คำถามจากงานสุพรรณหงส์

Home / ข่าวหนัง / คำถามจากงานสุพรรณหงส์

งานประกาศผลรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 16 ประจำปี พ.ศ.2549 ที่ผ่านมา นอกจากจะมีเรื่องที่ผู้คนกล่าวขานกันอย่างมากเรื่องชุดแต่งกายของสามสาว “เอมี่ โชติรส สุริยะวงศ์,นิว กีรติกร รัตต์กุญชร” และ “ต้องรัก อัศวรัตน์” ซึ่งมีการผ่า การเว้า หรือโปร่งใสเยอะจนเกินงาม (อย่างที่รู้ๆ กันว่าบางคนไม่ใช่แค่ผ่าลึกหรือผ่าสูง แต่ถึงขนาดผ่าตลอด) แล้ว ยังมีอีกเรื่องที่ทำให้คนในวงการหนังต้องพูดถึงกันก็คือในเรื่องผลรางวัลที่หลายคนรู้สึกค้านสายตาคนดูเหลือเกิน

“เรียกได้ว่าปีก่อนก็รู้สึกแล้ว มาปีนี้ยิ่งรู้สึกกว่า”

ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์รุนแรง ว่าทำไมบริษัทสหมงคลฟิล์มถึงได้รางวัลสุพรรณหงส์จากสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติถึง 12 รางวัล โดยหนึ่งในนั้นมีรางวัลที่เป็นที่ครหามากที่สุด อย่างรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมซึ่งตกเป็นของ “เฉลิม วงศ์พิมพ์” จากภาพยนตร์เรื่อง “คนไฟบิน” ม้ามืดเฉือนตัวเก็งอย่าง “13 เกมสยอง” กับ “เด็กหอ” จนเกิดกระแสโจมตีอย่างหนัก ซึ่งนอกจากจะโจมตีไปถึงสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติแล้ว ยังโจมตีไปที่ “เสี่ยเจียง-สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ” ประธานบริษัทสหมงคลฟิล์ม ซึ่งเป็นอดีตนายกสมาคมสมาพันธ์ฯ รวมไปถึงโจมตีตัวงานภาพยนตร์เรื่องที่ได้รางวัลอีกด้วย

“ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ในฐานะที่เป็นโปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวและหนึ่งในผู้กำกับภาพยนตร์แถวหน้าของสหมงคลฟิล์มเลยอดรนทนไม่ไหวต้องออกมาชี้แจงและเรียกร้องให้คณะกรรมการตัดสิน ซึ่งนำโดย “ศ.ดร.สุรพล วิรุฬรักษ์” ประธานคณะกรรมการตัดสิน ออกมาเปิดเผยผลคะแนนการตัดสิน ด้วยการยื่นจดหมายขอคำชี้แจงผ่าน “นายชัยวัฒน์ ทวีวงศ์แสงทอง” นายกสมาคมสมาพันธ์ฯ คนปัจจุบัน

“ผมเริ่มทนไม่ไหวกับความเข้าใจผิด” ปรัชญาเอ่ยอย่างเหลืออด

“ความเข้าใจผิดของประชาชนส่วนใหญที่ไม่พอใจกับความไม่มีมนต์ขลังของรางวัลสุพรรณหงส์”

เป็นมนต์ขลังที่คลายลงในระยะหลังๆ หรือถ้าจะฟันธงให้จั๋งๆ ก็ต้องว่าตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่ “เกรซ(นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ” ได้รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมสุพรรณหงส์ จาก “เอ๋อเหรอ””ที่ทำให้คนเข้าใจไปว่าพอพ่อ (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) เป็นนายกสมาคมสมาพันธ์ฯ ลูกก็ได้รางวัลไปง่ายๆ

แต่ไม่มีใครเคยจะไปหาว่าจริงๆ เกิดอะไรขึ้น ปรัชญาบอก

โดยสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นปรัชญายืนยันว่าเป็นความเห็นของคณะกรรมการตัดสิน ซึ่งกรรมการสมาคมทุกคนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง

“ตอนนั้นผมก็เดือดร้อนแล้ว คิดว่าถ้าปีหน้าผมได้รางวัลขึ้นมามันจะไม่ศักดิ์สิทธิ์ แล้วพอปีนี้เราได้ เลยกลายเป็นเรื่องขึ้นมาจริงๆ” เขาบอกอย่างออกอารมณ์

พร้อมกับว่าเมื่อเป็นอย่างนี้จึงจะเรียกร้องให้สมาคมออกแถลงให้ชัดว่ารางวัลต่างๆ ที่ให้กับบริษัทสหมงคลฟิล์มนั้นให้ด้วยเหตุผลอะไร

จะได้ฟังกันเคลียร์ๆ ไปเลย

“อยากให้อธิบายหลักเกณฑ์ว่าคิดยังไง เปิดโพยเลยก็ได้ว่าใครลงให้ใคร กรรมการคนไหนให้หนังเรื่องอะไร โปร่งใสหรือเปล่า รับเงินหรือเกรงใจใครหรือเปล่า”

