ทีมงาน ?ไฟนอล สกอร์? เปิดใจ เจออุปสรรคร้อยแปด

Home / ข่าวหนัง / ทีมงาน ?ไฟนอล สกอร์? เปิดใจ เจออุปสรรคร้อยแปด

ต้องมาตามติดถ่ายทำชีวิตเด็กเอนทรานซ์ เป็นเวลา 1 ปี แบบไม่มีบท ไม่มีสคริปต์ คงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทีมงานหนัง ไฟนอล สกอร์ 365 วันตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ ซึ่งทีมงานต้องเจอกับปัญหาร้อยแปด ทั้งเรื่องงานขณะถ่ายทำ เพราะไม่รู้ล่วงหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง แล้วก็ปัญหาชีวิตส่วนตัวที่รุมเร้า แต่พวกเขาต้องฝ่าฟันไปให้ได้ เพื่องาน วันนี้ทีมงานทั้งหมด 5 ชีวิต เริ่มจาก แอน- โสรยา นาคะสุวรรณ ผู้กำกับ หมู-อนุรักษ์ คงคา ตากล้อง ผิง-ปาณยา ฉมาพร ผู้ช่วยผู้จัดการกองถ่าย ลูกปัด-กันยรัตน์ พุทธศาสน์ และ น้าต้อย-ยุทธศิลป์ พวงพุฒิ คนขับรถ มานั่งเปิดใจคุยกับ บันเทิงเดลินิวส์ ถึงการทำงานทั้งหมดที่ผ่านมา แบบคำต่อคำ

ครั้งแรกที่ได้ทำงานนี้รู้สึกอย่างไร?

แอน : รู้ว่าได้ทำก็ตกลงทำเลย เราว่ามันน่าสนใจ ตอนนั้นรู้ว่าโจทย์ต้องทำงานด้วยกัน 1 ปี ยังไม่รวมการเตรียมงานและการตัดต่อ ทีมงานแต่ละคนที่มาเจอกันเหมือนเป็นส่วนผสมที่ลงตัว พี่ที่เป็นโปรดิวเซอร์ช่วยฟอร์มทีมนี้ขึ้นมา เรารู้ว่ามันเป็นงานที่หนักมาก ๆ แล้วก็ไม่รู้ว่าท้ายสุดผลจะเป็นยังไง จะประสบความสำเร็จรึเปล่า แต่เรามองดูว่ามันเป็นงานที่ท้าทาย

หมู : รู้สึกว่ามันเป็นโจทย์ที่ยากมาก เพราะมันไม่มีสคริปต์เลย ดังนั้นเราต้องบันทึกทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้าให้ได้ เราต้องมาคุย มีดีไซน์การทำงานว่าเราจะทำกันยังไง

ผิง : มาทำงานนี้ตอนเพิ่งจบ พี่เขาถามว่าสนใจไหม ก็สนใจเลย เพราะบ้านเรายังไม่เคยมีหนังแบบนี้ มองว่าเป็นโอกาส อะไรเข้ามาก็ทำ เพราะอยากเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่



ตอนเลือกน้อง ๆ ใครไปเลือกบ้าง?

ลูกปัด : ทีมงานทุกคนจะออกไปหาต่างที่กัน อย่างไปสยาม ไปเกษตร ไปหาตามโรงเรียน เราจะเริ่มหาตอนที่น้องเขาอยู่ ม.5 เราเลือกจากทุก รร. ในกท. ทั้งชานเมืองและกลางเมือง แล้วก็มาเจาะลงที่ รร.นี้ คือเราเลือกน้องเปอร์ ซึ่งอยู่ในกลุ่มนี้ ก็เลยได้เป็นเด็ก รร.สวนกุหลาบ

แอน : เปอร์พาเราไปสู่เด็กคนอื่น ๆ ในชั้นเรียนของเขา เราไม่ได้เลือกที่ รร.สวนกุหลาบ แต่เราสนใจเปอร์ ทีมงานเลยต้องไปถ่ายที่ รร.เขาจนมาถึงตัวละครเอก 4-5 ตัวในเรื่อง


เป็นโรงเรียนชายล้วนไม่จืดแย่เหรอ?

แอน : ไม่นะ สนุก กลายเป็นสีสันในชีวิตของเด็กผู้ชาย ถ้าเป็นโรงเรียนสห หรือหญิงล้วน หนังอาจจะเป็นอีกแบบ แต่เราสนใจเปอร์ ถึงจะเป็นชายล้วนก็ไม่เป็นไร แต่มันอยู่ที่เนื้อหาของเรื่องอยู่ดี


มันยากง่ายต่างจากหนังเรื่องอื่นอย่างไร?

ลูกปัด : เราต้องทำตัวเหมือนนักข่าว เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต้องมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ามาก ๆ มันไม่เหมือนหนังที่เรามีบทขึ้นมา ที่เราสามารถแพลนได้ แต่อันนี้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีที่เด็กไปไหนแล้วเขาไม่บอกเราก็มี บางทีน้องเขาอยากได้เวลาส่วนตัว เขาไม่อยากให้เราตาม มันเป็นเรื่องเซนซิทีฟ แต่เราจะรู้เองว่าจะทำยังไง เพราะเราก็อยู่กับเขามาระยะหนึ่งแล้ว


มีอุปสรรคอะไรบ้าง?

