“เรา ‘โป๊’ กันมานานแล้ว” !! กับ 5 ฉากเซ็กซ์สุดแรงจากหนังไทยในอดีต

Home / bioscope, หนังไทย / “เรา ‘โป๊’ กันมานานแล้ว” !! กับ 5 ฉากเซ็กซ์สุดแรงจากหนังไทยในอดีต

ทอง 01

ความโป๊ และ ความแรงของเซ็กซ์ในหนังไทย มักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่เสมอๆ จนหลายครั้งกลายเป็น Talk of the town ในวงกว้าง ตัวอย่างเช่น กรณี ‘จันดารา ปฐมบท’ ที่มีเสียงท้วงติงว่าควรปรับเป็นเรต ฉ 20- แม้จะได้รับอนุญาตให้ฉายด้วยเรต น 18+ ก็ตาม หรือแม้แต่กรณีล่าสุดใน Motel Mist ‘โรงแรมต่างดาว’ ท่ามกลางเสียงเล่าลือถึงความแรงของฉากเซ็กซ์ในหนัง หลังจากการฉายรอบสื่อมวลชน ก่อนจะถูกูประกาศเลื่อนฉายอย่างกระทันหันแบบไม่มีกำหนด ก่อนหนังเข้าฉายเพียงวันเดียว!! แม้จะผ่านการได้รับอนุญาตให้ฉายด้วยเรต น 18+ มาแล้วก็ตาม

แต่หากเราย้อนไปในยุคที่หนังไทยยังมีจำนวนมากและหลากหลายกว่านี้ ในยุคที่หนังไทยยังมีการจัดระเบียบภาพยนตร์จากกองเซ็นเซอร์สุดเฮี้ยบอยู่และไม่มีการจัดเรตภาพยนตร์อย่างเช่นปัจจุบัน (คือช่วง พ.ศ. 2500 – 2530) ทว่าหนังไทยหลายเรื่องกลับมีฉากเซ็กซ์อันหวือหวา แถมยังพูดประเด็นทางเพศได้ไกลกว่าหนังไทยในปัจจุบันเสียด้วยซ้ำ และนี่คือตัวอย่าง 5 ฉากเซ็กซ์สุดแรงจากหนังไทยในอดีต อันเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่าแท้จริงนั้น “เรา ‘โป๊’ กันมานานแล้ว” !!

ฉาก นวลนางในห้องน้ำ
‘ทอง’ (พ.ศ. 2516, ฉลอง ภักดีวิจิตร)

จุดขายหนังฉลอง ภักดีวิจิตร นอกจากดาราฝรั่ง และฉากบู๊ทุนสูงแล้ว ยังต้องมีสาวเซ็กซี่ให้ได้เห็น โดยใน ‘ทอง’  ได้นางเอกชาวเวียดนาม ถั่มถุยหั่ง มารับบทสายลับสาวเวียดนาม ที่ต้อง เจอจารชนไทย (กรุง ศรีวิไล) พามาพลอดรักกันบนเตียง ดูไปแล้วไม่ค่อยเห็นอะไรเท่าไหร่ แต่พอเจ้าหล่อนลุกไปอาบน้ำนี่สิ กรุงมือไวคว้าผ้าขนหนูติดมือจนหล่อนวิ่งเปลือยหลัง หายเข้าห้องน้ำไป แถมยังเป็นห้องกระจกฝ้าที่ชัดชนิดกรุงเห็นอะไรในตัวเธอ คนดูก็ได้เห็นด้วยหมด ไหนๆ ก็พูดถึงถั่มถุยหั่งแล้ว ขอชี้แจงว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ และได้รับยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติของเวียดนามด้วย ไม่ได้ถูกคอมมิวนิสต์ยิงตายอย่างที่หนังสือพิมพ์หรือนิตยสารดารายุคโน้น (พ.ศ. 2516-2519) เขียนไว้แต่อย่างใด

ฉาก เธอกับฉัน และนั่นใครอีกคน
‘คนกินเมีย’ (พ.ศ. 2517, ดอกดิน กัญญามาลย์)

