ติ๊กเซ็นสัญญาค่ายหนัง หลังเล่นหนังกี่เรื่องก็เป๊ก

Home / ข่าวหนัง / ติ๊กเซ็นสัญญาค่ายหนัง หลังเล่นหนังกี่เรื่องก็เป๊ก

พักหลังเล่นหนังกี่เรื่องก็แป๊ก โดยเฉพาะ ” พระ เด็ก เสือ ไก่ วอก” แต่พระเอกสุดฮอต ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ไม่เข็ด

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ล่าสุดโดดไปเล่นหนังเรื่อง “Deep In The Jungle” ของค่ายพระนครฟิล์มอีกแล้ว แถมคราวนี้ยังข้ามขั้นถึงขั้นเซ็นสัญญาผูกมัดถึง 2 ปี เจ้าตัวแจงค่ายหนังให้โอกาส และรักการเล่นหนัง จึงยอมจับปากกาเซ็นสัญญาแต่โดยดี

“ผมชอบหนังมาก ในเมื่อพระนครฟิล์มให้โอกาส ผมเลยคิดว่าเป็นโอกาสที่ดี เพราะการเล่นหนังไม่ใช่ใครจะมาเล่นก็ได้ แล้วค่ายหนังก็ค่อนข้างเยอะ ผมเชื่อว่าในหนังแต่ละสไตล์ก็ต้องการนักแสดงหลายรูปแบบ ไม่ใช่เฉพาะผมคนเดียว ผมเป็นแค่ผู้หนึ่งที่ทำงานในวงการเท่านั้น ผมเซ็นสัญญากับพระนครฟิล์ม 2 ปี ต่อหนัง 3 เรื่อง ตอนนี้ผมจะเล่นเป็นเรื่องๆ ไป แล้วแต่ทางผู้บริหารว่าจะยังไง”

 “ที่เป็นพระเอกแป๊ก สงสัยไม่ได้ฝนหัวคิว (หัวเราะ) ในฐานะนักแสดงเราก็เล่นให้เต็มที่ สำหรับทางพระนครฟิล์มก็ยังไว้เนื้อเชื่อใจกัน คือไม่ได้บอกว่าเราจะทำให้หนังขายดีหรือไม่ดี หน้าที่ของผมคืออาชีพนักแสดง ในเมื่อมีนายทุนอยากจะทำหนังสักเรื่องหนึ่ง แล้วชวนเรามาคุย เมื่อการสนทนานั้นเกิดความสนุก และทั้งคู่อยากทำงานร่วมกัน เลยตัดสินใจทำงานร่วมกัน และด้วยจรรยาบรรณ และระเบียบวินัย เราก็ต้องทำงานนั้นๆ ให้คนที่มาจ้างเราแฮปปี้กับงาน เมื่อเขาแฮปปี้กับงานแล้ว นั่นแหละคือหน้าที่ของเรา ส่วนผลจะออกมายังไงค่อยว่ากันอีกที ถ้าเกิดผลออกมาดี ผมก็ดีใจด้วย แน่นอนเราทำงานก็อยากให้หนังประสบความสำเร็จ แต่มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถจะคาดเดาได้ ถ้าเรารู้ล่วงหน้าก่อนทุกคนคงรวยกันไปหมดแล้ว”

ส่วนกรณีมีการเปรียบเทียบกับพระเอกขวัญใจสาวๆ เคน-ธีรเดช ที่ว่ากันว่ามาแรงจนคว้าบทในละครหลายๆ เรื่องไปจากมือหนุ่มติ๊กแบบเห็นๆ เรื่องนี้พระเอกหนุ่มกล่าวว่า “อย่าไปคิดแบบนั้น ผมเองหรือเคนเองก็เป็นเพื่อนร่วมงาน และถือว่าเราทำงานอยู่ในวงการเดียวกัน เราเองก็ไม่เคยเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครอยู่แล้ว ทุกวันนี้ที่ทำงานต้องพยายามเอาชนะตัวเองให้ได้ พรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้สำหรับเจษฎาภรณ์ ส่วนเรื่องใครจะแทนใคร ผมว่าแล้วแต่มุมมอง ต้องถามว่าในหัวใจมีใครมากกว่า (หัวเราะ)”

