รื้อหิ้งหนังเก่า : Mysterious Skin (2004) – ความทรงจำสีเลือด (กำเดา)

Home / ข่าวหนัง arthouse สารคดี, ข่าวหนังลงแผ่น / รื้อหิ้งหนังเก่า : Mysterious Skin (2004) – ความทรงจำสีเลือด (กำเดา)

Mysterious Skin (2004)

ความทรงจำสีเลือด (กำเดา)

จากคอลัมน์ Symbolic Corner
โดย ไกรวุฒิ จุลพงศธร
นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 43 (มิ.ย. 2548)Mysterious Skin 02

จำได้ว่าตอนดู Mysterious Skin ของผู้กำกับ เกร็ก อารากิ จบ  แทนที่จะกลับจุดหมายด้วยรถไฟฟ้าเหมือนอย่างทุกวัน ผมลอง ‘เดิน’ กลับออฟฟิศแทน แม้ระยะทางจะยาวไกลหลายกิโลก็ตาม แต่ก็อยากเดินเล่นคนเดียว อยู่เงียบๆ คนเดียว กรุงเทพฯ ตอนกลางคืนก็สวนดี มีแสงไฟข้างทางหยอกล้อกับความมืด ถึงลมฤดูฝนจะไม่เท่เหมือนลมฤดูหนาว แต่ลมฤดูไหน ๆ ก็ยังทำหน้าที่ของมันได้ดี

ผมไม่ได้มองเห็นว่า Mysterious Skin เป็นหนังเกย์ หนังเรื่องนี้มุ่งเน้นที่ความสัมพันธ์มากกว่า Mysterious Skin คือเรื่องของคนคนหนึ่งที่ต้องการหาความสงบทางใจ ในตัวของอีกคนหนึ่ง มันไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่แค่มิตรภาพ และไม่ใช่แค่เซ็กซ์…แต่มันคือความอุ่นใจ และความปลอดภัย

Spoilers Alert: บทความนี้เปิดเผยความลับของหนังแบบหมดตูด !
Mysterious Skin 07
ไบรอัน และ นีล

ก่อนจะพูดถึงสัญลักษณ์ใน Mysterious Skin ผมขอเกริ่นถึงวงจรความสัมพันธ์อันน่าประทับใจผ่านตัวละครเกือบโหล ดังรายนามต่อไปนี้

  • ตัวละครในโลกของไบรอัน ประกอบด้วย

ไบรอัน (เบรดี้ คอร์เบต): หนุ่งเนิร์ดที่ช่วงหนึ่งของความทรงจำวัยเด็กขาดหายไป เขาหมกมุ่นกับช่วงเวลาดังกล่าวและให้คำตอบแบบคิดเองเออเองว่า คงถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไป ไบรอันค้นพบว่าบุคคลเดียวที่จะไขปริศนาชีวิตได้ก็คือ นีล เพื่อนในวัยเด็ก

แม่ของไบรอัน: คุณแม่ตัวอย่างตามแบบฉบับครอบครัวคาทอลิก

พี่สาวของไบรอัน : ไม่มีบทบาทสักเท่าไหร่

เอวาลีน: หญิงสาวที่ไบรอันเพิ่งรู้จักผ่านรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว เอาวาลีนเชื่อว่าเธอถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไปเป็นสิบครั้ง ปัจจุบันเธออาศัยอยู่กับพ่อ เมื่อได้รู้จักไบรอัน เธอก็ติดเขาขนาดหนัก

  • ตัวละครในโลกของนีล ประกอบด้วย

นีล: (โจเซฟ กอร์ดอน เลวิต)เกย์หนุ่มที่เสียตัวจนเป็นนิสัย สมัยเด็กๆ เคยมีความสัมพันธ์กับโค้ชเบสบอลสุดหล่อ เมื่อโตขึ้นมา เลยติดเซ็กซ์และกลายเป็นผู้ชายขายตัว นีลยังคงเว้าวอนถึงความรู้สึกที่ตัวเอง ‘เป็นคนพิเศษ’

แม่ของนีล: (อลิซาเบธ ชู) คุณแม่ฮิปปี้ที่ออกเดทกับผู้ชายอยู่ร่ำไป มีอยู่ฉากหนึ่งที่เธอบอกกับนีลว่าคืนนี้จะไปออกเดท แล้วเธอก็นั่งนิ่งไปสักพักนึง ราวกับก็รู้ตัวดีว่ามันไม่มีค่าอะไร นอกจากการหลอกตัวเอง และคนที่เธอรักมากที่สุดก็คือนีล

