60 ปี ธนิตย์ จิตนุกูล กับ 4 หนังไทยระดับปรากฏการณ์ในอดีต

Home / bioscope, หนังไทย / 60 ปี ธนิตย์ จิตนุกูล กับ 4 หนังไทยระดับปรากฏการณ์ในอดีต

JV4C0094-3-b229_resize

แม้หลังจาก ‘แก๊งค์ตบผี’ ในปี พ.ศ. 2555 เป็นต้นมา ธนิตย์ จิตนุกูล จะถอยตัวเองไปทำงานเป็นโปรดิวเซอร์อยู่เบื้องหลังคนทำหนังไทยรุ่นใหม่ๆ แทน (โดยมีโปรเจ็กต์ฟอร์มยักษ์ที่เปิดแถลงข่าวไปแล้วอย่าง ‘มหาราช 2 แผ่นดิน’ ค้างคาอยู่ และยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เพิ่มเติม) แต่ถ้าพูดถึงในแง่ผลงานการกำกับภาพยนตร์แล้ว 23 ผลงานที่เขากำกับไว้ตลอดกว่า 30 ปีในวงการหนัง แม้คละเคล้าในแง่ผลตอบรับทางความสำเร็จ แต่ธนิตย์ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้กำกับที่อยู่ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสำคัญของวงการหนังไทย โดยเฉพาะการเป็นหนึ่งในผู้กำกับรุ่นใหม่ที่บุกเบิกยุคหนังวัยรุ่นให้เฟื่องฟูช่วงต้น พ.ศ. 2530 ที่ส่งผลและอิทธิพลมาถึงตลาดหนังไทยในยุคปัจจุบันอย่างยิ่งยวด

ในโอกาสที่ ธนิตย์ จิตนุกูล จะฉลองครบรอบวันเกิดในวัย 60 ปี (วันที่ 24 พ.ย.) เราจึงขอผ่านไปย้อนดู 4 ผลงานเรื่องสำคัญที่ประสบความสำเร็จระดับปรากฏการณ์ของวงการหนังไทย

ซึม+ปลื้ม

‘ซึมน้อยหน่อยกะล่อนมากหน่อย’ (พ.ศ. 2528) / ‘ปลื้ม’ (พ.ศ. 2529)

จากเงินหนึ่งล้านบาทที่ วิสูตร พูลวรลักษณ์ ในวัย 25 ปีหยิบยืมจากคุณพ่อ (และสมทบทุนอีก 5 แสนบาทจากคุณอา จรัล พูลวรลักษณ์) กลายเป็นทุนเริ่มต้นของ ไท เอ็นเตอร์เทนเม็นต์ ที่กลายมาเป็นหนึ่งในค่ายหนังสำคัญของวงการหนังไทยในเวลาต่อมา และหนังเรื่องแรกเปิดค่ายของบริษัทนี้ คือหนังตลกวัยรุ่นฝีมือการกำกับของสองนักเขียนใบปิดหนังอย่างธนิตย์ และ อดิเรก วัฏลีลา (ซึ่งเป็นผลงานเรื่องแรกของทั้งคู่เช่นกัน)

‘ซึมน้อยหน่อยกะล่อนมากหน่อย’ ออกฉายเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528 และประสบความสำเร็จอย่างสูง ซึ่งเมื่อมองไปที่ช่วงเวลาดังกล่าวซึ่งวงการหนังไทยยังเต็มไปด้วยหนังดราม่าหนักๆ แถม ‘ซึมฯ’ เองยังใช้นักแสดงหน้าใหม่เกือบทั้งหมดเป็นตัวนำ การกวาดรายได้ถึง 5 ล้านบาท กลายเป็นหนังไทยที่ทำรายได้สูงสุดในปีนั้น

ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2529 ธนิตย์และอดิเรกจะสร้างภาคต่อที่เล่าเรื่องต่อจาก ‘ซึมฯ’ ออกมานั่นคือ ‘ปลื้ม’ โดยมาพร้อมนักแสดงชุดเดิม ผลปรากฏว่าหนังทำเงินไปถึงระดับสิบล้านบาท แล้วในช่วงเวลาเดียวกันยังมีหนังในแนววัยรุ่นสนุกสนานถูกสร้างและได้รับผลตอบรับที่ดี เช่น ‘คู่วุ่นวัยหวาน’ (บัณฑิต ฤทธิ์ถกล), ‘เพื่อน’ (อภิชาติ โพธิ์ไพโรจน์), ‘รักกันเล่น ๆ ไม่เห็นเป็นไร’ (ศุภักษร) จนกล่าวได้ว่านี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้ค่ายอื่นๆ หันมาสนใจทำหนังในแนวเดียวกันนี้มากขึ้นในเวลาต่อมา และเปลี่ยนโฉมหน้าของวงการภาพยตร์ไทยจากยุคหนังชีวิตสะท้อนสังคมให้ก้าวเข้าสู่ยุคหนังวัยรุ่นอย่างเต็มตัว