“ผมไม่อยากพูดว่าพอรางวัลก่อนจีทีเอชได้ไม่มีคนมาโวย”

เขาคงหมายถึงรางวัลตุ๊กตาทองและคมชัดลึกอะวอร์ดที่จีทีเอชกวาดรางวัลไปเพียบ

“แต่พอสหมงคลฯได้กลับมาโวย มันน่าน้อยใจ”

“ผมว่าการทำงานแล้วมีแฟนติดตามผลงานเป็นเรื่องที่ดี แต่การแสดงออกโดยดูถูกคนอื่นที่ตัวเองไม่ได้คลั่งไคล้เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม ผมจึงอยากให้ทุกคนดูหนังทุกเรื่องด้วยใจที่กว้าง เพราะแต่ละเรื่องก็ล้วนมีคุณค่าด้วยกันทั้งนั้น”

“สำหรับกรรมการผมเข้าใจว่ากรรมการแต่ละชุดเป็นยังไง แต่ถ้ามีเรื่องที่คนสงสัย กรรมการต้องเดือดร้อนแล้วออกมาปกป้องการตัดสินของตัวเอง แต่นี่ไม่เลย”

“ยังไงก็ตาม ผมว่าคำถามเรื่องรางวัลปีนี้มีมาก ผมเองก็มีเรื่องอยากจะถาม”

“กรรมการจึงต้องออกมาตอบ”

กรณี “น้องเกรซ”


ปรัชญาเปิดเผยว่า เมื่อปีที่แล้วที่มีการสงสัยกันว่าทำไม “เกรซ-ด.ญ.นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ” ได้รางวัลนักแสดงนำหญิง คำตอบก็คือ

“ปีที่แล้วน้าดอกดิน (ดอกกิน กัญญามาลย์) เป็นประธานคณะกรรมการตัดสิน มีอยู่วันหนึ่งในการประชุมที่สมาคมสมาพันธ์ฯ น้าดอกดินขอมาร่วมประชุมด้วย ในฐานะเป็นกรรมการที่ปรึกษาอาวุโสของสมาคมสมาพันธ์ฯ แกก็มาพูดว่าปีก่อนหน้านั้น “แฟนฉัน” มาประกวด ดังนั้น เป็นไปได้ไหมถ้าเราจะให้รางวัลเด็กเลยโดยไม่ต้องแข่งกับผู้ใหญ่ หลายคนไม่เห็นด้วย ผมซึ่งเป็นกรรมการสมาคมก็บอกว่าหลายครั้งเด็กได้รางวัลเพราะความเป็นเด็ก ซึ่งบางครั้งชนะใจกรรมการได้ง่ายๆ แล้วถ้าเป็นระบบนี้เด็กจะได้รางวัลเดียวเลยคือรางวัลของเด็ก แต่ถ้าระบบเดิมเด็กก็มีสิทธิได้รางวัลอื่นๆ ได้อีก แกก็น้อยใจเดินออกนอกห้องประชุม เราก็ง้อแกให้กลับมา แต่ก็ไม่ได้มีการเพิ่มรางวัลให้ หลังจากนั้นพอถึงวันงานประกาศผลว่าเป็นน้องเกรซได้ ซึ่งผมคิดว่าแกคงไปพูดความเห็นทำนองนี้ที่คณะกรรมการตัดสินอีก แล้วหลายคนอาจจะคล้อยตาม”

“น้องเกรซเลยได้รางวัลไปท่ามกลางเสียงวิจารณ์อย่างที่รู้ๆ”


ความเห็นนายกสมาคมฯ

ในความเห็นของ “ชัยวัฒน์ ทวีวงศ์แสงทอง” เขาว่าส่วนตัวแล้วไม่เห็นว่าจะต้องชี้แจงผลการตัดสิน หรือจะต้องดิ้นตามกระแสของคนบนเว็บไซต์ ที่เป็นใครก็ไม่รู้มาแสดงความเห็นไว้และเชื่อว่าไม่ใช่กระแสส่วนใหญ่ที่คิดแบบนี้

“ผมอยากให้มองอย่างเป็นธรรม เพราะในปีนี้ค่ายหนังอย่างบริษัทไฟว์สตาร์ไม่ส่งภาพยนตร์เข้าประกวด ทำให้ตัวเลือกในการตัดสินมีน้อยลง”

ดังนั้น การที่รางวัลส่วนใหญ่เป็นของสหมงคลฟิล์มนั้นจึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะสหมงคลฯเป็นบริษัทที่ผลิตภาพยนตร์มากที่สุด โอกาสในการได้รางวัลจึงมากตาม

“ในส่วนคณะกรรมการกว่าครึ่งก็รับรองได้ว่ามีความโปร่งใสและไม่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทหนังไหนแน่ๆ”

“อย่างไรก็ตาม นายชัยวัฒน์รับปากว่าจะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมกรรมการสมาคมเพื่อขอความเห็นว่าจะมีการทำอย่างไรหรือจะมีการชี้แจงตามที่ปรัชญา ปิ่นแก้ว ร้องขอมาหรือไม่”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์