหตุผลประกอบอื่นๆ จึงหลุดโผไป เช่น ฉากเครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดใน United 93 ฉากเด็กน้อยรับโทรศัพท์ติดระเบิดใน Munich ฉากคลอดลูกของจางจื่ออี้ ใน Jasmine Women และฉากที่ เรล์ฟ ไฟน์ส เดินอย่างสิ้นหวังและสำนึกผิด ณ ดินแดนอ้างว้างอันเป็นที่ที่ภรรยาของเขาถูกฆาตกรรม ใน The Constant Gardener

ทีนี้มาดูกันว่า 5 ฉากแห่งความประทับใจประจำปีนี้มีอะไรบ้าง

1.”พลีชีพลำพัง”- Paradise Now

ซาอิดกับคาเลด ชาวเมืองนาบลัสในเขตเวสต์แบงก์ ได้รับภารกิจ “ระเบิดพลีชีพ” ในอิสราเอล แต่แผนการสะดุดและสุดท้ายต้องยกเลิก

หลังจากเรื่อยๆ มาเรียงๆ กับการเฝ้าดูซาอิดตระเวนข้ามไปมาระหว่างพรมแดน ไปหาแม่ที่บ้าน หาผู้หญิงที่เขารัก โดยที่ระเบิดยังพันอยู่รอบตัว ในที่สุดซาอิดยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อคนเดียว คาเลดพยายามเปลี่ยนใจเพื่อนโดยนั่งรถตามไปอิสราเอลด้วย

ฉากดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างฉับไวในภาวะกดดันแสนสาหัส เราได้เห็นสีหน้าแน่วแน่ของซาอิดและอาการตื่นตกใจของคาเลดโดยมีเพียงกระจกรถคั่นกลาง เสียงรอบข้างเงียบงันจนผู้ชมอาจได้ยินเสียงใจตนเองเต้นพร้อมกับคำถามดังก้อง…ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?

 

2. “ความตายอันไร้ค่า” – Syriana

เป็น 2 ฉากต่อเนื่องกัน โรเบิร์ต (จอร์จ คลูนีย์) เจ้าหน้าที่ซีไอเอ พยายามเตือนเจ้าชายนาเซียร์ ผู้เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการครอบครองผลประโยชน์น้ำมันของสหรัฐอเมริกา ว่ากำลังจะถูกลอบสังหาร เขาหยุดขบวนรถของเจ้าชาย โบกผ้าสีขาวแสดงความบริสุทธิ์ใจ ทว่าไม่กี่วินาทีจากนั้น…มฤตยูได้เดินทางมาถึง

ฉากต่อมา วาซิม เด็กหนุ่มชาวปากีสถานที่ต้องตกงานหลังจากบริษัทน้ำมัน 2 แห่งควบรวมกิจการกัน ขับเรือติดหัวระเบิดพุ่งชนเรือบรรทุกน้ำมันของบริษัทดังกล่าว

2 ฉากนี้คือไคลแมกซ์ที่เชื่อมระหว่างเรื่องราวมากมายซึ่งหนังปูมาตั้งแต่ต้นกับเหตุการณ์ต่อเนื่องจากนั้นที่แสดงให้เห็นว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผลประโยชน์อันชั่วช้ายังคงทำหน้าที่ของมันเสมอ

 

3.”การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่” – Elizabethtown

ดรูว์ เบย์เลอร์ (ออแลนโด บลูม) เดินทางกลับบ้านหลังจากจัดงานศพพ่อที่เคนตั๊กกี้ ก่อนหน้านี้เขาคิดฆ่าตัวตายเพราะรองเท้ากีฬาที่ตนเองออกแบบก่อหายนะมูลค่ามหาศาล การเดินทางครั้งนี้คือการกลับไปเผชิญหน้ากับเรื่องร้ายๆ ที่รอเขาอยู่ โชคดีที่ดรูว์ได้รู้จักแคลร์ (เคียร์สเตน ดันสต์) แอร์โฮสเตสสาวผู้ร่าเริง เธอมอบแผนที่ชื่อว่า “อเมริกาของเรา” ให้ดรูว์ ย้ำให้เขาขับรถตามเส้นทางและแวะเยี่ยมสถานที่ที่เธอกำหนด

สถานที่ต่างๆ ตามรายทาง อาทิ แม่น้ำมิสซิปซิปปี้ เมืองเมมฟิส ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแต่มีความหมาย-ที่มา มีเรื่องราวเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา กระทั่งทำให้ดรูว์ค่อยๆ มองเห็นคุณค่าของตนเอง