ลูกปัด : มีตลอดเวลา อุปสรรคเยอะ ที่เจอหนัก ๆ ก็คือเด็กต้องสอบ แล้วเราต้องไปถ่าย ทำให้ทุกฝ่ายมองว่าเราเข้าไปรบกวนเขาที่เด็กจะต้องมีสมาธิในการทำข้อสอบ มันเป็นการทำงานที่ยากมาก มีเหมือนกันที่อาจารย์รำคาญ มันไม่คุ้นกัน แต่พอเห็นความตั้งใจของเราเขาก็ให้ถ่าย

แอน : ทุกอย่างคืออุปสรรค ตั้งแต่จะทำยังไงให้เด็กเป็นธรรมชาติหน้ากล้อง เขายอมให้เราถ่ายในสิ่งที่เขาเป็น จับความรู้สึกของเขาให้ได้ นอกเหนือจากนี้ก็คือการหาประเด็นจากหนังว่าเราต้องการจะบอกอะไร ใน 365 วัน ชีวิตคน จริง ๆ มันเกิดอะไรมากมาย เราต้องคุมให้ดี ตรงนี้คือความยาก ใน 1 ปีที่ทำงานห้ามป่วย เพราะมันไม่มีตำแหน่งแทนกัน ทุกคนคือล้อที่จำเป็นของรถคันนี้ ถ้าเกิดหมูป่วยก็ถ่ายภาพเอง ถ้ามันเป็นวันที่สำคัญจริง ๆ แล้วเรื่องราวที่เกิดขึ้นมีแค่ครั้งเดียว มันไม่มีเทค แล้วถ้าเกิดภาพใช้ได้ล่ะ จะทำยังไง มีเหมือนกันที่เราตื่นมาเช้ามาก มาตามเขา แต่พอมาถึงเขาหนีไปเลย หาไม่เจอ


ชีวิตส่วนตัวทีมงานล่ะหายไปขนาดไหน?

ลูกปัด :
ของเราไม่มีปัญหานะ แต่คนอื่นต้องถามเขาเอง

แอน : ก็แก้ปัญหาเอาแฟนมากองถ่าย มาช่วยทำงาน อยู่ด้วยกันไปเลย

หมู : ชีวิตรักของผมตอนนี้ไม่อยู่แล้ว เป็นโสด เรารับงานมาแล้วก็ต้องรับผิดชอบให้ถึงที่สุด ก็อาศัยปรับความเข้าใจไปเรื่อย ๆ แต่ตอนนี้กลายเป็นอย่างอื่นไปแล้ว แต่เราเชื่อว่าหนังจะออกมาดี อย่างอื่นก็ไม่คิดถึงแล้ว

ผิง : ก็มีปัญหากับที่บ้าน เพราะไม่ได้เจอหน้าพ่อแม่เลย จากเด็กที่เลิกเรียนกลับบ้าน แต่บางเดือนคุยกันน้อยมาก เรากลับไปดึกก็นอน เช้าก็ออกเช้า

น้าต้อย : ของผมที่บ้านเข้าใจ เพราะคลุกคลีกับกองถ่ายมาเยอะ


คาดหวังหนังไว้อย่างไรบ้าง?

แอน :
แค่ถ่ายเสร็จก็ภูมิใจแล้ว ไม่ใช่ว่าเราไม่รู้ว่าเราจะไปไหนซะทีเดียว เรามั่นใจว่ามันจะออกมาดี คนดูจะได้อะไรเยอะเลย ได้รู้ว่าเด็กเขาต้องทุกข์ทรมานขนาดไหน ได้ความสนุกและได้อะไรดี ๆ กลับมาคิดต่อ

ลูกปัด : เราไม่ได้คิดถึงเรื่องเงินเลย ถ้ามันจะไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้ เพราะมันเป็นปกติของหนังทุกเรื่อง เราคาดเดาไม่ได้ว่ามันจะประสบความสำเร็จรึเปล่า ถ้าไม่ทำเงินก็ไม่ผิดหวัง เพราะเราตั้งใจกับงานที่เราทำไปแล้ว เรารู้สึกว่างานชิ้นนี้เป็นงานที่ดีที่สุดชิ้นหนึ่ง

หมู : สารคดีในความเข้าใจของคนทั่วไป ภาพอาจจะดูยาก พอผมมาทำก็อยากให้ดูเหมือนหนัง คือให้มันดูแบบสบาย ๆ

ผิง : ไม่ว่าใครก็ตาม เด็ก ผู้ใหญ่ ดูแล้วอาจจะได้อะไรกลับไปคิดเพิ่มขึ้น

ชีวิตเด็กเอ็นท์ จะทรหดอดทน และต้องเจอกับอะไรบ้าง คำตอบ ทั้งหมดมีอยู่ในหนังแล้ว แต่ที่แน่ ๆ ทีมงานต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจกันสุด ๆ เพื่อผลงานที่ออกมาดีที่สุด ติดตาม ไฟนอล สกอร์ ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ ได้1 ก.พ. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์.

ที่มาจากหนังสือพิมพ์