‘ปรัชญา’ ปั้นเลือดใหม่แทน ‘จา’

Home / ข่าวหนัง / ‘ปรัชญา’ ปั้นเลือดใหม่แทน ‘จา’

ปรัชญา ปิ่นแก้ว เตรียมปั้นนักแสดงบู๊แทน “โทนี่ จา” ยันไม่มีปัญหากัน หยิบ “เดอะ บีสท์” ชน “นเรศวร 3” แทนเรื่อง “ดาบ” เหตุเป็นหนังแนวเดียวกัน

เพราะมีข่าวว่าขัดแย้งกับเด็กปั้น “จา” พนม ยีรัมย์ เลยทำให้หนังเรื่อง “ดาบ” และ “หนุมาน” โปรเจคท์ยักษ์ของ ปรัชญา ปิ่นแก้ว มีอันต้องเปลี่ยนตัวพระเอกกะทันหัน เมื่อเจอหน้าโปรดิวเซอร์-ผู้กำกับคนดัง เลยถามถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ปรัชญายอมรับว่าเป็นเรื่องจริงที่ต้องเปลี่ยนตัวพระเอก แต่ทั้งนี้ไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งอะไรกับ จา ทั้งสิ้น

“เพราะจาเขาต้องไปทำองค์บาก 2 กับบริษัท ไอยรา ของเขาเอง ซึ่งจะต้องใช้เวลาถ่ายทำนานมาก หนังเรื่อง ดาบ และ หนุมาน เลยต้องหานักแสดงใหม่ แต่การที่จาทำบริษัทเอง เป็นพัฒนาการที่เราส่งเสริมด้วย เขาอยากกำกับมานานแล้ว เขาบอกว่าตอนนี้เขาจะ 30 ปีแล้ว และก็ถ่ายทำหนังที่ต้องเสี่ยงตายตลอด อยากจะทำอะไรอย่างที่อยากทำบ้าง เราก็รู้สึกว่ามันเป็นเหตุผลที่ต้องยอมรับ ซึ่งนักแสดงที่เราจะหามาแทนจา ในหนังเรื่อง ดาบ ก็จะต้องเก่งเรื่องดาบไทย ซึ่งมีคนศึกษาตรงนี้จริงจังเหมือนกัน แต่คงต้องใช้เวลาหา ก็ไม่เป็นไร หากว่าจะต้องเสียเวลามากขึ้นหน่อย” ปรัชญา กล่าว

อย่างไรก็ดี ปรัชญา กล่าวว่า เพิ่งตัดสินใจได้เมื่อไม่นานมานี้ ว่าจะพับโครงการหนังเรื่อง “ดาบ” เอาไว้ก่อน แล้วนำโปรเจคท์อื่นมาเสียบแทน

“เวลาจะทำหนัง มันต้องดูเวลาของหนังเรื่องอื่นด้วย ซึ่งเท่าที่ดู ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 3 จะออกใกล้เคียงกันกับเรื่อง ดาบ ผมก็เลยขอเปลี่ยนทำเรื่องอื่นก่อน คือเรื่อง เดอะ บีสท์ ที่แปลว่า สัตว์ร้าย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมชอบพอๆ กัน ตอนนี้ก็เก็บบทเรื่อง ดาบ เอาไว้ ได้จังหวะค่อยเอาออกมาอีกที ไม่ใช่ว่าหาคนเล่นแทนจาไม่ได้ เพราะความจริงผมก็เริ่มหาคนแสดงไว้แล้ว แต่ดูจังหวะทิศทางของฟอร์มหนังก่อน ท่านมุ้ย (ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล) ทำนเรศวรได้ดีมาก ถ้าเราทำหนังเรื่องดาบออกมา ฟอร์มหนังมันจะชนกันเอง” ปรัชญา กล่าว

ถามว่าการหานักแสดงหน้าใหม่ครั้งนี้ เท่ากับจะปั้นคนมาแทน “จา” พนม ใช่หรือไม่ ปรัชญา ยอมรับว่า เมืองไทยต้องมีนักแสดงอย่าง จา หลายๆ คน

“ขนาดของฮ่องกง ยังมีเฉินหลง มี เจ็ต ลี เลย แล้วเรื่องศิลปะการต่อสู้ ตลาดต่างประเทศก็สนใจงานด้านนี้ของเราอย่างดี พอจาแยกไปทำเขาเอง ผมก็น่าจะทำตรงนี้ได้ด้วย โอกาสด้านการตลาดค่อนข้างสูงอยู่ ส่วนว่าจะแข่งกันเองไหม ผมว่ายังน้อยไปด้วยซ้ำ เพราะแนวศิลปะการต่อสู้ มันแตกแขนงได้เยอะมาก มันยังมีศิลปะการต่อสู้อีกหลายแขนงที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำ” โปรดิวเซอร์ดัง กล่าวปิดท้าย

ที่มาจากหนังสือพิมพ์