Conan The Barbarian 3D : เถื่อน มันส์ ทะลุจอ

Home / วิจารณ์หนัง / Conan The Barbarian 3D : เถื่อน มันส์ ทะลุจอ

Conan The Barbarian

 

Conan The Barbarian ในทีแรกนั้นก็ไม่ได้กะจะสนใจกับหนังเรื่องนี้มากซะทีเดียว เพราะคำวิจารณ์อันย่ำแย่ รวมไปถึงการบังคับดู 3D ของโรงหนัง ทำให้ไม่สนใจหนังเรื่องนี้ได้ง่ายๆ แต่แล้วไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมา ทำให้ผมนั้นอยากไปลองดูหนัง คนเถื่อนรีเมค เรื่องนี้แบบยังเมากับตัวเองอยู่ ซึ่งหนังจะเป็นอย่างไรนั้น..

Conan The Barbarian เรื่องราวย้อนกลับไปในสมัยคนเถื่อน หลายเผ่า เรื่องราวของตำนานหน้ากากปีศาจ ที่สามารถเรียกปีศาจร้ายจาก โลกอเวจี เพื่อนำมาสู่โลกมนุษย์ และ ผู้ที่เรียกมานั้นจะเป็นเจ้าโลก แต่เนื่องจากเหล่าเผ่าคนเถื่อน ได้ยินเรื่องซะก่อนจึงทำให้พวกเขาไปจับเอาหน้ากากนั้นไปเก็บไว้ที่ลับ จนกระทั่งตอนนี้ ราชาแห่งความตายอย่าง ซิมส์ ที่หวังจะเอาหน้ากากนั้นเพื่อมาชุบชีวิตภรรยาสุดที่รักของตน ทำให้เขานั้นพลิกแผ่นดินหาจนกระทั่งเขาได้รู้ว่า หน้ากากนี้ได้ถูกซ่อนไว้ที่เผ่าคนเถื่อน ทำให้เขาฆ่าคนทั้งหมู่บ้าน แต่ดันเหลือ โคแนน หนุ่มน้อยที่สาบานว่าจะแก้แค้น ล่า ตัดหัวของ ซิมส์ มาให้ได้

Conan The Barbarian กำกับการแสดงโดย Marcus Nispel ซึ่งตอนนี้ในประวัติรู้สึกจะกลายเป็นเจ้าพ่อหนังรีเมคพ่อสมควร หลังจากไม่รู้หนีไปไหน 2 ปีหลังจากผลงานรีเมคเรื่องล่าสุดอย่าง Friday The 13th ที่ทำเอาทั้งนักวิจารณ์และคนดู รวมไปถึงแฟนพันธุ์แท้ของ เจสัน นั้นไม่ปลื้มกันไปเป็นแถว แต่ยังไงก็ตาม ตอนนี้เขาได้กลับมาพร้อมกับหนังรีเมคเรื่องใหม่เช่นเคย คราวนี้ขอเอาหนัง คนเถื่อน ที่เคยสร้างชื่อให้กับ Arnold Schwarzenegger ในปี 1982 ทำให้ต้องมีภาคต่อตามมาถึง 2 ภาค เขาจึงไม่รีรอที่จะนำมันกลับมาสร้างใหม่ให้เถื่อนกว่าเดิม ก่อนจะไปไหนไกล คงต้องขอบอกเลยว่าความเห็นต่างๆที่ได้เขียนในรีวิวนี้นั้น มาจากคนที่ไม่ดูเวอร์ชั่นเก่ามาก่อน จึงไม่รู้มากนักว่าเวอร์ชั่นนี้นั้นด้อยกว่าเก่าอย่างไร ถือว่ามันเป็นหนังเรื่องใหม่ละกัน

ซึ่งอย่างแรกที่ต้องขอพูดถึง (เพราะเสียตังค์ไปซะแพง) คงหนีไม่พ้นกับระบบ 3D ของหนัง ที่ตอนแรกก็ไม่คิดจะเสียตังค์ให้กับระบบนี้ กับ 3D แปลงของ Conan สักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ต้องยอม ซึ่งสำหรับใน 3D เรื่องนี้ก็ไม่ได้ออกแนวจะทะลุจอมากมายเหมือน Final Destination แต่กลับเน้นความมีมิติในฉากสวยๆของหนังซะมากกว่า โดยเฉพาะด้านฉากแอ็คชั่นต่างๆ ที่ระบบ 3D ก็ต่างหนุนให้ฉากแอ็คชั่นนั้น ดูหวือหวา ที่มาพร้อมกับความมันส์ที่ระดับที่ยังถือว่าพอดูได้ และ ความเป็นมิติที่ชัดเจนในแต่ละฉาก 3D ของหนังเรื่องนี้จึงเหมาะกับคนที่จะดู 3D แบบมีมิติ มากกว่าจะดูระบบ 3D เพื่อความทะลุจอนะครับ

ซึ่ง ถ้ามองในด้านฉากแอ็คชั่น โดยส่วนตัวผมว่าหนังก็ยังทำออกมาในขั้นที่ใช้ได้ รวมไปถึงความน่าตื่นเต้น และ ความมันส์ ในฉากแอ็คชั่นนั้น ก็ยังอยู่ในขั้น ที่ดูสนุก และทำให้เราสนุกไปกับความโหดของคนเถื่อนได้อย่างไม่ยาก โดยรวมแล้วนั้น ถือว่า ผู้กำกับ Marcus Nispel ยังมีความพัฒนาในด้านของ ความตื่นเต้น ในฉากแอ็คชั่น มากกว่าผลงานเก่าๆอยู่พอสมควร

แต่เมื่อ มองในอีกด้านนึงแล้วนั้น ถึงแม้ผมจะไม่เคยดูเวอร์ชั่นเก่า แต่ก็รู้ได้เลยว่าข้อเสียของหนังอย่างแรกที่ทำให้คนดูหลายๆคนไม่ค่อยถูกใจ นั้นคือ สไตล์ของการเล่าบท ของหนัง ที่ดูแล้วไม่ลื่นไหล และดูไม่ค่อยจะสนุก แถมยังมีบางฉากของหนังนั้นยังดูเอื่อยๆ และ น่าเบื่อ ไปบ้าง และนั้นรวมไปถึงในด้านของตัวนักแสดง Jason Momoa ที่ดูแล้วไม่ค่อยจะอินกับบทคนเถื่อนสักเท่าไหร่นัก จึงทำให้หนังนั้นยังดูขัดๆและจับผิดได้ง่าย ในสิ่งเหล่านี้อยู่บ้าง แต่โดยสรุปแล้วนั้น สำหรับหนังคนเถื่อนเวอร์ชั่นรีเมคอย่าง Conan The Barbarian ก็ถือว่าเป็นหนังรีเมคที่อยู่ในระดับขั้นน่าพอใจ (สำหรับผม) เพราะยังถือว่า

ฉากแอ็คชั่นของหนังนั้นยังอยู่ในขั้นที่ พอรับได้ และถึงแม้จะไม่ถึงขั้นมันส์มหากาฬอะไรมากมาย แต่หนังก็ยังเอาตัวรอดไปด้วย ลีลา เถื่อนๆของพระเอกและ CG ที่ทุนสูงของหนัง แต่เมื่อมองในด้านของบทต่างๆของหนังแล้วนั้น มันก็ยังมีช่วงที่น่าเบื่อ และ อืดเอื่อยที่อาจจะทำให้คนดูนั้นหลับโดยไม่รู้ตัวก็ได้

เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