Warrior : มันคือ The Fighter ในแบบฉบับที่มันส์กว่า ซึ้งกว่า และ อินกว่า ในทุกด้าน

Warrior : มันคือ The Fighter ในแบบฉบับที่มันส์กว่า ซึ้งกว่า และ อินกว่า

เลื่อนข้ามปีกันเลยทีเดียวกับหนังฟอร์มดีเรื่องนี้ ที่กวาดคำวิจารณ์จากทุกสำนักมาแล้วว่าเป็นอีกเรื่องที่อาจจะมีสิทธิ์เข้าชิง ออสการ์ ก็เป็นได้ โดยความน่าสนใจของตัวหนังจริงๆแล้วอยู่ที่บทล้วนๆ ที่จับเอาพี่น้องสายเลือดเดียวกัน ต้องมาต่อยมวยเพื่อชิงเงินรางวัลเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของตัวเองในชีวิต

ทอมมี่ ริออร์แดน (ทอม ฮาร์ดี้) ลูกชายคนเล็กของอดีตนักมวยขี้เหล้า (นิค โนลดี้) ได้กลับมาบ้านหลังจากไปรบและได้พ่อของเขาเป็นเทรนเนอร์ในการลงแข่งชิงแชมป์นักชกมาร์เชียลอาร์ต และเส้นทางบนสังเวียนนี้ได้นำเขามาพบกับเบรนแดน (โจล เอ็ดเกอร์ตัน) พี่ชายแท้ๆ ของตัวเอง ที่หันหลังให้ทอมมี่และพ่อของเขาไปมีครอบครัวที่ดี และเป็นครูฟิสิกห์ แต่จำเป็นต้องขึ้นสังเวียนเพื่อหาเงินมารักษาบ้านของเขาเอาไว้ไม่ให้ถูกยึด หนังได้รับคำวิจารณ์ในแง่ดีว่าเหนือกว่า The Fighter และยังเต็มไปด้วยฉากต่อสู้ที่ดุดันและเร้าใจกว่าอีกด้วย เข้าฉายแล้ววันนี้เฉพาะที่โรงภาพยนตร์ Apex สยามสแควร์ ที่เดียวเท่านั้น

Warrior กำกับการแสดงโดยผู้กำกับ เกวิน โอคอนเนอร์ หรือที่เรารู้จักกันดีในนามของผู้กำกับที่ชอบทำแต่เรื่องของลูกผู้ชายแมนๆ เริ่มตั้งแต่การที่เขากำกับหนังแนวให้กำลังใจ ในกีฬา ฮ๊อกกี้ ใน Miracle และต่อด้วยทำหนังแนวพี่น้องตำรวจต่างขั้วกับ Pride And Glory และในปีนี้นั้นเขาก็ได้กลับมาพร้อมกับหนังแนวพี่น้องแมนๆอีกครั้ง กับหนังเรื่องนี้ ที่ถ้าจะให้บรรยายเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้สั้นๆง่ายๆนั้นก็คงบอกได้เลยว่า มันคือ The Fighter ในเวอร์ชั่นที่ มันส์กว่า ซึ้งกว่า และ อินกว่า ในทุกองค์ประกอบ เริ่มตั้งแต่องค์ประกอบ ดราม่า ของหนังที่สามารถค่อยๆไกล่เกลี่ยบทความแตกร้าวในครอบครัว ระหว่างน้องชายอย่าง ทอมมี่ ที่มีปัญหากับพ่อขี้เมาของตัวเอง ออกมาได้อย่างลึกซึ้ง และ กินใจ ในทุกด้าน พร้อมกับการที่หนังกัดจิกประเด็นสังคมทั้งหลายในอเมริกา

