รวม 5 หนังน่าจับตาในสาขา “กำกับภาพยอดเยี่ยม” ปี 2016

Home / bioscope, ข่าวหนัง arthouse สารคดี / รวม 5 หนังน่าจับตาในสาขา “กำกับภาพยอดเยี่ยม” ปี 2016

การเล่าเรื่องที่ยอดเยี่ยมในภาพยนตร์มาจากองค์ประกอบหลายอย่าง หนึ่งในนั้นที่ปรากฏแก่สายตาเราอย่าชัดเจนที่สุดคือ “การกำกับภาพ” ซึ่งในปีนี้ก็มีงานกำกับภาพอันตื่นตาน่าจดจำมากมาย เราจึงขอรวบรวมภาพยนตร์บางส่วนที่โดดเด่นในด้านนี้ และมีบทบาทในเวทีการแจกรางวัลสำคัญๆ ในปี 2016 มาแนะนำกันครับ

moonlight

Moonlight (2016, แบร์รี่ เจนกินส์)
กำกับภาพโดย เจมส์ เล็กซ์ตัน

หลังเคยร่วมงานกับ เจนกินส์ ในหนังเรื่องแรกของเขาเมื่อปี 2008 อย่าง Medicine for Melancholy (การตามติด 24 ชม. สองหนุ่มสาวที่พึ่งรู้จักกันในเมื่องซานฟรานซิสโก) ทั้งคู่กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งและกลายเป็นผลงานแจ้งเกิดแบบเต็มตัวของพวกเขา โดยหนังซึ่งเล่าเรื่อง 3 ช่วงเวลาของเกย์ผิวสีในการค้นหาที่เหยียบยืนของตนเอง (ดัดแปลงจากบทละครของ Tarell Alvin McCraney) ได้ใช้สไตล์การกำกับภาพแบบแฮนด์เฮลลื่นไหลไปตามสถานที่และตัวละคร (โดยมีแรงบันดาลใจสำคัญจากงานกำกับภาพของ คริสโตเฟอร์ ดอยล์ อย่่าง Happy Together) และขับเน้นความคมเข้มของสีผิวนักแสดงให้ดูสวยงามแปลกตายิ่ง ซึ่งสอดคล้องกับฉากหลังเมืองชายทะเลอย่างไมอามีได้เป็นอย่างดี

la-la-land

La La Land (2016, เดเมียน ชาเซลล์)
กำกับภาพโดย ลินุส แซนด์เกร็น

ด้วยเป็นการทริบิวส์ให้กับหนังฮอลลีวูดยุค 50 ชาเซลล์จึงตัดสินใจถ่ายทำหนังดราม่า-มิวสิคัลเรื่องนี้ด้วยฟิล์ม ในสเกลภาพ (Ratio) 2.55 CinemaScope ซึ่งนิยมใช้ในยุคนั้น และพยายามถ่ายทำโดยหลีกเลี่ยงการใช้ CGI ให้น้อยที่สุด ตัวอย่างเช่นฉากมิวสิคัลตอนต้นเรื่องที่แสงและท้องฟ้่า (รูปเปิด) หรือฉากการเต้นรำที่มีฉากหลังเป็นแสงในช่วงเวลา magic-hour ของเมืองแอลเอ (รูปประกอบ) ก็ล้วนเกิดจากการถ่ายทำในสถานที่จริงทั้งสิ้น โดยมีแรงบันดาลใจสำคัญจาก The Umbrellas of Cherbourg หนังมิวสิคัลฝรั่งเศสรางวัลปาล์มทองปี 1964

the-handmaiden

The Handmaiden (2016, ปักชานวุก)
กำกับภาพโดย ชุงชุงฮุน

ปักชานวุก ผู้กำกับให้สัมภาษณ์กับ collider.com ถึงงานด้านภาพในผลงานเรื่องล่าสุดของเขาว่า “ผมเชื่อในการทำงานหนักของทีมแสง ไปจนถึงขั้นตอนโพสต์โปรดักชั่นที่ช่วยให้สีสันที่ออกมาถูกต้อง ผมมั่นใจว่าภาพที่ออกมาจะดูเหมือนฟิล์มเสียยิ่งกว่าเราถ่ายด้วยฟิล์มเสียอีก” โดยเขาเลือกใช้กล้องดิจิตอลกับเลนส์กล้องฟิล์มยุค 70’s เพื่อให้ได้ภาพที่ใกล้เคียงการถ่ายด้วยฟิล์มมากที่สุด เมื่อประกอบกับการเคลื่อนกล้องอันหวือหวาไปจนถึงการโคลสอัพแทนสายตาที่ชวนผู้ชมรู้สึกให้กระอักกระอ่วน บวกกับงานด้านกำกับศิลป์ที่ยอดเยี่ยม ก็ยิ่งทำให้หนังแสนอื้อฉาวที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ลับๆ ของนายหญิงชาวญี่ปุ่นและสาวใช้ชาวเกาหลีเรื่องนี้น่าจดจำมากยิ่งขึ้น

jackie2

Jackie (2016, ปาโบล ลาเรน)
กำกับภาพโดย สเตฟาน ฟองแตง

หนังฮอลลีวูดเรื่องแรกของผู้กำกับชาวชิลีที่โด่งดังในสายอาร์ตเฮาส์ (No, The Club หรือล่าสุดอย่าง Neruda) ได้เลือกใช้ฟิล์ม Super 16 มม. เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของสตรีหมายเลยหนึ่ง แจ็คกี้ เคนเนดี หลังจาก จอห์น เอฟ. เคนเนดี ถูกลอบสังหารให้ออกมาสีสันนุ่มนวลสไตล์ยุค 60’s (โดยหนังใช้ฟุตเตจจริงจากสถานีโทรทัศน์ CBS มาร้อยเรียงได้อย่างแนบเนียน) ผ่านการวางองค์ประกอบภาพที่ให้ตัวละครของ นาตาลี พอร์ตแมน อยู่กลางเฟรมตลอดทั้งเรื่องให้ผู้ชมโฟกัสกับอารมณ์ของตัวละครที่เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์และผู้คนที่เข้ามารายล้อมปะทะตัวเธอหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

L-R: Adam Driver plays Father Garupe and Andrew Garfield plays Father Rodrigues in the film SILENCE by Paramount Pictures, SharpSword Films, and AI Films

Silence (2016, มาร์ติน สกอร์เซซี)
กำกับภาพโดย รอดรีโก ปริเอโต

ปริเอโตถ่ายทอดบรรยากาศญี่ปุ่นยุคเอโดะในศตวรรษที่ 17 ซึ่งยังมีความหวาดกลัวการเผยแพร่ศาสนาคริสต์จากตะวันตกอยู่สูงผ่านมุมมองสองตัวละครนักบวชชาวโปรตุเกสที่กลับไปตามหาอาจารย์ของพวกเขา ในบรรยากาศที่ต้องหลบซ่อนในม่านหมอกและกอวัชพืช (ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก Ugetsu Monogatari ผลงานกำกับของเคนจิ มิโซงุจิ ในปี 1953) ด้วยกล้องฟิล์มในตอนกลางวันเพื่อเน้นให้เห็นสีสันของสภาพแวดล้อมทามกลางหมอก และกล้องดิจิตอลในช่วงกลางคืนที่ใช้แสงจากธรรมชาติหรือตะเกียงให้สามารถจับอารมณ์บนใบหน้าตัวละครได้ดียิ่งขึ้น

ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

BANNER176