1441602694-o

‘สยึ๋มกึ๋ย’ (พ.ศ. 2534)

หลังจากนั้น ‘ซึมฯ’ และ ‘ปลื้ม’ ธนิตย์และอดิเรกก็แยกย้ายไปทำหนังเดี่ยวๆ ของตน โดยอดิเรกไปทำหนังแอ็กชั่น-อาชญากรรมอย่าง ‘ดีแตก’ (พ.ศ. 2530) ก่อนจะประสบความสำเร็จกับหนังสุดดังอย่าง ‘ฉลุย’ (พ.ศ. 2531) ส่วนธนิตย์ก็มาทำหนังคอร์ทรูม ดราม่า (หรือหนังที่นำเสนอกระบวนการต่อสู้คดีในชั้นศาล) อย่าง ‘อย่าบอกว่าเธอบาป’ (พ.ศ. 2530) และหนังรัก (ที่ทำเสร็จแล้วแต่กลับไม่ได้ฉาย) อย่าง ‘ทั้งดวงใจให้หมดเลย’ (พ.ศ. 2531) ก่อนที่ ก่อนจะว่างเว้นไปอีก 3 ปี กับผลงานหนังแอ็กชั่น-แฟนตาซีที่อุดมไปด้วยสเปเซียลเอฟเฟ็กซ์เรื่องนี้

ในปีที่ ไท เอ็นเตอร์เทนเม็นต์ ประสบความสำเร็จระดับปรากฏการณ์กับ ‘กลิ้งไว้ก่อน พ่อสอนไว้’ ก็ยังมีอีกเรื่องอย่าง ‘สยึ๋มกึ๋ย’ ที่ธนิตย์ได้ สุรศักดิ์ วงษ์ไทย (ที่ฮ็อตมากๆ ในช่วงเวลานั้น) มารับบทนำในหนังของตนอีกครั้งหลังจาก ‘ซึมฯ’ และ ‘ปลื้ม’ นอกจากเป็นหนังตลกที่ผสมแนวสยองขวัญเข้าไป จนทำให้หนังโดดเด่นเป็นพิเศษในช่วงเวลานั้น และทำรายได้ไปกว่า 18 ล้านบาท (อนึ่ง ปี พ.ศ. 2534 เป็นปีที่มีหนังไทยน่าสนใจอย่าง ‘กะโหลกบางตายช้า กะโหลกหนาตายก่อน’ หนังฟิล์มนัวร์ไทยของ มานพ อุดมเดช หรือ ‘วิถีคนกล้า’ หนังอีพิกฟอร์มยักษ์ของ ยุทธนา มุกดาสนิท ที่สร้างตำนานหลายอย่างให้วงการหนังไทยไว้ด้วย เป็นต้น)

ธนิตย์ จิตนุกูล

‘บางระจัน’ (พ.ศ. 2543)

หาก ‘นางนาก’ ในปี พ.ศ. 2542 คือคลื่นลูกแรกที่ทำให้หนังไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากภาวะซบเซาและมีจำนวนการสร้างน้อยลงจนน่าใจหาย ‘สตรีเหล็ก’ และ ‘บางระจัน’ คืออีกสองหนังเรื่องสำคัญที่พาหนังไทยไปแตะร้อยล้านให้วงการหนังกระแสหลักได้คึกคักอีกครั้ง

โดย ‘บางระจัน’ เป็นช่วงเวลาที่ธนิตย์ได้เข้ามาทำหนังในสตูดิโอน้องใหม่ Film Bangkok (ในเครือ BEC-Tero อีกยักษ์ใหญ่วงการสื่อสารมวลชน) ภายใต้การดูแลของเพื่อนสนิทอย่าง อดิเรก วัฏลีลา โดยธนิตย์ทำการรีบูตหนังอีพิกสงครามย้อนยุคให้ดูสนุกและทันสมัยขึ้น ทั้งการสร้างคาร์แรกเตอร์ตัวละครที่น่าจดจำ ไปจนถึงสไตล์การตัดต่อที่ฉับไวและดนตรีประกอบอันชวนหึกเหิมแบบหนังแอ็กชัน จนทำให้ผู้ชมตอบรับอย่างล้นหลามทำรายได้ไปกว่า 150 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปฉายตามเทศกาลหนังอีกหลายแห่ง และถูกซื้อสิทธิ์ไปจัดจำหน่ายฉายในอเมริกาในอีกสี่ปีต่อมาอีกด้วย จนอาจกล่าวได้ว่า ‘บางระจัน’ เป็นจุดสูงสุดในชีวิตการทำหนังของธนิตย์ก็ว่าได้

bangrajanตัวอย่าง 
เบื้องหลัง ‘บางระจัน’ 

ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

BANNER176