“7 ขวบก็ได้ดูหนังไทยแล้ว” สมเกียรติ วิทุรานิช ผู้กำกับ October Sonata เล่าให้ผมฟังถึงยุคสมัยหนึ่งที่หนังไทยโป๊มาก “ตอนนั้นแม่จะยอมให้ดูเฉพาะหนังดอกดิน มีดาวยั่วแต่ว่าจะไม่โป๊มาก แล้วหนังเรื่องอื่นๆ แม่จะไม่พาไปดูเพราะว่าหนังไทยมีดาวโป๊เยอะ” ซึ่ง ‘คนกินเมีย’ ถือเป็นหนังไม่กี่เรื่องที่ดอกดินขยายบทดาวยั่วให้มีความสำคัญกับเรื่องขึ้นเยอะ ดลนภา โสภี รับบทสาวสวยที่มาติดพันกับทั้งพระเอก (สมบัติ เมทะนี) และลุงของเขา (อดุลย์ ดุลยรัตน์) แถมยังมีส่วนพัวพันในการตายของภรรยาทั้ง 3 คนของพระเอกด้วย กระทั่งคนที่ 4 (วันดี ศรีตรัง) ยังถูกจับตาว่าจะจบชีวิตเหมือนคนอื่นๆ หรือไม่ ฉากเซ็กซ์เกิดในช่วงกลางเรื่อง เพื่อเฉลยเบื้องลึกตัวละครของอดุลย์ผู้รับบทน้าชายที่แอบหลงรักหลายชายอย่างสมบัติ เพราะ ระหว่างร่วมรักกับดลนภา กล้องตัดสลับกับภาพชายหนุ่มเปลือยกายที่ติดตามผนังห้อง เมื่อตัดมารับหน้าดลนภาอีกที เรากลับพบว่าเธอมีหนวดอย่างผู้ชายเสียอย่างนั้น! และปมนี้เองที่จะเฉลยสาเหตุการตายของอดีตภรรยาทุกคน

ฉาก 36-23-36
‘เผ่าขน’ (พ.ศ. 2519, คมน์ อรรฆเดช)

ฉากเปิดตัวนางเอกที่เซ็กซี่ที่สุดตลอดกาล เพราะคมน์ อรรฆเดช ให้ อรัญญา นามวงศ์ โชว์สัดส่วนในชุดชั้นในสีดำเต็มตา กล้องถ่ายไล่ตั้งแต่ตอนเธอเปลื้องผ้า ยอมให้เสี่ยร่างใหญ่ (บู๊ วิบูลย์นันท์) ปลุกปล้ำ ถ่ายสัดส่วนจากสะโพก ไล่ขึ้นมาเอว และจบที่หน้าอก แต่ละส่วนสัดมีตัวเลขกำกับ 36-23-36 ตามลำดับ ซึ่งตัวเลขชุดนี้จะเป็นรหัสสำคัญในหนังต่อไป บทของอรัญญาเป็นนางนกต่อที่ถูกล่อลวงให้เสี่ยๆ ปลุกปล้ำเพื่อให้น้องชาย (ไพโรจน์ ใจสิงห์) ฉวยโอกาสตามสังหารในจังหวะละเลงบทรักกัน อิงคศักดิ์ เกตุหอม คณะกรรมการหอภาพยนตร์ แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เล่าถึงอรัญญาที่ฉีกภาพนางเอกเรียบร้อยมาเล่นบทเซ็กซี่แข่งกับดาวยั่วในยุคนั้นว่า “คุณอรัญญาถือเป็นนางเอกที่กล้าแสดงบทเลิฟซีนหนักๆ รูปร่างเธอสวย จะมีเยอะมากที่ในหนังคุณอรัญญานุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวสู้กับผู้ร้าย นุ่งบิกินีชายหาด เป็นนางเอกที่เล่นบทยั่วได้ แทนที่เป็นนางเอกโดนแกล้งจะนั่งร้องไห้ พี่เปี๊ยก (อรัญญา) นี่จะสู้เลย ไม่หนี ไม่ร้องไห้ ฉันแกร่ง”

ฉาก ดวงตาสวรรค์
‘นักเลงตาทิพย์’ (พ.ศ. 2523, สมบัติ เมทะนี)