เวนดี้: (มิเชล แทรชเทนเบิร์ก จากซี่รีส์ Buffy the Vampire Slayer  แสดงได้เยี่ยมสุดๆ):  เพื่อนซี้ที่เคยหลงรักนีลและยังรักอยู่โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ตอนแรกดูเหมือนว่าเวนดี้จะเป็นฝ่ายต้องการนีลอย่างมากมาย แต่ท้ายที่สุดนีลก็ต้องการเวนดี้ไม่แพ้กัน ถึงขนาดย้ายเมืองไปอยู่กับเธอ ทั้งคู่คือคู่ Soul Mate อย่างแท้จริง

อีริค: กระเทยที่หน้าตาเหมือน ไมเคิลแจ็คสัน เขาเป็นเพื่อนกับนีล และแอบชอบนีลเวนดี้ เคยเตือนอีริคไว้ว่า “ในขณะที่คนอื่นๆเขามีหัวใจ แต่นีลมีแต่หลุมดำที่ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะฉะนั้น เธออย่าตกหลุมรักเขาเชียวล่ะ  (มิฉะนั้นเธอจะไม่มีวันขึ้นมาได้เลย)”

โค้ช: โค้ชเบสบอลที่กลายเป็นคู่ขาคนแรกของนีล

ผู้ชายที่ใช้บริการนีล: มีมากมาย (ยิ่งกว่าดาวบนท้องฟ้า )

Mysterious Skin 05

ตั้งแต่ 15 นาทีแรกผ่านไป ถึงไบรอันจะคิดไม่ออกว่าช่วงเวลาที่หายไปในความทรงจำคืออะไร แต่ผู้ชมเกินครึ่งโรงน่าจะเข้าใจได้ว่า เด็กทั้งสองถูกล่วงละเมิดทางเพศ โจทย์หลักของหนังจึงไม่ใช่เพียงการค้นหาว่า “พวกเขาถูกล่วงละเมิดทางเพศอย่างไร”  แต่ยังรวมไปถึง “ผลของการถูกล่วงละเมิดทางเพศทำให้พวกเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร”

คำตอบของประเด็นแรกจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อไบรอันและนีลเจอกัน (หรืออาจบอกได้เลยว่า ถ้าทั้งคู่เจอกันเมื่อไร เรื่องก็จบเห่) บทหนังเรื่องนี้ก็ให้พวกเขาเจอกันในฉากสุดท้ายซะเลย กว่าจะไปถึงฉากนั้น หนังก็ตัดสลับความเป็นไปของทั้งคู่ พร้อมแนะนำตัวละครอื่น ๆ ซึ่งล้วนต้องการที่พักใจจากอีกคนหนึ่ง

ที่พล่ามมาทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับการใช้สัญลักษณ์เลยครับ (อ้าว!)

Adapté du roman éponyme de SCOTT HEIM
อลิซาเบธ ชู และ เกรก อารากิ ในกองถ่าย

สัญลักษณ์

ธีมของ Mysterious Skin ก็คือ ผลพวงของความทรงจำในวัยเด็กที่ส่งผลไปตลอดชีวิต สัญลักษณ์ต่างๆ จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อสื่อความหมายนี้ได้อย่างดี โดยแบ่งได้เป็นข้อต่างๆ ดังนี้

  1. คอร์นเฟลค

ภาพแรกของ Mysterious Skin เป็นภาพใบหน้าของเด็กชายนีลที่เงยหน้าแล้วฉีกยิ้ม มีคอร์นเฟลคและขนมสีสวนโปรยมาจากท้องฟ้า ภาพนี้มีความหมายอย่างไร?

คำตอบ : ภาพนี้ไม่ใช่แค่ความสุขของเด็กที่ได้เล่นคอร์นเฟลคแน่ๆครับ (เพราะการโดนขนมโปรยใส่หันวคงไม่ได้มีความสุขสักเท่าไหร่) แต่มันเปรียบถึงความสุขในวัยเด็ก ภาพๆนี้คือตัวแทนของหนังทั้งเรื่อง มันคือความทรงจำในวัยเด็กที่มีผลกระทบอันยาวนานตลอดชีวิตของนีล คนที่โปรยคอร์นเฟลคไม่ใช่ใครที่ไหน โค้ชเบสบอลเป็นคนโปรยคอร์นเฟลคก่อนจะเมคเลิฟกับนีล ภาพนี้ยังถูกนำมาใช้อีกหลายครั้งในเวลาที่นีลคิดถึงความสุขของการเป็น ‘คนพิเศษ’

