เข้าตาพระเอกไต้หวัน เคนจิ หลงเสน่ห์ เมย์

Home / ข่าวหนัง / เข้าตาพระเอกไต้หวัน เคนจิ หลงเสน่ห์ เมย์

หลังจากขึ้นแท่นเป็นเจ้าแม่หนังสยองขวัญคนล่าสุดนางเอกสาว เมย์-พิญชนาฎ สาขากร ก็ได้โกอินเตอร์อีกครั้งในภาพยนตร์เรื่องล่าสุด THE FATALITY ของค่าย RIGHT BEYOND FILMS โดยมี จิ๊บ-ทิวา เมยไธสง รับหน้าที่เป็นผู้กำกับ ไม้เด็ดของหนังเรื่องนี้อยู่ตรงที่ต้องประกบกับพระเอกวัยรุ่นยอดนิยมของไต้หวัน อู๋เคอฉวิน ( เคนจิ วู ) นอกจากจะต้องเจอกระแสข่าวจับคู่แล้ว นางคนดังคงต้องเคลียร์ข่าวเรื่องความรักกับแฟนหนุ่ม โอ๊ค-กมลพันธ์ พหลโยธิน อีกเป็นระลอกแน่ๆ งานนี้เจ้าแม่หนังผีเปิดใจกับดาราเดลี่ว่า

ก็ไม่กลัวหรอกค่ะ เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องมีข่าวทำนองนี้อยู่แล้ว ยิ่งในเรื่องต้องมารับบทเป็นสามีภรรยากันด้วย ความใกล้ชิดและบทบาทในเรื่องก็เป็นองค์ประกอบอยู่แล้ว แต่คงไม่มากหรอกค่ะ แต่เท่าที่อ่านบทก็ไม่ได้ถึงขั้นเลิฟซีนอะไรนะ จริงๆ เพราะในเรื่องส่วนใหญ่จะเป็นบทดราม่า และสื่อไปทางการดำเนินชีวิตของครอบครัวมากกว่า ขนาดข่าวเก่าๆ ที่หนูเจอมา ไม่ว่าจะเป็นจับคู่หรือมือที่ 3 กับใคร กว่าจะเคลียร์กับแฟนหนูก็จะแย่แล้ว กว่าจะตามง้อให้หายโกรธได้แต่ละครั้งก็สุดๆ แล้ว เล่นเรื่องนี้ก็เตรียมตัวไว้แหละ แต่ถ้าจะให้ดีนะขออยู่เฉยๆ ไม่เป็นข่าวก็ได้ พี่นักข่าวจะเอาข่าวอะไรก็ได้หมด แต่สำหรับข่าวจับคู่เมย์ขอละกัน

สำหรับเบื้องหลังวันวันลองชุดเพื่อโปรโมทภาพยนตร์เรื่องนี้ มีอยู่เซทหนึ่งที่จะต้องถ่ายภาพคู่กับ เคนจิ เมื่อตอนที่ทั้งคู่จะต้องถ่ายภาพอย่างใกล้ชิดและมีการสวมกอดกัน ด้านหนุ่ม เคนจิ ก็จะมีการขอโทษตลอดเวลา แถมยังจะเก้ๆ กังๆเวลาโพสต์ท่าเสียด้วย ก็จะไม่ให้ขอโทษได้อย่างไรเมื่อภาพที่นำมาฝากให้ทุกคนเป็นรูปที่ฝ่ายชายได้สวมกอดอยู่ด้านหลัง และนำคางมาเกยกับไหล่ของนางเอกอยู่ด้านหนึ่ง และมือทั้งสองก็ประคองสวมกอดพอหลวมๆ เพื่อไม่ให้อึดอัด ดูแล้วเต็มไปด้วยความห่วงใย งานนี้ใครๆ หลายคนที่เฝ้าดูการทำงานต่างก็กระซิบมาว่าเป็นคู่พระนางที่เหมาะสมกันไม่น้อย

เท่านั้นยังไม่พอในวันนั้นผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ เคนจิ ผ่านทางล่ามว่าเขาได้รับบริสแบรนด์ในหลวงสีเหลือง จากนางเอกคนดังของเราด้วย ทำให้ดีใจยกใหญ่จนออกอาการเขินอาย เมื่อผู้สื่อข่าวเฝ้าสังเกตการณ์ในบางช่วงที่มีการให้สัมภาษณ์ เมย์ ต้องสบตากับ เคนจิ อีกยิ่งสร้างความขวยเขินให้กับทั้งคู่ คงต้องติดตามต่อไปว่าคู่พระนางคู่ใหม่นี้จะมีรักโปรโมทเกิดขึ้นหรือไม่

ที่มา daradaily