“จ๋า”ครวญ! ถูกตีกรอบอายุ”แสดง”

Home / ข่าวหนัง / “จ๋า”ครวญ! ถูกตีกรอบอายุ”แสดง”

คอลัมน์ คุยกับดาว

 
เรียกว่าปีนี้เป็นปีทองของวีเจ.สาวหมวย “จ๋า”ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ก็ว่าได้ ที่คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง “แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า” มาถึง 2 สถาบัน ทั้งจากงานชมรมวิจารณ์บันเทิง และงานสตาร์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ อวอร์ด ของสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิง

แถมยังทำฮือฮาด้วยการนุ่งบิกินีโพสท่าถ่ายแบบให้หนุ่มๆ ได้คลายร้อน วันนี้เลยขอพูดคุยกับดาวเด่น “จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช” กันอีกรอบ หลังเคยจับเข่าพูดคุยกันมาแล้วรอบหนึ่ง

“ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ และมีงานหลากหลายมาให้เลือกมากขึ้นค่ะ” จ๋ากล่าวเมื่อถูกทักทายถามถึงเรื่องงานในช่วงนี้

จากนั้นก็จาระไนงานให้ฟังว่า “อย่างทุกวันนี้จ๋าก็จะมีงานวีเจ. พิธีกร ถ่ายแบบ เดินแฟชั่น เป็นแขกรับเชิญตามงานต่างๆ อ่านสปอตวิทยุ ถ่ายหนัง และมีเขียนเพลงบ้าง”

งานเยอะอย่างนี้ไม่มึนบ้างเหรอ
เจ้าตัวหัวเราะก่อนบอกวิธีการ “คิดให้ง่ายก่อน เพราะถ้าคิดให้มันยากก็จะเกิดความเครียด แล้วจะไม่มีสมาธิในการทำ วิธีการของจ๋าก็คือ จะจัดลำดับความสำคัญของงานก่อน ดูว่างานไหนเหมาะกับเราที่สุดหรืออะไรที่เราอยากทำที่สุด ก็จะเรียงลำดับความสำคัญไว้และก็ทำตามนั้น พยายามหาจุดตรงกลางของงาน”

แล้วงานถ่ายแบบล่ะ ที่วันนี้ดูเหมือนจะถ่ายเซ็กซี่มากขึ้น
เจ้าตัวรีบปฏิเสธ “ไม่นะ เป็นแค่โชว์ผิวอะไรแบบนั้น ปีนี้ความจริงจะลดความเซ็กซี่ลง เพราะรู้สึกว่าตัวเองเริ่มถ่ายเยอะขึ้นแล้ว แต่ไม่รู้ทำไม ถ่ายเมื่อไหร่คนก็ฮือฮา แต่ตัวเองอยากจะให้ออกมาในแนวแฟชั่นสดใส น่ารัก ไม่ได้อยากให้โป๊หรือดูเซ็กซี่มาก เดี๋ยวจะหาว่าถ่ายได้แค่เซ็กซี่อย่างเดียว ไปแนวอื่นไม่ได้แล้ว”

มีลิมิตแค่ไหนในการถ่ายชุดว่ายน้ำ
จ๋ากล่าวว่า “ชุดว่ายน้ำปกติจะไม่ค่อยรับอยู่แล้ว ที่ผ่านมาจะออกเป็นสปอร์ต แต่ล่าสุดไม่ถึงกับเป็นสปอร์ตเลย แต่จะสดใส จ๋าจะไม่โพสท่าเซ็กซี่เด็ดขาด ซึ่งมาจากหลายสาเหตุ แรกเลยคือเกรงใจคุณพ่อคุณแม่ ที่ผ่านมาเวลารับงานอะไรที่มันค่อนข้างเกี่ยวพันกับภาพพจน์ก็จะถามท่านก่อน แม้ว่าที่ผ่านมาท่านจะให้อิสระในการตัดสินใจ แต่เราเองก็ควรปรึกษาก่อนอยู่แล้ว อย่างน้อยก็มีคนช่วยคิดว่าสมควรหรือเปล่า และการถ่ายทุกครั้งคุณแม่จะไปด้วย ไปช่วยคุม(หัวเราะ) ส่วนคุณพ่อไม่พูด แต่ถ้าพูดเมื่อไหร่เป็นเรื่อง”

ที่ผ่านมามีนิตยสารติดต่อถ่ายแบบหวือหวาปีนึงเกิน 10 เล่ม แต่ดาราสาวต้องปฏิเสธไป แม้บางเล่มจะให้ค่าตอบแทนเยอะก็ตาม

“จ๋าเองทำงานหลายแขนง ไม่ได้คิดว่าจะเอาการถ่ายเซ็กซี่มาหาเงินอย่างเดียว จ๋าคิดว่าเราสามารถจะหาเงินโดยวิธีอื่นได้ ไม่จำเป็นต้องไปทำขนาดนั้น และถ้าเราทำมากไป มันก็จะเป็นผลกระทบกับงานอื่นๆ ทั้งเรื่องงาน ที่บ้าน และก็เรื่องเรียน”

