เก็บตกเกร็ด Oscar 2017 ในค่ำคืนอันแสนวุ่นวาย

Home / bioscope, หนังฮอลลีวูด / เก็บตกเกร็ด Oscar 2017 ในค่ำคืนอันแสนวุ่นวาย

จบกันไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับงานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 89 ที่ในท้ายที่สุด Moonlight หนังเกย์ผิวสีเรื่องดังของ แบร์รี เจนกินส์ ก็คว้ารางวัลหนังยอดเยี่ยมประจำปีนี้ไปครอง ท่ามกลางเหตุชวนงนงงของการประกาศผลรางวัลที่ผิดพลาด ทว่าในค่ำคืนอันแสนวุ่นวายที่สุดในประวัติศาสตร์เวทีรางวัลออสการ์แห่งนี้ กลับมีเรื่องที่น่าสนใจซึ่งควรถูกบันทึกไว้เช่นกัน

***สรุปผลรางวัลออสการ์ 2017 http://movie.mthai.com/bioscope/208410.html
มาเฮอร์ชาลา อาลี

มาเฮอร์ชาลา อาลี
มุสลิมคนแรกที่ได้รับรางวัลออสการ์ สาขาการแสดง

แม้จะพลาดรางวัลสมทบชายชายยอดเยี่ยมจากเวทีลูกโลกทองคำล่าสุดไป แต่กับเต็งจ๋าในสาขานี้ที่กวาดมาแทบจะทุกเวทีอย่างอาลี ก็ไม่มีพลิกโผในการขึ้นรับรางวัลสมทบชายยอดเยี่ยมมาครองได้สำเร็จ จากบทนักค้ายาเสพติดผู้เข้ามาช่วยเหลือชีวิตอันสับสนสิ้นหวังของ ไชรอน ตัวละครนำในเรื่อง Moonlight ซึ่งอาลีได้ให้สัมภาษณ์ถึงการเป็นมุสลิมคนแรกที่ได้รับรางวัลทางการแสดงว่า “ยกเรื่องศาสนาออกไป ไม่ว่าคุณจะมีชีวิตแบบไหนหรือเคารพเทพเจ้าองค์ใด ในฐานะศิลปินผมพยายามจะสื่อสารความจริงและเข้าถึงตัวละครให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

เดเมียน ชาเซลล์

เดเมียน ชาเซลล์
กับสถิติผู้กำกับยอดเยี่ยมอายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัลนี้

แม้ชาเซลล์จะพลาดเข้าชิงออสการ์เป็นครั้งแรกจาก Whiplash (2014) แต่สำหรับ La La Land นอกจากจะเป็นการเข้าชิงครั้งแรกในสาขา ผู้กำกับยอดเยี่ยมแล้ว ชาเซลล์ยังกลายเป็นเป็นผู้กำกับที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัลนี้ด้วยอายุ 32 ปี ทว่าเขาไม่ใช่ผู้กำกับที่อายุน้อยที่สุดที่เข้าชิงในสาขานี้ เพราะย้อนไปในปี 1991 จอห์น ซิงเกิลตัน ในวัยเพียง 24 ปี ได้พาหนังเรื่องแรกของตน Boyz n the Hood เข้าชิงออสการ์ในสาขา บทออริจินอลและผู้กำกับยอดเยี่ยม ซึ่งแม้จะไม่ได้รางวัลอะไร แต่ในแง่ของตัวหนัง (ที่เล่าเรื่องวัฏจักรชีวิตของวัยรุ่นในชุมชนชาวผิวสีทางตอนใต้ของ LA) ก็ยังคงถูกยกย่องในความยอดเยี่ยมมาจนถึงทุกวันนี้

O.J.: Made in America

O.J.: Made in America
หนังยาวที่สุดที่ได้รางวัลออสการ์

จากซีรีส์สารคดีที่ออกอากาศทางช่อง ESPN สู่หนังสารคดีรางวัล best documentary ที่มีความยาวมากที่สุด 7 ชั่วโมง 47 นาที ครองแชมป์หนังรางวัลออสการ์ที่มีความยาวมากที่สุดตลอดกาลไปในทันที่ ซึ่งแม้จะได้เข้าชิงด้วยการใช้เทคนิค(หรืออาจจะเรียกว่าช่องโหว่ก็ว่าได้ จากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ไปจนถึงในแง่เทคนิคที่มันก็มีความเป็นภาพยนตร์ ไม่แพ้สารคดีที่เข้าฉายเรื่องอื่นๆ ในปีนี้) ก็ตาม แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยมีสารคดีที่มีความยาวระดับนี้เข้าฉายในโรงมาก่อน เพราะ Shoah (1985) หนังสารคดีระดับขึ้นหิ้งของผู้กำกับชาวฝรั่งเศส Claude Lanzmann ว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุในค่ายนาซี ก็มีความยาวกว่า 10 ชั่วโมง 13 นาที

มองในทางกลับกัน ความสำเร็จของ O.J.: Made in America กลายเป็นการเปิดโอกาสให้นักทำสารคดี (ซึ่งมักจะมีวัตถุดิบจำนวนมหาศาลในการเล่าเรื่อง) มีช่องทางที่จะทำผลงานของตนได้อย่างอิสระมากขึ้น ด้วยความลื่นไหลของช่องทางเผยแพร่ในปัจจุบันที่มีทั้งทีวี สตรีมมิ่ง และโรงภาพยนตร์

