11 ปี ในความทรงจำ ค่ายหนังคุณภาพ GTH

Home / variety, หนังไทย / 11 ปี ในความทรงจำ ค่ายหนังคุณภาพ GTH

หากมองย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 40 หลายน่าจะยังคงจำกันได้ถึงยุคแห่งความตกต่ำของวงการภาพยนตร์ไทย เหตุทั้งจากจำนวนและคุณภาพของภาพยนตร์ไทยที่ออกมา ณ ขณะนั้น ทำให้การดูหนังไทยสำหรับหลายๆเป็นเรื่องน่าอาย จนกระทั่งการเข้ามาของบริษัทผลิตภาพยนตร์ไทยอย่าง ไท เอนเตอร์เทนเม้นท์ ภายใต้การบริหารงานของคุณ ที่ทำให้เกิดความหวังใหม่ของคนดูภาพยนตร์ไทยในเวลานั้น

GTH

และหากเรามองย้อนกลับไปหาจุดเริ่มต้นของบริษัทผลิตภาพยนตร์คุณภาพอย่าง GTH เราคงปฏิเสธไม่ได้เวลา มันเกิดขึ้นจากความรักในการทำหนังของคุณจิระ มะลิกุล ที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับ ไท เอนเตอร์เทนเม้นท์ ในภาพยนตร์เรื่อง “สตรีเหล็ก” ซึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้ พี่เก้ง รับหน้าที่เขียนบทและกำกับภาพ ในขณะที่ ยงยุทธ ทองกองทุน รับหน้าที่กำกับ และนี่คือการร่วมงานกันครั้งแรกของ ไท เอนเตอร์เทนเม้นท์ และบริษัทโฆษณา หับ โห้ หิ้น ซึ่งความสำเร็จของภาพยนตร์สตรีเหล็กนี่เอง ที่เปรียบเสมือนใบเบิกทางให้ เก้ง จิระ มะลิกุล ก้าวเข้ามาเป็นคนทำหนังไทยอย่างเต็มตัว และในปี 2545 “15 ค่ำ เดือน 11” ผลงานชิ้นแรกในฐานะผู้กำกับของ จิระ มะลิกุล ก็ได้ฤกษ์ออกสู่สายตาแฟนหนังชาวไทย ก่อนที่ในปีเดียวกันนี้เองที่ทางพี่เก้ง มีโอกาสที่จะได้ต้อนรับกลุ่ม 365 ฟิล์ม ที่นำบทภาพยนตร์ “แฟนฉัน” เข้ามานำเสนอ

W11566400-2

แฟนฉัน ถือเป็นอีก 1 ความท้าทายในการควบคุมการผลิตภาพยนตร์ของพี่เก้ง ทั้งจากตัวภาพยนตร์เองที่เป็นหนังเด็ก (ใช้เด็กเป็นตัวดำเนินเรื่อง) และการใช้ 6 ผู้กำกับที่ไม่มีประสบการณ์มากำกับภาพยนตร์ แต่ทั้งนี้ผลที่ได้รับกลับเหนือความคาดหมาย ภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน กลายเป็นปรากฎการณ์ เป็นหนังเด็กที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย และด้วยความสำเร็จครั้งนี้ ทำให้ในอีก 1 ปีต่อมา เกิดการตัดสินใจรวมตัวกันของ 3 บริษัท ที่ร่วมกันผลิตภาพยนตร์แฟนฉัน ไม่ว่าจะเป็น ไท เอนเตอร์เทนเม้นท์ ,หับ โห้ หิ้น ,และ จีเอ็มเอ็ม GTH จึงถือกำเนิดขึ้นในปี  2547

ซึ่งในปีแรกของ GTH ถือว่าเปิดตัวได้อย่างงดงาม กับการจัดจำหน่ายหนัง 100 ล้านบาทอย่าง “ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ” การผลิตหนังกวนๆ อย่าง “สายล่อฟ้า” และภาพยนตร์ตลกส่งท้ายปลายปีอย่าง “แจ๋ว” ของ ยงยุทธ ทองกองทุน ผู้กำกับ สตรีเหล็ก ทั้ง 2 ภาค

