Drive : หนังอาร์ทเฮ้าส์ผสมผสานทั้ง ‘ดราม่า’ และ ‘แอ็คชั่น’ ได้โคตรลงตัว

Home / วิจารณ์หนัง / Drive : หนังอาร์ทเฮ้าส์ผสมผสานทั้ง ‘ดราม่า’ และ ‘แอ็คชั่น’ ได้โคตรลงตัว

Drive เรื่องราวของ สตันท์แมน มือเก๋า ที่ได้รับบทยากๆในหนังฮอลลีวู้ด หลายเรื่อง ไม่ว่าเขาจะต้องโดนยิง , รถคว่ำ หรือโดนรถชน เขาก็ผ่านมาได้ทั้งนั้น แต่นั้นเป็นแค่งานอดิเรกทำเล่นๆของเขา เพราะงานจริงๆของเขาคือการขับรถพาโจรนั้นหนีตำรวจ หลังจากที่โจรเหล่านั้นไปปล้นบ้านคนอื่นเสร็จแล้ว แต่วันนึงเขาก็ดันไปตกหลุกรักคุณแม่สาวสวยอย่าง ไอรีน และได้รู้ว่า สามี ของเธอกำลังมีปัญหาด้านการเงินเกี่ยวกับ หนี้ ที่เขาเคยติดไว้ในคุกจึงอาสาจะพาสามีของเธอไปปล้นโรงรับจำนำ แต่แล้วแผนกลับซ้อนแผนเมื่อ คู่อริ ของสามี ไอรีน กลับฆ่าสามีของเขาต่อหน้าต่อตา เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากจะล้างแค้นให้ไอรีน

Drive กำกับการแสดงโดย Nicolas Winding Refn หลังจากเคยกำกับหนังแนวชีวประวัตินักมวยตกอับอย่าง Bronson และนักรบเถื่อนลุยโหดอย่าง Valhalla Rising แต่ดูเหมือนว่าที่จะทำให้ผู้กำกับคนนี้ดังเป็นพลุแตก พร้อมกับได้รับการโปรโมทในไทยมากมายคงหนีไม่พ้นหนังซิ่งรถอย่าง Drive ที่ได้รับคำวิจารณ์ในด้านบวกจนผู้กำกับลอยกันเลยทีเดียว (ซึ่งผู้กำกับได้ให้อธิบายในงานรอบสื่อไว้ว่า ตัวละครของ ไรอัน กอสลิ่ง นี้จะเป็นเหมือนตัวแทนอารมณ์ของผู้กำกับเลยทีเดียว) ซึ่งในด้านที่ Drive สามารถทำได้สำเร็จเลยคือด้านของ อารมณ์เหงา โดดเดี่ยว แต่ดุและพร้อมจะระบาย ทุกเมื่อผ่านตัวละคร นักซิ่ง ของ ไรอัน กอสลิ่ง ที่ถือว่าการแสดงและบทบาทของเขาดูเหมือนจะช่วยคาแรกเตอร์ The Driver ได้ดีเลยทีเดียว ทั้งจากแววตาและอารมณ์ของหนัง

ที่ทำให้เราอดคิดถึง หนังเหงาต้นตำรับอย่าง Lost In Translartion ได้เลยทีเดียว แต่กลับเป็นเวอร์ชั่นที่ ดุ เดือด และ เถื่อน ยิ่งกว่า รวมเข้ากับความเป็นสไตล์ อาร์ทเฮ้าส์ ของผู้กำกับ ที่ถือว่าช่วยยกระดับหนังเรื่องนี้ได้มากกว่า 70% เลยทีเดียว เพราะไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ เพลงประกอบ และอารมณ์ของตัวละครหลักทั้งหลาย ที่มาพร้อมกับความนิ่ง เงียบ และ สุขุม ก็ต่างทำให้หนังเรื่องนี้นั้นดู สนุก และ ไม่น่าเบื่อ โดยเฉพาะด้านส่วนของ ความอาร์ท ที่ต้องบอกว่า ยกให้ผู้กำกับทั้ง 10 นิ้วเลยก็ว่าได้ เพราะทั้งการจัดแสงสี และ การถ่ายภาพ ที่ไม่แปลกใจทำไมเขาถึงได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเมืองคานส์

และ ที่ต้องขอชมด้านผู้กำกับเลยคือ การปลดปล่อย สิ่งที่เรียกว่า สัญชาติญาณดิบ ของมนุษย์ ออกมาได้อย่างดุเดือด ดิบ และเถื่อน ที่เรียกได้ว่าต้องมีอยู่ในตัวทุกคนแน่ๆ แม้แต่คนเหงาๆ เงียบๆ อย่าง Driver ในหนังเรื่องนี้ก็ตาม โดยในด้านของ ความดิบ ที่ผู้กำกับถ่ายทอดออกมาก็ถือว่าไม่ต้องมีอะไรให้อธิบายให้มากความนักหรอก ไปดูในหนังทุกคนก็คงเกทกันหมดแน่นอน แถมในตอนจบผู้กำกับยังตบหน้าคนดูด้วยประเด็นแฝงประมาณว่า ‘คนเรา อะไรที่มันง่ายๆไม่ค่อยชอบทำ อะไรที่ยากๆหน่ะชอบนักเชียว’ , แต่สำหรับในข้อเสียของ Drive นั้น อาจจะไม่เรียกว่าข้อเสียก็ได้สักทีเดียว เพราะสำหรับ Drive

เอาเข้าจริงๆนั้นมันคือหนัง ดราม่า ที่มีฉาก แอ็คชั่น มาเป็นของแถมมากกว่า เพราะฉะนั้นท่านผู้อ่านคนใดเห็นจากตัวอย่างแล้วคิดว่าหนังเรื่องนี้จะมันส์ และ บ้าคลั่ง ก็ขอให้คิดใหม่เพราะว่า Drive เป็นหนังดราม่า นิ่งๆ ขายบรรยากาศและอารมณ์อาร์ทเฮ้าส์ พร้อมกับการแสดงสุดเท่ และ เดือด ของพระเอกหนุ่ม ไรอัน กอสลิ่ง ซะมากกว่าจะมาขายฉากแอ็คชั่นขับรถสุดเท่เหมือนแนวหนังระห่ำอย่าง Fast Five (ที่ต้องยก Fast Five มาเพราะมีข่าวว่าผู้หญิงที่เมืองนอกคนนึง ถึงกับไปฟ้องร้องหนังเลยทีเดียวว่าตัดต่อตัวอย่างทำให้เจ๊เขาเข้าใจผิดนึก ว่าจะมันส์เหมือนหนังรถแข่ง Fast Five / ไว้อาลัย 1 นาที)

โดยสรุป แล้วนั้น Drive ถือว่าเป็นหนังดราม่า ผสมแอ็คชั่น ที่ถือว่าทำออกมาเข้าท่า และ ดูสนุก ไม่น่าเบื่อ แต่ปกคลุมไปด้วยความ อาร์ท และบรรยากาศ การถ่ายภาพ ที่ต้องเรียกได้เลยว่าทุกอย่างลงตัวไปหมด สุดยอดหนังแห่งปีเลยก็ว่าได้ เพียงแต่ว่าหนังไม่ค่อยแอ็คชั่นเหมือนตัวอย่างเท่านั้นเองแหละครับ

เรื่องนี้ผมให้ 9.5/10 ครับ