พูดถึงเรื่องเรียน แว่วว่าตอนนี้เรียนต่อ ดร.อยู่
“ค่ะ ตอนนี้จ๋าเรียนปริญญาเอกอยู่ที่ม.รามคำแหง หลักสูตรอินเตอร์ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่เรียนเพราะแม่สอนตั้งแต่เด็กว่าความรู้ไม่มีใครเอาไปจากตัวเราได้ สมมติวันพรุ่งนี้จ๋าไม่มีงานเลย แต่จ๋ามีความรู้ จ๋าก็สามารถหางานทำได้ แต่ถ้างานเราก็ไม่มี ความรู้ก็ไม่มี แล้วเราจะไปทำมาหากินอะไร”

ถามเรื่องรางวัลที่ได้รับจากหนังเรื่อง “แสบสนิทฯ” หน่อย
“สำหรับรางวัลที่จ๋าได้ จ๋าคิดว่าเกิดจากความลงตัวของหนัง ซึ่งก่อนจะลงตัวมันต้องมีทีมเวิร์กที่ดี บทดี ผู้กำกับฯดี เบื้องหลังดี ต้องประกอบกันทั้งหมดถึงจะออกมาดีได้”

รางวัลมีผลอะไรกับตัวเองมั้ย
จ๋ากล่าวว่า “มีค่ะ อย่างแรกคือความภูมิใจ คือเราไม่ได้คาดหวังอะไร จ๋ามองว่ามันเป็นหนังตลก ไม่คิดว่าหนังจะถูกพิจารณาในเรื่องของการแสดง คิดว่าบทจ๋าไม่ได้ดราม่า ไม่ได้โรแมนติก ไม่ได้ใช้กำลังภายในอะไรมากมาย อย่างต่อมาก็คือมีงานหนังติดต่อเข้ามาค่ะ”

ตอนนี้อายุ 28 ปี แล้ว ถือว่าเยอะพอสมควรถ้าเทียบกับนางเอกรุ่นใหม่ในปัจจุบัน จ๋ามีกำหนดอายุในการทำงานของตัวเองหรือเปล่า
“ไม่ค่ะ จ๋าคิดว่าคนไทยทำไมถูกกำหนดการทำงานด้วยอายุ เมืองนอกอายุ 40 ยังเป็นนางเอกได้อยู่เลย รู้สึกว่ามันไม่ค่อยแฟร์ แรกๆ ก็คิดว่าหรือว่าเราเป็นคนเอเชีย แต่ “กงลี่” เขาก็อายุมากยังเป็นนางเอกได้ ทำไมคนไทยพออายุ 25 เรียกแก่แล้ว ไม่อยากจะให้ใครมาตีกรอบว่า 30 ขึ้นจะต้องเล่นเป็นแม่ค่ะ”

วางอนาคตตัวเองอย่างไรในการทำงาน
“จ๋าจะเป็นคนที่ค่อนข้างเปลี่ยนไปมาอยู่เหมือนกัน อย่างตอนนี้ก็ถูกเชิญไปบรรยายพิเศษ ไปเล่าประสบการณ์การทำงานหรือเรื่องสื่อสารมวลชนให้น้องๆ ฟัง ก็จะมีทั้งระดับมัธยม มหาวิทยาลัย ปริญญาตรี และเม.ย.นี้ก็จะมีระดับปริญญาโทที่ธรรมศาสตร์ อย่างต่อมาที่จ๋าจะทำก็คือ เปิดร้านขายเสื้อผ้ากับเพื่อนที่เอสพลานาด รัชดาฯ และก็ยังมีเขียนหนังสือ ทำทุกอย่างที่คิดว่าตัวเองทำได้ ปูไว้หลายๆ ทาง”

“แต่ตอนนี้จ๋ากำลังสนุกกับงานในวงการบันเทิงจ๋าก็ทำไปก่อน ทำอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่แค่เอาตัวไปโชว์เอาหน้าไปใช้ ทุกวันนี้ที่ทำมาก็พยายามให้เป็นงานคุณภาพและก็ทำอย่างระมัดระวังที่สุดค่ะ”

สมแล้วกับผลตอบแทนที่ได้รับจากการทำงาน


เบื่อ!ถูกมอง”เจ้าชู้

ผลงานแสดงที่ผ่านมาดูจะไม่ฮือฮาเท่าชื่อเสียง สำหรับนางเอกสาว “วีเจจ๋า”ณัฐฐาวีรนุช ทองมี

นั่นอาจเป็นเพราะเธอมีข่าวรักเกี่ยวข้องกับหนุ่มๆ ในวงการหลากหลายคน

“เรื่องนี้มันเกิดจากข่าวที่มีกรณีที่เป็นจริง กับกรณีที่ไม่เป็นความจริง ซึ่งอย่างหลังค่อนข้างจะเยอะ”