 ด้านความสัมพันธ์กับไฮโซสาว “พีช” เจ้าของห้องเสื้อ “พิซซี่” หนุ่มติ๊กบอกว่า ความสัมพันธ์นิ่งสนิท เนื่องจากไม่ค่อยมีเวลา เลยไม่อยากมีใครมาเป็นห่วงผูกคอ “ก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง บางทีผมรู้สึกเกรงใจที่ไปพูดถึงบุคคลอื่น พูดไปก็ทำให้สับสน คือแต่ไหนแต่ไรมาผมแฮปปี้กับการทำงาน เราอยู่ตัวคนเดียวกับการทำงาน ถ้าเผื่อมีใคร มันจะยิ่งไปกันใหญ่ ผมเป็นคนขี้เกรงใจด้วย กลัวไปทำงานเล่นกับนางเอกคนโน้นคนนี้แล้วจะต้องมาเกรงใจเขา ตอนนี้ผมก็ไม่ได้โทรคุยกับใคร โทรคุยกับตั้น (พิเชษฐ์ไชย ผลดี) อย่างเดียว”

“ที่ไม่มีใครเพราะเราไม่มีเวลาด้วย ว่างนิดหน่อยผมก็ออกเดินทาง มันเป็นไลฟ์สไตล์ที่ผมรัก ผมเลยหาคนมาเข้าป่าด้วยลำบาก เพราะบางที่ที่ผมไปผู้หญิงจะไปด้วยลำบาก จะให้มาเข้าป่าพิสูจน์รัก เหมือนขึ้นภูกระดึงก็ไม่ได้ (หัวเราะ) แล้วเรื่องแบบนี้ไม่ใช่อยู่ดีๆ เราจะไปจับฉลากใครมา มันเป็นเรื่องของเวลาว่า มันใช่หรือเปล่า ต้องค่อยๆ ดูกันไป และเราต้องดูตัวเองด้วยว่า ดีหรือเปล่า บางทีเราอาจจะไม่ดี จนไม่มีสิทธิ์ไปเลือกคนอื่นก็ได้ ส่วนมากผมจะเป็นคนถูกเลือกครับ (หัวเราะ) ผมเป็นคนช้อยส์ไม่เยอะ ส่วนมากพอรู้จักกันจะเป็นเพื่อนสนิทกันมากกว่า ผมว่าแบบนี้ดีกว่าเยอะเลย ส่วนหลังจากนั้นค่อยว่ากันไป”

 ถามว่าความเป็นพระเอกดัง ทำให้ตั้งคุณสมบัติสาวที่จะมาเป็นแฟนไว้สูงหรือไม่ พระเอกหนุ่มปฏิเสธเสียงแข็งว่า “ไม่หรอกครับ ผมว่าคุณสมบัติตัวเองไม่ดีมากกว่า ก่อนที่เราจะไปพูดถึงความอยากได้ของเรา เราต้องดูตัวเองก่อน คนทุกคนมีข้อเสีย สำหรับผมจะเป็นคนบ้างาน และไม่สนใจใคร ดังนั้นเราต้องดูตัวเองว่า พร้อมหรือยัง มากกว่าจะไปบอกว่าตัวเองต้องการอะไร” “ถามว่ามีเหงาบ้างมั้ย เฉยๆ นะ ผมว่าเวลาเราอยู่นิ่งๆ มันทำให้คิดอะไรได้เยอะ แล้วผมเป็นคนชอบคิดหลายๆ เรื่อง แต่ถ้ามีห่วงมันจะทำให้พะวักพะวง กังวลไปหมด ดังนั้นถ้าใครจะเข้ามา เขาจะต้องเข้าใจเรา และเราก็ต้องเข้าใจเขาด้วย”

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