และครอบครัวที่มีปัญหาพ่อขี้เหล้าแบบนี้ ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ผสมผสานไปกับการแสดงอันเหนือชั้นของนักแสดงที่เคยได้เข้าชิงรางวัลออสการ์อย่าง นิค โนลตี้ ในบทของพ่อขี้เมา ที่หนังสามารถปูบท และ ปูมหลัง ของ พ่อ คนนี้ออกมาทำให้คนดูนั้นสามารถอินได้ง่าย และ เป็นตัวละครที่สามารถจับต้องได้มากกว่าตัวละครหลักอย่าง ทอมมี่ หรือแม้แต่ เบรนแดน เสียอีก พร้อมกับการที่ผู้กำกับนั้นรู้สึกอยากจะปล่อยของในหนังเรื่องนี้ซะหน่อย จึงทำหนังเรื่องนี้ยาวถึง 2 ชั่วโมง 20 นาที ซึ่งในทีแรกผมก็คิดว่ามันยาวเกินไปเช่นเดียวกัน แต่เอาเข้าจริงๆนั้น ผู้กำกับนั้นสามารถถ่ายทอดเรื่องราว และ การเล่าบทหนัง

เรื่องนี้ ที่มีความยาวถึง 2 ชั่วโมง 20 นาที ออกมาได้อย่าง ราบลื่น และสามารถหาจังหวะในการใส่ทั้งฉากแอ็คชั่น ตลก ซึ้ง และ ให้กำลังใจ ได้อย่างถูกที่ถูกเวลา จึงทำให้คนดูรู้สึกว่า 2 ชม. 20 นาที นั้น กลายเป็นเหมือนหนังยาวเพียง 1 ชั่วโมงด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่สนุกของผู้กำกับที่ต้องขอชมจริงๆ และนั้นรวมไปถึงด้านของแถมในหนังเรื่องนี้อย่าง ฉากแอ็คชั่น ที่ฉากเหล่านั้นก็จะมันส์ไม่ได้อีกเช่นกันถ้าหากขาดเสน่ห์ของผู้กำกับ ที่สามารถเล่าเรื่องความเป็นมาของ 2 ตัวเอกได้อย่างยอดเยี่ยม จึงไม่แปลกเลยว่า ถ้าในทุกฉากแอ็คชั่น จะมีคนดูในโรงยืนขึ้นมาเชียร์เหมือนดูมวยอยู่ข้างๆสนามแบบของจริง

เพราะหนังสามารถทำให้คนดูอิน และ เข้าถึง ไปกับตัวละครทั้งหมดของหนังได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะการที่หนังไม่ได้เน้นบทไปที่ใครคนใดคนนึง หรือว่า ใส่ร้ายป้ายสี ไปให้ว่าคนนี้ต้องชนะแน่ๆ คนนี้ต้องแพ้แน่ๆ ในฉากสุดท้ายของหนัง ที่เป็นการมาเผชิญกันเองของ 2 พี่น้องนั้น จึงทำเอาจิตใจคนดูทั้งหลายอยู่ไม่เป็นสุขเลยก็ว่าได้ เพราะหนังเรื่องนี้แหละที่สามารถขยายคำว่า ‘รักพี่เสียดายน้อง’ ออกมาได้ในรูปแบบที่มันส์เกินคาด และสำหรับใครที่กำลังคิดว่า ในตอนจบนั้นยังไง 2 พี่น้องก็ต้องชนะมาเจอกันอยู่ดี กลัวว่าฉากต่อสู้แรกๆนั้นจะดูแล้วไม่ลุ้น เพราะยังไงคนดูก็ต้องรู้ผลการแพ้ชนะในรอบแรกๆอยู่แล้ว

ก็ต้องให้คุณคิดใหม่ได้เลย เพราะความดีความชอบทั้งหลายต้องยกให้คนออกแบบคิวบู๊ ในฉากการต่อยมวยแบบผสมผสานศิลปะเหล่านี้ ที่สามารถทำออกมาได้ มันส์ มากจนลืมไปแล้วว่านี้มันคือหนังแนวดราม่านะเว้ย แต่เท่านั้นยังไม่พอ เพราะนอกจากหนังจะจริงจังกับฉากแอ็คชั่นของหนังแล้ว ในด้านของดราม่า หนังก็ยังจริงจังด้วยเช่นกัน เพราะในฉากที่หนังพยายามทำ ซึ้ง ทั้งหลายนั้นต้องขอยกนิ้วให้เลยว่า เล่นเอาน้ำตาลูกผู้ชายของใครหลายๆคนนั้น ต้องไหลออกมาจนแทบหยิบกระดาษมาซับไม่ทันเลยก็ว่าได้ พร้อมกับประเด็นด้านของ ความรักชนะทุกอย่าง ของหนังก็ยังสามารถผสมผสานได้ไม่ยัดเยียดมากไปอีกด้วย