Mysterious Skin 03

2.มนุษย์ต่างดาว

ในขณะที่นีลแทนที่การถูกละเมิดด้วยคอร์นเฟลคไบรอันก็แทนมันด้วยมนุษย์ต่างดาว คอร์นเฟลคกันมนุษย์ต่างดาวมีคุณลักษณะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

คอร์นเฟลค= ความสุข เด็กๆ ชอบ อร่อยจัง

มนุษย์ต่างดาว = ความทุกข์ เด็กไม่ชอบ น่ากลัวจัง

ดังนั้น เราเห็นได้เลยว่าประสบการณ์ดังกล่าวส่งผลกับนีลและไบรอันไม่เหมือนกัน จริงอยู่ที่การถูกล่วงละเมิดทางเพศไม่ใช่เรื่องดี สำหรับนีลมันคือการหลงใหลมัวเมาในเพศรส แต่สำหรับไบรอันมันคือฝันร้ายตลอดกาล

3.หิมะ และ พลุ

ฉากหิมะตหที่เด่นที่สุดเกิดขึ้นเมื่อนีลเดินชมเมืองกับเวนดี้แล้วนึกถึงวัยเด็ก ทั้งคู่ยืนดูหนังกลางแปลงที่ไม่ได้ใช้งานมานานแสนนาน ปล่อยให้สายลมลูบไล้ใบหน้า สูดกลิ่นของความทรงจำเก่าๆ ทันใดนั้นหิมะก็โปรยปรายลงมาอย่างมหัศจรรย์

ส่วนพลุนั้นปรากฏในฉากย้อนอดีต เด็กชายนีลจุดพลุด้วยปากของเพื่อน จากนั้นก็ก้มลงไปประกอบโอษฐกามเป็นการตอบแทน (โดยมียัยเวนดี้ยืนตาถลนอยู่ข้างๆ) นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความทรงจำแสนพิสดาร

โปรดสังเกตความเหมือนระหว่าง คอร์นเฟลค มนุษย์ต่างดาว หิมะ และ พลุ ให้เวลาคิด 3วินาที ครับ 1 . 2 … 3  หมดเวลา

ทั้งคอร์นเฟลค มนุษย์ต่างดาว หิมะ และ พลุ มันลอยมาจากข้างบนครับ! ตัวละครจะต้องเงยหน้ามองฟ้า

ทั้งคอร์นเฟลค มนุษย์ต่างดาว หิมะ และพลุก็ใช้เปรียบเปรยความทรงจำในวัยเด็ก

ถ้าผมจะตัดภาพ 5 ภาพเพื่อบอกสัญลักษณ์ของหนังเรื่องนี้ ผมจะเอาภาพคอร์นเฟลค มาเทียบต่อภาพมนุษย์ต่างดาว แล้วก็มาต่อกับภาพหิมะ ภาพพลุ แล้วก็ไปที่ภาพจบของเรื่อง นั่นก็คือ ภาพนีลและไบรอันนอนพิงกันจนเหมือนเด็กเล็กๆ 2คน แล้วกล้องก็ถ่ายมันมาจากมุมสูง ภาพหลังสุดไม่มีอะไรลอยอยู่บนหัวของพวกเขานอกจาก ‘ความทรงจำอันเลวร้าย’ การจัดภาพในฉากนี้บอกเป็นนัยว่า เขาทั้งสองเป็นสิ่งที่มีชีวิตเล็กๆ ที่ไร้ซึ่งอำนาจใดๆ พวกเขาตกเป็นเหยื่อของความทรงจำที่จะครอบงำไปตลอดกาล อย่างที่นีลบอกกับไบรอันว่า

“ฉันอยากจะบอกนายว่าทุกๆอย่างมันจะดีขึ้นเอง แต่ถ้าพูดไปอย่างนั้นฉันคงโกหก เพราะมันจะไม่ดีขึ้นหรอก”Mysterious Skin 08

  1. Mysterious Skin

บ่อยครั้งที่เราสามารถตามหาสัญลักษณ์ได้จากชื่อหนัง ‘ผิวหนังลึกลับ’ คืออะไรกันนะ?