***รู้จัก O.J.: Made in America เพิ่มขึ้นได้ที่นี่ http://movie.mthai.com/bioscop/2e08473.html

The New York Times กับโฆษณาตัวแรก
ที่เกาะกระแสต้าน “ทรัมป์” แบบสุดตัว

นอกเรื่องจากผลรางวัลออกสาร์ในปีนี้ ที่นอกจากกระแสตอนต้านประธาธิบดีอเมริกาคนล่าสุด โดนัลล์ ทรัมป์ จะอบอวนไปตลอดทั้งงาน ทั้งผลรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมที่ตกเป็นของ The Salesman จากอิหร่านที่ผู้กำกับ อัสการ์ ฟาร์ฮาดี ประกาศจะไม่มารับรางวัลตั้งแต่ตอนที่ทรัมป์ประกาศนโยบายกีดกันชาวมุสลิม หรือสปีชของบรรดานักแสดงผู้เชิญรางวัลหลายๆ คนที่มีนัยยะจิกกัดแล้ว ยังลามมาถึงโฆษณาที่ออกอากาศในช่วงถ่ายทอดสดด้วย ซึ่งมันยิ่งน่าสนใจไปอีก เมื่อโฆษณานั้นมาจากสื่อทรงอิทธิพลสุดเก่าแก่ ที่ไม่เคยมีโฆษณาทีวีมาก่อนอย่าง The New York Times

ไม่น่าเชื่อว่านิวยอร์คไทม์จะยอมจ่ายค่าโฆษณาที่แพงระยับ เฉลี่ย 30 วินาทีตกที่ 2 – 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยโฆษณาที่ชื่อ “The Truth Is Hard” เป็นงานเรียบง่ายที่ใช้ตัวหนังสือและเสียงประกอบจากหลากกลุ่มผู้คน พูดถึง “ความจริง” ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกนี้ โดยจั่วด้วยประโยคแรกว่า The truth is our nation is more divided than ever. หรือ “ความจริงที่ประเทศของเราแบ่งแยกมากขึ้นกว่าเดิม” ก่อจะย้ำในประโยคสุดท้ายว่า “ความจริงกลายเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าที่เคยเป็นมา” ซึ่งดูเหมือนเป็นการสื่อสารโต้ตอบตัวทรัมป์ที่ออกมาโจมตีสื่อข่าวต่างๆ ในปัจจุบันว่านำเสนอข่าวสารที่ไม่จริง

วอร์เร็น บีตตี้ กับผลผิดซอง!!

หยิบซองผิด!!
เบื้องหลังผลรางวัลหนังยอดเยี่ยมสุดวุ่นในปีนี้

ใครจะไปคิดว่าหายนะที่เกิดขึ้นในอีเวนต์สำคัญๆ ซึ่งถ่ายทอดสดไปทั่วโลก เช่นซ็อตเปิดหน้าอกของ เจเน็ท แจ็คสัน ในโชว์ซุปเปอร์โบลล์ปี 2004 ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของมาตรฐานการถ่ายทอดสด (ที่ถูกดีเลย์ให้ไม่เรียลไทม์อีกต่อไป) หรือล่าสุดอย่างงาน Miss Universe pageant 2015 ที่พิธีกรชื่อดัง สตีฟ ฮาร์วีย์ ก็ประกาศผู้ได้รับตำแหน่งชนะเลิศผิดพลาดมาแล้ว

“ส่วนตัวแล้ว ผมขอตำหนิ สตีฟ ฮาร์วีย์ กับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้” จิมมี่ คิมเมล หยอดมุกในช่วงระหว่างกำลังเชิญทีมงาน Moonlight ขึ้นมารับรางวัล ใครจะไปคิดว่าไฮไลท์สุดสำคัญในการประกาศผลรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจะผิดพลาดซ้ำรอยนี้ ซึ่งเมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้วก๋เริ่มมีการตามหาข้อเท็จจริงกันแบบเร่งด่วน ซึ่งเมื่อมาไล่ดูกันอย่างช้าๆ ในคลิปถ่ายทอดสดแล้วจะพบว่า ซองที่คุณลุง วอร์เร็น บีตตี้ นักแสดงอาวุโสวัย 79 ปีถืออยู่นั้นมันจ่าหน้าซองว่า “Actress In A leading Role” หรือสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม นั่นหมายความว่า ซองผลรางวัลเกิดการสลับกันนั่นเอง!!

งานนี้บริษัท ไพรซ์วอเทอร์เฮาส์คูเปอส์ (PricewaterhouseCoopers) ซึ่งรับหน้าที่ดูแลด้านการจัดโหวตลงคะแนนและรวบรวมผลรางวัล ก็ออกมาแสดงความรับผิดชอบในข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ทั้งการขอโทษ La La Land และ La La Land ในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เฟย์ ดันนาเวย์ และ วอร์เร็น บีตตี้ สองนักแสดงที่ออกมาประกาศรางวัลดังกล่าวซึ่งโดนสับเละไปเรียบร้อยตั้งแต่ความจริงยังไม่กระจ่าง ไปจนถึงบรรดาผู้ชมทั่วโลก ไปจนถึงประกาศว่าจะสืบสวนหาต้นเหตุที่แท้จริงของเรื่องที่เกิดขึ้นต่อไป


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

cover-bio-2017