11 ปี GTH

แต่หนทางในวงการภาพยนตร์ไทยก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะเพียงแค่เริ่มต้นปีที่ 2 ความเชื่อที่ว่า “ทำหนังดียังไงก็มีคนดู” กลับถูกสั่นคลอนอย่างหนัก จากหนังรางวัลอย่าง “มหาลัยเหมืองแร่” ที่ล้มเหลวทางด้านรายได้ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ GTH กลับมาสร้างหนังที่เข้าถึงคนดูทั่วไปมากขึ้น แต่ทั้งนี้ GTH ก็ยังคงไม่ทิ้งจุดยืนเดิมของบริษัทที่ หนังทุกเรื่องต้องเป็นหนังดี และแม้จะมีอุปสรรคในช่วงแรก แต่ในปีเดียวกันนี้เอง GTH ก็ยังได้ผลิตภาพยนตร์ โรแมนติก คอมเมอดี้ ซึ่งเป็นหนังเล็กๆ ทุนสร้างไม่สูง และใช้นักแสดงหน้าใหม่ทั้งหมด อย่าง “เพื่อนสนิท” และไม่มีใครคาดคิดว่าหนังรักเล็กๆอย่างเพื่อนสนิทจะทำรายได้ไปถึง 82 ล้านบาท ทำให้เพื่อนสนิทยึดตำแหน่งหนังที่ทำรายได้สูงสุดให้ GTH มาตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปี 2552 ก่อนถูก 5 แพร่งมาทำลายสถิติได้ในที่สุด

P2

แม้สถานการณ์ที่ดูเหมือนจะดีขึ้น แต่การก้าวเข้าสู่ปีที่ 3  GTH ก็เกือบเดินทางมาถึงจุดอวสานเมื่อ “หมากเตะ โลกตะลึง” ถูกแบนไม่ให้ฉายจากประเด็นความอ่อนไหวระหว่างประเทศ ทำให้ท้ายที่สุดภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องมีการปรับแก้ CG และพากษ์ใหม่ทั้งหมด ก่อนนำออกฉาย เมื่อ 19 ตุลาคม 2549 ด้วยชื่อ “หมากเตะ รีเทิร์น” และเก็บรายได้ไปเพียงแค่ 10 ล้านบาท

p3 p4

จากปัญหาตัวเลขรายได้ และปัญหาด้านการบริหารที่สะสมมานานหลายปี ทำให้มีคำถามมากมายเกิดขึ้นภายในบริษัท ถึงการหยุดพัก หรือก้าวเดินต่อของ GTH และในปี 2552 ซึ่งเป็นปีที่ 6 ของ GTH นี่เองที่ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในเรื่องการบริหารงานภายใน GTH เอง ซึ่งพี่เก้ง จิระ มะลิกุล ต้องเข้ามารับตำแหน่งโปรดิวเซอร์อย่างเต็มตัว อีกทั้งการลดจำนวนภาพยนตร์ต่อปี ทำให้ GTH กลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง โดยหนังเรื่องแรกหลังการปรับเปลี่ยนระบบบริหารภายในของ GTH คือ “รถไฟฟ้า มาหานะเธอ” ซึ่งเป็นภาพยนตร์อีก 1 เรื่องที่สร้างปรากฎการณ์รายได้อย่างถล่มทลายถึง 147 ล้านบาท ก่อนถูกลบสถิติโดยภาพยนตร์ในค่ายเดียวกันอย่าง  “ATM เออรัก เออเร่อ”  “ไอฟาย แตงกิ้ว เลิฟยู้”  และ “พี่มากพระโขนง”

p5

ซึ่งนอกจากหนังรัก Feel Good GTH ยังคงมีผลงานในรูปแบบภาพยนตร์สยองขวัญที่สร้างชื่อเสียงให้กับผู้กำกับอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต” “แฝด” “ลัดดาแลนด์” หรือหนังผีภาคต่ออย่าง “4 แพร่ง” และ “5 แพร่ง”  

จาก 11 ที่ผ่านมา กับการนำเสนอภาพยนตร์กว่า 40 เรื่อง 30 ธันวาคม 2558 นี้ จะเป็นวันสุดท้ายของ GTH บริษัทผลิตภาพยนตร์ที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆให้กับวงการภาพยนตร์ไทย และแฟนหนังชาวไทย  แต่เราเชื่อเหลือเกินครับว่า เหล่าผู้กำกับคุณภาพที่ผ่านกระบวนการฝึกปรือฝืมือจากโรงเรียน GTH แห่งนี้ จะยังคงผลิตผลงานคุณภาพมาให้คนรักหนังไทยได้ชมกันอีกอย่างแน่นอน

 

 

ขอบคุณที่มา : 11 ปี GTH นับหนึ่งถึงอนาคต