4.1 มันคือ นิ้วของมนุษย์ต่างดาว ที่ไบรอันเห็นในโทรทัศน์ (ซึ่งก็มีความหมายอย่างที่ปรากฏในข้อ2นั่นแหละ )

4.2 มันคือ ผิวหนังลึกลับของเอวาลีน

เอวาลีนเคยถลกกระโปรงให้ไบรอันดูต้นขาของเธอ มันมีรอยแผลเป็นอยู่ตรงนั้นซึ่งเอวาลีนเชื่อว่า ‘มนุษย์ต่างดาวได้ฝังชิพไว้ในตัวเธอ’ ซึ่งมีความเป็นไปได้ดังต่อไปนี้

  • เอวาลีนถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวและฝังชิพจริงๆ
  • เอวาลีนได้แผลเป็นมาจากไหนก็ไม่รู้แล้วคิดเองเออเอง
  • เอวาลีนเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ (เพราะตำแหน่งของแผลเป็นอยู่ใกล้บริเวณส่วนลับของเพศหญิงมากๆ) ซึ่งก็มีความเป็นไปได้อีกว่า เอวาลีนอาจจะถูกพ่อแท้ๆ ล่วงละเมิดทางเพศจนสร้างความทรงจำเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวทดแทน ที่ผมคิดว่าเป็นตัวพ่อ นั่นเพราะว่าเอวาลีนแทบจะไม่เคยไปไหนเลย , บ้านของเธอ อยู่ห่างไกลจากผู้คน , เธอมีอยู่กับเพียง 2 คนพ่อลูก และทุกครั้งที่มีผู้ชายมาหาเอวาลีนที่บ้าน พ่อของเธอก็จะทำท่าทางกระฟัดกระเฟียด

มันน่าคิดไหมล่ะ!

ในหนังเรื่องนี้ผมสงสารเอวาลีนที่สุดเลยครับ เธอถูกวางให้เป็นตัวตลก ในตอนท้ายที่ทุกๆคนล้วนมีเพื่อนหรือที่พึ่งพิงทางใจ แต่เอวาลีนผู้ต้องการให้ไบรอันเป็นที่พักทางใจของเธอ กลับถูกไบรอันเลิกลบ เฮ้อ.. สุดท้ายเอวาลีนก็ไม่มีเพื่อนเหมือนเดิม

Mysterious Skin 01

4.3 มันคือเครื่องในและพื้นที่รอบๆอวัยวะเพศของวัว ที่ตายแล้ว

นอกจากเอวาลีนจะโชว์แผลเป็นแล้ว เธอยังพาไบรอันไปดูศพวัว โดยเครื่องเพศหรือเครื่องในอะไรสักอย่างของวัวพวกนี้หายสาญสูญไป เอวาลีนสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาวที่ขโมยไปวิจัย (อันนี้ผมเริ่มคล้อยตามเธอแล้วครับ ก็ใครจะเอาอวัยะเพศวัวไปอย่างเดียว ) ว่าแล้วเธอก็ท้าพิสูจน์ให้ไบรอันล้วงเข้าไปจับเครื่องในของวัว…ว้าว แม่นักวิทยาศาสตร์! ขณะที่ไบรอันล้วงเข้าไป ความทรงจำในวัยเด็กก็กลับคืนมา นำไปสู่ผิวหนังลึกลับประการต่อไป นั่นก็คือ

4.4 ทวารหนักโค้ชสุดที่รัก

โค้ชคิดท่าร่วมเพศได้พิสดารมาก เพราะเขาให้เด็กเขามือล้วงตูดเขา! โอ้ โอ้ววโอ้ววม่ายยย  ให้มันได้อย่างนี้สิ! ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมความทรงจำนี้ถึงหลอกหลอนไบรอันไปชั่วชีวิต เด็กพวกนี้ไม่ถูกล่วงละเมิดทางเพศแบบทั่วๆไป แต่พวกเขาต้องล้วงตูดคนอื่นเชียวนะ!