แบบหลังนี่มีใครบ้าง จ๋าจาระไน “ก็จะมีตั้งแต่ โจอี้ บอย, ดีเจ.กฤษ(กฤษกร ภูมิรัตน์), ปราบดา หยุ่น, อนันดา(เอเวอริ่งแฮม) และพี่ยอร์ช(ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์) โจอี้บอยนี่เป็นเพื่อนกันมา 5 ปี ดีเจ.กฤษณ์ก็เป็นเพื่อนมา 3-4 ปี กับปราบดาจ๋าก็เขียนหนังสือให้เขา อนันดาก็ตั้งแต่หนังชัตเตอร์ฯ ส่วนพี่ยอร์ชรู้จักกันตั้งแต่พี่เขาเป็นโปรดิวเซอร์รายการ “หัวใจเสริมใยเหล็ก” และพอทำหนังเขาก็เห็นว่าเรามีแววตลกได้ก็ดึงมาเล่น”

แล้วกับที่เป็นแฟนจริงๆ นี่กี่คน
วีเจ.สาวเปิดใจ “ที่รู้สึกว่าเป็นแฟนจริงๆ มีคนเดียว(แมทธิว ดีน) แต่ที่รู้สึกดีๆ ต่อกัน พอเลิกจากคนนี้(อธิชาติ ชุมนานนท์) ก็ดูๆ อีกคน คนหลังนี่(แดน วรเวช ดานุวงศ์) ก็แป๊บเดียวอย่างที่รู้ ก็มีแค่นี้”

พอแย็บว่า…แล้วแฟนคนปัจจุบันล่ะ…
จ๋าไม่ตกหลุมพลาง แถมยังตอบคำถามแบบนางเอ๊กนางเอก “ไม่มีค่ะ มีดูๆ แต่จ๋าพูดมากไม่ได้เพราะเราเป็นผู้หญิง”

รู้สึกยังไงที่คนมองว่าเจ้าชู้
เจ้าตัวบอก “เบื่อ แต่เป็นเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำ มีแต่คนอื่นทำให้ทั้งนั้น”

เพราะนิสัยที่เข้ากับคนง่ายหรือเปล่า ทำให้ถูกมองแบบนั้น
“อาจเป็นไปได้ แต่จ๋าก็ยังคุยกับทุกคนเหมือนเดิม ไม่ได้มานั่งกลัวว่าจะเป็นข่าว เพราะนั่นมันไม่ใช่ตัวจ๋า เพียงแต่อาจจะไปไหนน้อยลง”

เป็นปัญหากับชีวิตมากมั้ย
ดาราสาวปฏิเสธ “ไม่ถึงขนาดนั้น แค่รู้สึกว่าทำให้ขี้เกียจไปไหนมากขึ้น 6 ปีที่ผ่านมา จ๋ามีข่าวกับผู้ชายเยอะมาก แต่ที่เป็นจริงๆ แค่ 3 คน ซึ่งคิดว่าไม่ใช่เรื่องแปลกของคนในสังคมปัจจุบัน บางคนยังเปลี่ยนเยอะกว่าจ๋าอีก”

“ที่ผ่านมาจ๋าไม่ได้ปฏิบัติตัวไม่ดี จ๋าไม่ได้ยุ่งกับยาเสพติด และไม่คิดที่จะแย่งของใครค่ะ”


ชิ้นโบแดง

ผลงานที่สาว “จ๋า”ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ยกให้เป็นชิ้นโบแดงของตัวเอง คือ งานวีเจ.ที่แชนแนล[วี]ไทยแลนด์

โดยให้เหตุผลว่า “เพราะงานวีเจ.ทำให้จ๋าได้พัฒนาตัวเองมาจากศูนย์ ทำให้จ๋าได้มีงานอื่นๆ ทำอย่างทุกวันนี้”

ส่วนงานที่ชอบที่สุด เจ้าตัวแยกแยะว่า “ถ้าเป็นตัวของตัวเองที่สุดก็จะเป็นงานวีเจ. แต่งานที่ชอบทำคือเล่นหนัง โดยหนัง 3 เรื่อง คือ คู่แท้ปาฏิหาริย์, ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ และ แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า ที่เล่นมามีความชอบไม่เหมือนกัน”

“เรื่องแรก “คู่แท้ปาฏิหาริย์” จะตื่นเต้นสุดๆ เพราะเล่นเป็นเรื่องแรก เล่นคู่พี่ติ๊ก-เจษฎาภรณ์(ผลดี) ซึ่งตอนนั้นดังมาก”

“เรื่องที่ 2 “ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ” ประทับใจในเรื่องโปรดักชั่น ซึ่งจะละเอียดมาก หนังเรื่องนี้ทำเงิน และดังไปถึงเมืองนอก ประทับใจที่ได้เป็นหนึ่งในทีมงาน”

“เรื่องที่ 3 “แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า” จะประทับใจในบท และองค์ประกอบต่างๆ และคนรู้จักจ๋าที่สุดก็จากเรื่องนี้ค่ะ”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์