แบน!!!”Death Note” หลังสมุดบันทึกยมทูต(ปลอม)ระบาดหนัก

Home / ข่าวหนัง, หนังเอเชีย / แบน!!!”Death Note” หลังสมุดบันทึกยมทูต(ปลอม)ระบาดหนัก

คณะกรรมการการศึกษาของเขต อัลบูเคอกี้รัฐนิวแม็กซิโก ต้องถกกันหนัก หลังมีการร้องเรียนจากผู้ปกครอง ให้มีการแบนหนังสือการ์ตูนจากญี่ปุ่น ที่ว่าด้วยเรื่องราวของเด็กหนุ่ม ที่สามารถสังหารชีวิตผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย เพียงการเขียนชื่อลงไปใน ‘สมุดบันทึกยมทูต’ ที่เก็บได้โดยบังเอิญ

โปสเตอร์ภาคแรก

คณะกรรมการการศึกษาของเขต อัลบูเคอกี้รัฐนิวแม็กซิโก สหรัฐอเมริกา ออกมาแถลงเมื่อสัปดาห์ก่อน ถึงเรื่องที่ผู้ปกครองจำนวนหนึ่งร้องเรียนเข้ามา ถึงความกังวลในหนังสือการ์ตูนจากญี่ปุ่นเรื่อง “Death Note” ว่าจะสร้างค่านิยมอย่างผิดๆ ให้กับเด็กๆ ได้

โปสเตอร์ภาค 2

อย่างไรก็ตามยังขณะนี้เสียงคณะกรรมการยังแตกเป็นสองส่วน จนต้องมีการเลื่อน การตัดสินใจว่าจะมีการสั่งแบน หนังสือการ์ตูนสุดฮิตจากแดนปลาดิบหรือไม่ไปก่อน

เบ็กกี้ ซาลาซาร์ แม่ของเด็กคนหนึ่งในโรงเรียน โวลเคโน่ วิสต้า เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ปกครองที่เห็นว่า ต้องมีการแบนหนังสือการ์ตูนเล่มนี้ “เราไม่ต้องการให้การฆ่าแกงผู้อื่น อยู่ในหนังสือที่เด็กๆ ของเราอ่านอยู่แบบนี้”

Death Note เป็นหนังสือการ์ตูนแนวสืบสวนสอบสวนจากญี่ปุ่น ที่ผสมเรื่องราวเหนือธรรมชาติเข้าไปอย่างลงตัว โดยเล่าเรื่องของ ‘ไลท์’ เด็กหนุ่มที่เก็บ ‘บันทึกมรณะ’ (เดธโน้ต) ของ ยมทูตผู้หนึ่งได้ ซึ่งสามารถใช้ฆ่าคนได้ เพียงแค่รู้จักหน้าคนผู้นั้น และเขียนชื่อลงไปในกระดาษของสมุดบันทึกเล่มนั้น ไลท์ ได้ใช้สมุดบันทึกดังกล่าว ในการพิพากษาสังหารคนผิด, คนชั่ว รวมถึงเหล่านักการเมืองและบุคคลสำคัญ ที่เขาเชื่อว่าสมควรตาย

version การ์ตูน

KRQE News 13 สำนักข่าวท้องถิ่น อ้างว่านี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่มีการแบนหนังสือในอัลบูเคอกี้โดยโฆษกของรัฐบาลท้องถิ่นระบุว่า ในความทรงจำของตัวเอง แทบไม่เคยจำได้เลยว่ามีหนังสือเล่มไหนถูกแบนมาก่อน

ทอม เจนน์ หนึ่งในคณะกรรมการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ออกมาให้ความเห็นหลังจากมีการทำประชาพิจารณ์ว่า “เด็กในวัยมัธยม เป็นวัยทีต้องเริ่มคิด และตั้งคำถามถึงประเด็นเรื่องความยุติธรรม และศีลธรรม ในฐานะที่เขาเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และอารยะธรรม สื่อที่เข้าถึงเด็กอาจมีผลกระทบต่อพวกเขา ในการตัดสินใจถึงเรื่องเหล่านี้ได้”

ขณะเดียวกันสถานีโทรทัศน์ WPXI รายงานถึงผลกระทบของ Death Note ต่อเด็กๆว่ามีการค้นพบ สิ่งที่คาดว่าจะเป็น ‘บันทึกมรณะ’ ที่ทำขึ้นโดยนักเรียนวัย 14 ปีจากชั้นเกรด 8 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในเพนน์ซิลเวเนีย ที่เขียนรายชื่อของเพื่อนๆ ในชั้นเดียวกัน และศิลปินชื่อดัง จัสติน บีเบอร์ ลงไปด้วย