หนังที่กำกับโดยตัวของ สมบัติ เมทะนี (‘นักเลงเทวดา’, ‘ท้ามฤตยู’, ‘แหย่หนวดเสือ’) เองนั้นมักจะครบเครื่องทั้งด้านบู๊, ชีวิต, ตลก และเซ็กซ์ แต่ไม่มีเรื่องไหนจะชูจุดขายฉากเซ็กซ์ได้ฮือฮา (ก่อนเข้าฉาย) ได้เท่าเรื่องนี้เลย โดย มโนธรรม เทียมเทียบรัตน์ นักวิจารณ์หนังเล่าให้ฟังว่า “คนที่กล้าเอาฉากเลิฟซีนมาเป็นจุดขาย (ในหนังกระแสหลัก) ต้องยกให้สมบัติในเรื่องนี้เลย ‘นักเลงตาทิพย์’ เป็นเรื่องของคนที่ประสบอุบัติเหตุแล้วสายตาเกิดมองเห็นทะลุไปหมด แล้วมักเห็นผู้หญิงเปลือยในที่สาธารณะ อย่างฉากนี้ก็เกณฑ์ตัวประกอบไปถ่ายในห้างไดมารู, ห้างเมอรี่คิงโดยใช้วิธีบังมุม เมื่อก่อนห้างสรรพสินค้ามีไม่กี่เจ้าหรอก สามารถปิดห้างถ่ายได้ คนก็เลยเข้าใจว่าพนักงานในห้างมาแก้ผ้าถ่ายหรือเปล่า (ฮา)”

ฉาก เก้าอี้โยก
‘พิศวาสซาตาน’ (2529, พิศาล อัครเศรณี)

นักโทษชาย (พิศาล) แหกคุกออกมาด้วยสภาพปางตาย ก่อนหลบหนีไปถึงคฤหาสน์กลางป่าที่มีสาวๆ อาศัยอยู่ พวกหล่อนช่วยกันรักษาเขา โดยที่ไม่รู้เลยแท้จริงแล้วเขาเป็นอดีตพ่อเล้าขาโหด เมื่อหายดีชายหนุ่มก็เริ่มหว่านเสน่ห์ไปทั่วจนถึงขั้นมีเซ็กซ์ด้วยหลายคน จนเลยเถิดเกิดตบตีแย่งชิงตัวเขา เรื่องทั้งหมดไม่พ้นสายตาเจ้าบ้าน (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) ที่เป็นดั่งผู้ปกครอง และกำลังเสียอำนาจเพราะผู้ชายเพียงคนเดียว

ฉากนี้อยู่ในช่วงท้ายและเป็นการทลายขนบหนังพิศาลเอง ที่มักเล่าเรื่องรักอันเต็มด้วยตัณหา สุดท้ายผู้ชายเอาชนะผู้หญิงได้ด้วยเซ็กซ์ แต่คราวนี้คนที่โดนสยบกลับเป็นตัวพิศาลเอง ที่ แปรสภาพเป็น ‘เซ็กซ์ทอย’ เมื่อชายหนุ่มพิการขาขาดสองข้าง ทำได้เพียงนั่งอยู่บนม้าโยก รอให้เพ็ญพักตร์ในชุดซีทรูเดินเข้ามานั่งคร่อมร่างเพื่อเล่นสนุกกับอาวุธหนักที่เขาใช้กำราบทุกคนในบ้านมาแล้ว โดยที่เจ้าตัวไม่อาจขัดขืนได้เลย

โดยประเด็นเรื่องเซ็กซ์ในหนัง ‘พิศวาสซาตาน’ รุนแรงเสียจนกรรมการสภาสตรีแห่งชาติเรียกตัวพิศาลเข้าไปชี้แจงว่า “ทำไมพิศาลทำหนังแบบนี้ ทำไมต้องโหดร้ายแบบนี้” มาแล้ว

**เนื้อหาจาก 5 ฉากเซ็กซ์ (ซี่) สุดสะเด็ดหนังไทยในอดีต” โดย ชาญชนะ หอมทรัพย์
ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 136 (พฤษภาคม 2556)

ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

BANNER176