แต่ถ้าหากจะให้ลองคิดข้อเสียของหนังเรื่องนี้สักข้อ สองข้อ นั้นก็คงต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้คงจะเพอร์เฟ็คสุดๆ ถ้าในตอนท้ายของหนังนั้นมีฉากบทสรุปที่ยาวกว่านี้หน่อย เพราะอารมณ์ในฉากจบของหนังเรื่องนี้มันคล้ายกับว่าตัดบทไปเลยมากกว่า ส่วนข้อที่ 2 นั้นคือด้านการแสดงของ โจล เอ็ดเกอร์ตัน ที่ในด้านฉากแอ็คชั่นนั้น การแสดงของเขาดูแล้วไม่หนักแน่นเหมือน ทอม ฮาร์ดี้ ส่วนในด้านฉากดราม่าก็ยังรู้สึกไม่สุดมากสักเท่าไหร่นัก โดยส่วนตัวชอบการแสดงใน The Thing ที่ออกมาเล็กน้อยมากกว่าอีกครับ แต่ยังไงก็ตามโดยรวมแล้วเรื่องนี้มันเป็นหนังที่ยอดเยี่ยมแห่งปีสำหรับผมจริงๆครับ

สรุป Warrior เป็นหนังแนวต่อยมวย ที่สามารถเล่าเรื่องทั้งประเด็นด้านความรัก ความแตกแยก ในครอบครัวออกมาได้ในรูปแบบที่ดูสนุก และจริงจังมากทั้งด้านฉากแอ็คชั่นมันส์ๆของหนัง หรือแม้แต่ฉากซึ้งๆของหนังที่ทำเอาคนดูต้องร้องไห้ไปตามๆกัน ถ้าใครมีเวลาว่างก็อย่าลืมไปอุดหนุนที่ Apex ที่เดียวเท่านั้น

เรื่องนี้ผมให้ 10/10 ครับ

แท็ก: , , , , , , , ,

ติดตาม ! หนังใหม่ เช็ครอบหนัง ข่าวหนัง บน Facebook คลิกเลยที่นี่
แสดงความคิดเห็น

  1. (#271990) :

    Warrior : มันคือ The Fighter ในแบบฉบับที่มันส์กว่า ซึ้งกว่า และ อินกว่า

    ผมเหนหลายเวปบอกไว้ว่าหนังเรื่องนี้ เปนหนังที่ถูกวิจารณืในแง่ดี มากที่สุด เท่านี้ผมกะอยากดูแล้ว แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ดูในโรง แต่กะได้ดูในแผ่นแล้ว หนังเรื่องนี้สุดยอดจิงๆๆ ไม่คิดว่าจะทามให้ผมร้องไห้ได้

    โดย : ว๊ากกกก , เขียนเมื่อ March 22, 2012 เวลา 21:05 IP : 202.28.78.x| Permalink
  2. (#258274) :

    Warrior : มันคือ The Fighter ในแบบฉบับที่มันส์กว่า ซึ้งกว่า และ อินกว่า

    10/10 เลยครับเรื่องนี้

    โดย : กระบือสยาม , เขียนเมื่อ January 21, 2012 เวลา 17:45 IP : 180.183.150.x| Permalink
  3. (#258203) :

    Warrior : มันคือ The Fighter ในแบบฉบับที่มันส์กว่า ซึ้งกว่า และ อินกว่า

    ทอมมี่โหดชิบ เอาไปเลยเต็ม 10 :)

    โดย : Casashevaz , เขียนเมื่อ January 21, 2012 เวลา 12:46 IP : 118.173.64.x| Permalink
  4. (#257542) :

    Warrior : มันคือ The Fighter ในแบบฉบับที่มันส์กว่า ซึ้งกว่า และ อินกว่า

    ว่าแล้วหนังเช่นนี้ต้องดีโคตร ๆ

    โดย : Hellespont , เขียนเมื่อ January 19, 2012 เวลา 19:15 IP : 58.9.56.x| Permalink
  5. (#257224) :

    Warrior : มันคือ The Fighter ในแบบฉบับที่มันส์กว่า ซึ้งกว่า และ อินกว่า

    ศึกสายเลือดดูแล้วซึ้งมากครับ ผมให้ 10/10 เต็มจริงๆ จากใจ..