4.5 เลือดกำเดาของไบรอัน

พอไบรอันเอาแขนกระซวกเข้าไปในตูดวัว ความทรงจำก็เริ่มกลับมา และเลือดกำเดาก็ไหลทันทีก่อนหน้านั้น มีการปูเนื้อเรื่องว่าไบรอันมีอาการประหลาดที่เลือดกำเดาไหลโดยไม่มีสาเหตุ ถึงเลือดกำเดาจะไม่ใช่ผิวหนัง แต่ก็มีส่วนเชื่อมโยงกับผิวหนัง เลือดกำเดาไหลปริศนาจึงสอดคล้องกับนิยามของMysterious Skin เช่นกัน

ปริศนาเลือดกำเดามีคำตอบอยู่ในอดีต หลังเสร็จกิจกับโค้ช เด็กชายไบรอันเหม่อลอยจนหน้าคว่ำเลือดกำเดาไหล และต่อมา เมื่อไรก็ตามที่เขาคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต เลือดกำเดาก็จะไหลออกมา

ดังนั้นเลือดกำเดาในหนังเรื่องนี้ก็ทำหน้าที่ไม่ต่างจากมนุษย์ต่างดาว มันคือสัญลักษณ์ของความทรงจำ (สีเลือด) ในวัยเด็กที่หลอกหลอนไบรอันมาโดยตลอด

Mysterious Skin 04

4.6 ผิวหนังของชายชรา HIV

ตอนที่นีลถือคติ Sex and the City (ขายตัวในนิวยอร์ค..ยอดไปเลย! ) เขาได้ให้บริการกับชายชราคนหนึ่งซึ่งภายนอกดูเป็นคนปกติ แต่เมื่อเขาถอดเสื้อออกมาก็พบว่า ผิวหนังของเขาพิสดารอย่างยิ่ง มันเต็มไปด้วยสะเก็ดและรอยสีดำคล้ายรอยไหม้ ผิวหนังนี้ตรงกับนิยามว่า ‘ผิวหนังลึกลับ’ อย่างยิ่ง และเราสามารถอนุมานว่าเขาน่าจะเป็นโรคเอดส์

แต่ชายคนนี้ไม่ได้ต้องการร่วมรักกับนีล เขาต้องการเพียงให้นีล‘ลูบไล้ สัมผัส และขยำ ’ ผิวหนังอันลึกลับของเขา (ว้าว..แม่เจ้าโว้ย)

ท่วงท่าการร่วมรักแบบนี้ (เอ๊ะ จะเรียกว่าร่วมรักได้ไหม) มันดูคลับคล้ายคลับคลากับท่าที่เขาใช้กับโค้ช เพราะโค้ชเองก็ไม่ได้ให้นีลสอดใส่ประตูหลัง เขาขอให้นีลใช้มือลูบไล้และทะลวงทวารหนักหรือ’ผิวหนังลึกลับ’ ของเขา

ในขณะที่นีลลูบไล้ผิวหนังของชายชรา เขาก็เพิ่มความรุนแรงในการขยำมากยิ่งขึ้น ทั้งที่หน้าตาของนีลก็ดูไม่มีความสุขเอาซะเลย ฉากนี้บ่งบอกได้ดีว่าความทรงจำในอดีตทำร้ายนีลอย่างไร ถึงเซ็กซ์สำหรับนีลจะดูเป็นเรื่องสนุก แต่มันก็ทำร้ายเขาโดยที่เขาควบคุมไม่ได้ เซ็กซ์คือฝันร้ายที่นีลกินจนเป็นนิสัย เหมือนคนที่กินอาหารแย่ๆ จนไม่รู้จักวิธีกินอาหารแบบอื่นอีกต่อไป

นอกจากนี้มันยังบอกอนาคตอีก 2 ประการ คือ 1.ถ้าเขาแก่ตัวไป เขาอาจจะเป็นอย่างชายแก่คนนี้ก็ได้ และ 2. เขาอาจจะเจอลูกค้าที่อันตรายกว่าชายแก่คนนี้ก็เป็นได้ เพราะอย่างน้อยชายแก่คนนี้ก็ใจดีและไม่ได้ทำร้ายเขา

สำหรับข้อ 1 นีลอาจจไม่ต้องจบตัวเองในสภาพนี้ก็ได้ แต่สำหรับข้อ2 นีลก็เจอดีเลยครับ เมื่อลูกค้าคนต่อมาซ้อมเขาจนอยู่ในสภาพปางตาย

การขยำเนื้อพิสดารของชายแก่ ยังทำให้ผมคิดถึงอีกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ ชายแก่คนนี้ไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากที่พึ่งพิงทางใจ

ชายแก่คนนี้ก็เหมือนกับนีล ที่กลายเป็นคนร่านสวาทมีเซ็กซ์ไปทั่วก็ไม่ได้เพราะอะไรหรอก

เขาก็เหมือนกับตัวละครอื่นๆ และก็อาจจะเหมือนเราๆ ท่านๆ ผู้ต้องการที่พึ่งพิงทางใจ

…จริงไหม?Mysterious Skin