ฉากต่อเนื่องหรือซีเควนซ์นี้ดูอบอุ่นอ่อนโยนยิ่งนัก ให้ความรู้สึกเศร้าแต่มีความหวัง ออร์แลนโดแสดงได้ดีอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ที่สำคัญคือเพลงที่เปิดประกอบล้วนแต่ไพเราะทั้งนั้น

พูดได้ว่าเฉพาะซีเควนซ์นี้ดีกว่าหนังทั้งเรื่อง

 

 

4.”ภาพหายาก- ฉากสุดท้าย” – Miami Vice

หลังจากเจ็บช้ำล่ำลากับอิซาเบลล่า (กงลี่) แล้ว ซอนนี่ (คอลิน ฟาร์เรลล์) กลับไปยังโรงพยาบาลซึ่งทรูดี้ (นาโอมี แฮร์ริส) เพื่อนร่วมงานของเขาและเป็นแฟนสาวของริโก้ (เจมี่ ฟอกซ์) รับการรักษาอยู่ในห้องฉุกเฉิน ฉากจบของหนังคือภาพระยะไกลเห็นซอนนี่เดินเข้าประตูโรงพยาบาล

อาจจะแหวกแนวสักหน่อยที่ยกให้ฉากที่ดูแล้วไม่น่าจะมีอะไรเป็นหนึ่งในฉากประทับใจ แต่นี่คือภาพสุดท้ายของหนังที่ไม่มีทางได้เห็นในงานของผู้กำกับฯคนอื่น นอกเสียจากไมเคิล มานน์ ผู้กำกับฯผู้ละเอียดอ่อนต่อตัวละครเสมอมา แม้จะเป็นหนังแอ๊คชั่นก็ตาม

การทิ้งท้ายเช่นนี้เห็นได้บ่อยๆ ในหนังชุดหรือซีรีส์ทางโทรทัศน์เพื่อขมวดความรู้สึกให้ค้างคาและติดตาม โดย Miami Vice รวมทั้งมานน์เองคือผลผลิตจากสื่อประเภทนั้น เมื่อมาเป็นหนังใหญ่ มานน์ดึงวิธีนี้มาใช้เพื่อย้ำถึง “มิตรภาพ” ของตัวละคร ซึ่งหนังแสดงให้สัมผัสได้ตลอดทั้งเรื่องโดยไม่ต้องพยายาม “นำเสนอ”

 

5.”ความเบาหวิวเหลือทนของปลาทอง” – Me and You and Everyone We Know

บนถนนแดดแรง คริสทีน (มิแรนด้า จูไล) หญิงสาวผู้เปลี่ยวเหงา ขับรถมากับชายชราชื่อ ไมเคิล (เฮคเตอร์ อีเลียส) ทั้งสองมองเห็นถุงน้ำบรรจุปลาทอง 1 ตัว ที่พ่อ-ลูกวางลืมไว้บนหลังคารถ ไมเคิลบอกว่ารถคันนั้นต้องแล่นด้วยความเร็วคงที่ไปตลอดกาลเพื่อไม่ให้ปลาทองหล่นลงมา

ทันใดนั้น มีรถคันหนึ่งขับปาดหน้า การเบรกกะทันหันทำให้ถุงปลาทองลอยลิ่วจากหลังคารถ มันลอยคว้างกลางอากาศอย่างช้าๆ กระทั่งหล่นลงบนกระโปรงท้ายรถของสามี-ภรรยาชาวเอเชียที่ขับปาดหน้า โดยที่ถุงยังไม่แตกและปลายังปลอดภัย

คริสทีนขับรถมาอยู่หน้ารถของสามี-ภรรยาเพื่อชะลอความเร็ว โดยมีรถเจ้าของปลาทองแล่นต่อท้าย คน 6 คน บนรถ 3 คัน แล่นเรียงแถวเพื่อประคับประคองชีวิตของปลาทอง 1 ตัว

เหตุการณ์ในฉากนี้ดำเนินต่อไปจนถึงบทสรุปของชะตากรรมปลาทอง (ซึ่งขอละไว้เผื่อคนที่ยังไม่ได้ดู) นี่คือภาพเหตุการณ์ในหนังเรื่องหนึ่งที่งดงามจับใจ สื่อถึงแก่นสารของหนังได้ดีเยี่ยม หรือหากตัดมาเป็นหนังสั้นก็จะได้งานที่สมบูรณ์แบบในตัว

ครบแล้ว…5 เรื่อง 5 ฉากแห่งความประทับใจนี้ ตรงใจคุณบ้างหรือไม่

ปีหน้ามาดูหนังกันต่อครับ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์