ยางามิ ไลท์ (คิระ )

เช่นเดียวกันกับรายงานของตำรวจของโอไฮโอ่ ที่พบว่านักเรียนทำ ‘บันทึกมรณะ’ ขึ้นมา ซึ่งตำรวจระบุว่าไม่สามารถเอาผิดอะไรได้ เพราะนี่ยังไม่ถือเป็นการประกอบอาชญากรรม แต่ตำรวจกล่าวว่าอาจจะต้องมีการสืบสวนเพิ่มเติมต่อไป “มันมีแค่รายชื่อ และวันที่ เราไม่สามารถเรียกได้ว่านี่คือคำขู่เอาชีวิต หรืออะไรทำนองนั้น”

ถึงขณะนี้มีกรณีต่างๆ ถึง 6 กรณี ที่นักเรียนถูกลงโทษทั้งพักการเรียน และไล่ออก ในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ ‘บันทึกมรณะ’

ปี 2007 เด็กนักเรียนในริชมอนด์ เวอร์จิเนียถูกพักการเรียนเพราะเขียนชื่อเพื่อนๆ ในเดธโน๊ตที่ทำขึ้นเอง, ขณะที่ในปี 2008 โรงเรียนแห่งหนึ่งในเซาต์แคโรไลน่า ตัดสินใจไล่นักเรียนที่มีพฤติกรรมนี้ออกจากโรงเรียน

ในเก็ดส์เดน อลาบาม่า เด็กนักเรียนเกรดสองโดนจับได้ว่า เขียนชื่อเพื่อนๆ และครูในสมุดที่มีลักษณะคล้ายเดธโน๊ตจากหนังสือการ์ตูนชื่อดังจากญี่ปุ่น, เมื่อสองปีก่อนโรงเรียนในวอชิงตันไล่นักเรียนคนหนึ่งออก ขณะที่อีกสองคนถูกพักการเรียน จากเหตุที่ทั้ง 3 เขียนชื่อคนกว่า 50 คนในสมุดเดธโน๊ตทำมือ ยังมีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีกทั้งที่ โอคลาโฮม่า ซิตี้ และมิชิแกน

ความกังวลลักษณะนี้ยังเกิดขึ้นอีกหลายๆ จุดในโลก รัฐบาลท้องถิ่นของ เหลียวหนิง, ปักกิ่ง, กานสู ในประเทศจีนตัดสินใจแบนหนังสือการ์ตูนชื่อดังจากญี่ปุ่นเล่มนี้ โดยให้เหตุผลว่า “เพื่อความปลอดภัยต่อร่างกาย และสุขภาพจิตของเยาชน” หลังพบว่ามีเด็กกว่า 50 คน ในเซิ่นหยางเขียนชื่อ เพื่อน และครู ลงในเดธโน๊ตของตัวเอง

ขณะที่ในเบลเยี่ยมเกิดคดีอาชญากรรมที่หลายฝ่ายสงสัยว่า มีผลสืบเนื่องจากหนังสือการ์ตูนเรื่อง Death Note หลังมีการพบศพนิรนาม พร้อมกับสิ่งที่คล้ายๆ เดธโน๊ต และตัวหนังสือ “วาตาชิ วะ คิระ เดซึ” ที่แปลว่า “ผมคือฆาตกร” อยู่ข้างๆ

แอล ( L )

สำหรับในสหรัฐอเมริกาแม้จะมีเสียงต่อต้านจากผู้ปกครองอย่างหนัก Death Note ยังได้รับการยกย่องจากนักอ่านในสหรัฐฯ กลุ่มบรรณลักษณ์แห่งวอชิงตันเสนอชื่อของหนังสือการ์ตูนเรื่องนี้ ให้เป็นการ์ตูนสำหรับเด็กโตยอดเยี่ยมแห่งปี

ผลงานของสองนักเขียน ซึกูมิ โอโอบะ และทาเคชิ โอบาตะ กลายเป็นผลงานยอดนิยมตั้งแต่เริ่มตีพิมพ์ในปี 2003 จนถูกดัดแปลงเป็นทั้งเกมส์, การ์ตูนอนิเมชั่น และภาพยนตร์สำหรับฉายโรง เป็นงานที่ประสบความสำเร็จเรื่องหนึ่งในช่วงสิบปีที่ผ่านมา

ที่มา : www.blike.net