“แปลกใหม่…แม้ไม่ออริจินัล” คิมจีวุน คนทำหนังไม่จำกัดแนว

Home / bioscope, หนังเอเชีย / “แปลกใหม่…แม้ไม่ออริจินัล” คิมจีวุน คนทำหนังไม่จำกัดแนว

คนทำหนังหลายคนในโลกนี้ผลิตงานโดยหยิบยืมไอเดียของหนังเรื่องอื่นและคนทำหนังคนอื่นมาเป็นแรงบันดาลใจ แต่อาจมีน้อยคนยินดีจะยอมรับหรือเปิดเผยให้ใครรู้ หนึ่งในน้อยนั้นคือ คิมจีวุน ผู้กำกับชาวเกาหลีที่ผ่านมือมาแล้วกับหนังหลากแนว (genre) ซึ่งแม้แต่ละเรื่องเขาจะเดินตามสูตรประจำตระกูลของหนังแนวนั้น แต่กลับให้ผลลัพธ์ที่แปลกใหม่แตกต่างออกไป

ทั้ง Three (อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต, 2002), A Tale of Two Sisters (ตู้ซ่อนผี, 2003) สองหนังสยองขวัญที่แจ้งเกิดตัวเขา, A Bittersweet Life (2005) หนังนีโอนัวร์ที่ผสมลีลาเนิบนิ่งแบบ ฌ็อง-ปีแยร์ เมลวีล เข้ากับความดิบของ มาร์ติน สกอร์เซซี และหนังบู๊ฮ่องกงแบบ จอห์น วู, ใน The Good, the Bad, the Weird (2008) หนังคาวบอยสปาเก็ตตีที่ถูกเติมความเวียร์ดจนกลายเป็น ‘คาวบอยกิมจิ’, I Saw the Devil (2010) หนังล้างแค้นสุดโหด 18+ ที่เขาพาผู้ชมไปสำรวจความดำมืดในจิตใจของมนุษย์ได้อย่างเหนือชั้น ไปจนถึงการข้ามไปลองชิมลางทำหนังฮอลลีวูด The Last Stand (2013) ก่อนจะกลับมาหนังธริลเลอร์ย้อนยุคอย่าง The Age of Shadows คิมจีวุนก็ยังคงพยายามทำหนังตามขนบที่มีรสชาติหวือหวาและสนุกกว่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

kim_ji_woon-620x413
คิมจีวุน

คนทำหนังแบบต่อเนื่อง

“การนำพาตัวเองไปในระบบที่ต่างออกไป มันเหมือนเป็นการ รีเฟรซ ตัวผมเองตลอดเวลา ตอนที่ผมกำลังทำหนังที่ฮอลลีวูด ในช่วงโพสต์โปรดักชันอันยาวนาน ผมก็เตรียมงานสำหรับการถ่ายหนังในเกาหลีเรื่องต่อไปทันที การที่ผมมีกระบวนการการทำหนังสามหรือสี่เรื่องในเวลาไล่กัน เพราะผมมีไอเดียมากมายในหัวที่ยังอยากจะทำอยู่ ถ้าลองสังเกตดู ในบางปีผมอาจจะไม่ได้มีผลงาน แต่ระหว่างที่หายไป ผมไม่เคยที่จะหยุดการทำหนังเลย”

“ผมต้องการท้าทายข้อจำกัดของตัวเองเสมอ คือถ้าผมทำหนังอาร์ตสักเรื่อง กับหนังตลาดสักเรื่องไปพร้อมๆ กัน ในแง่ไอเดียและความคิดมันสามารถลื่นไหลเชื่อมโยงถึงกัน จากแนวหนึ่งสู่แนวหนึ่ง เสมือนผมยืนอยู่บนเขตพรหมแดน ที่สามารถข้ามไปมาระหว่างแนวหนังต่างๆ ได้ นั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้ผมเลือกทำหนังที่แตกต่างกันไปทั้งเนื้อหาและแนวหนังอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม สำหรับผม -The wrong direction make the map- หมายถึง ถ้าผมเลือกไปในทิศทางที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่าไม่ควรจะไป มันก็เปรียบเสมือนตัวผมได้สร้างเส้นทางใหม่ๆ ได้สร้างแผนที่ใหม่ที่ไม่เคยมีใครไปถึงมาก่อน ด้วยตัวของผมเอง ซึ่งก็เช่นเดียวกันกับวิธีการกำกับหนังของผมนั่นละ”

ageofshadows
The Age of Shadow

ใช้ ‘ความกลัว’ เล่าเรื่อง

“‘ดรามา’ ในหนังแต่ละประเภทนั้นล้วนมาจาก ‘ความกลัว’ ยกตัวอย่างเช่น หนังสยองขวัญ ความกลัวเกิดจากการมองไม่เห็น, หนังโรแมนติก ก็มีความกลัวของการเลิกราหรือเจ็บปวดเพราะความรัก, หนังไซ-ไฟก็มาจากความกลัวกังวลในอนาคต, หนังแอ็คชัน ก็มีความกลัวที่มาจากความรุนแรง ดังนั้นผมจึงต้องการนำพาตัวเองไปสู่การทำหนังแนวต่างๆ เพื่อดึงเอา ‘ความกลัว’ เหล่านั้นมาใช้ในเรื่องของผมเอง”

ทำหนังไม่มีลายเซ็น

“ผมไม่รู้หรอก ว่าตัวเองมีสไตล์หรือลายเซ็นในการทำหนังแบบไหน แต่สิ่งที่ผู้คนมักพูดถึงหนังของผม คือผมชอบมีตัวละครหลักที่โดดเดียว และการหล่อมรวมเอาอารมณ์ขันและความรุนแรง หรือ ความสยองขวัญเข้าด้วยกัน ซึ่งถ้านำสองสิ่งนี้มารวมกันแล้วได้ผลก็จะนำพาคนดูให้ขำขันไปกับสถานการณ์อันตึงเครียดตรงหน้าได้”

i-saw-the-devil
I Saw the Devil

แต่สไตล์หนังต้องชัด!!

คิมเปลี่ยนแนวหนังไปเรื่อย จากตลกมาสยอง ไปลองฟิล์มนัวร์ ตามด้วยแอ็กชัน นั่นเพราะเขายังค้นหาทางถนัดและยังต้องการแรงบันดาลใจแปลกใหม่ อย่างไรก็ดีการทดลองนี้มิได้ไร้ทิศทาง เพราะเมื่อจับหนังตระกูลไหน เขาจะเลือกธีมที่เหมาะและขับเน้นลักษณะเฉพาะของมันให้ชัด โดยคิมย้ำว่า เหตุที่วงการหนังเกาหลีใต้เติบโตพุ่งพรวด ก็เพราะให้ค่าแก่สไตล์เฉพาะตัวของคนทำหนัง ซึ่งเอกลักษณ์ที่ว่านี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อคนทำหนังมีโอกาสได้สร้างผลงานหลากแนวทาง และค้นหาความแปลกใหม่ให้แก่มัน จนสามารถเป็นสื่อแสดงพลังสร้างสรรค์ของคนทำและดึงดูดใจคนดูรุ่นใหม่ๆ ได้นั่นเอง

ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

cover-bio-2017