    โดย : เหอะๆ , เขียนเมื่อ January 19, 2012 เวลา 04:13 IP : 192.168.1.x| Permalink
  6. (#256940) :

    Warrior : มันคือ The Fighter ในแบบฉบับที่มันส์กว่า ซึ้งกว่า และ อินกว่า

    หนังใหม่ครับ ฉายแถวๆลิโด้ สยามสแควร์
    อีกสักสองเดือน ก็จะลงแผ่น โดยค่ายยูไนเต็ดอ่ะแหละ

    โดย : tyler , เขียนเมื่อ January 18, 2012 เวลา 14:21 IP : 192.168.8.x| Permalink
  7. (#256862) :

    Warrior : มันคือ The Fighter ในแบบฉบับที่มันส์กว่า ซึ้งกว่า และ อินกว่า

    ผมชอบ the fighter มากกว่า เพราะเอามาจากชีวิตจิงๆ ของนักมวย และบทดร่าม่าต่างๆ ดูจะออกแน;ไม่เวอร์ เพราะเอามาจากชีวิตนักมวยตัวจิง
    โดยเฉพาะฉากสุดท้ายที่ นั่งให้สัมพาทย์กันแล้วลุงของตัวเอกร้องไห้ด้วยความดีใจแทน ดูแล้วรู้สึกดีจิงๆ (ส่วนเรื่องบน เวทีอันนี้ยกให้ Warrior)

    โดย : sawan69 , เขียนเมื่อ January 18, 2012 เวลา 10:35 IP : 180.183.52.x| Permalink
  8. (#256775) :

    Warrior : มันคือ The Fighter ในแบบฉบับที่มันส์กว่า ซึ้งกว่า และ อินกว่า

    เจ๋งโคตร 9.5/10

    โดย : ssss , เขียนเมื่อ January 18, 2012 เวลา 04:36 IP : 183.88.32.x| Permalink
  9. (#256627) :

    Warrior : มันคือ The Fighter ในแบบฉบับที่มันส์กว่า ซึ้งกว่า และ อินกว่า

    หนุกมากคับมันส์จนน้ำตาไหลเลย

    โดย : Fuujii , เขียนเมื่อ January 17, 2012 เวลา 19:16 IP : 110.171.182.x| Permalink
  10. (#256603) :

    Warrior : มันคือ The Fighter ในแบบฉบับที่มันส์กว่า ซึ้งกว่า และ อินกว่า

    ดูที่ไหนหรอคับ เป็นหนังเก่าหรือหนังใหม่ ส่วตัวชอบแนวนี้แหมืนกัน ช่วยแชร์ทีนะคับ!!

    โดย : gg , เขียนเมื่อ January 17, 2012 เวลา 17:57 IP : 192.168.100.x| Permalink
  11. (#256598) :

    Warrior : มันคือ The Fighter ในแบบฉบับที่มันส์กว่า ซึ้งกว่า และ อินกว่า

    ผมดูแล้ว หนังดีมากๆๆๆๆ 9.5/10

    โดย : Gurupom , เขียนเมื่อ January 17, 2012 เวลา 17:39 IP : 58.11.102.x| Permalink
  12. (#256547) :

    Warrior : มันคือ The Fighter ในแบบฉบับที่มันส์กว่า ซึ้งกว่า และ อินกว่า

    พึ่งดูจบ เหมือนกัน 9/10 ไปเลย

    โดย : cjmag147 , เขียนเมื่อ January 17, 2012 เวลา 14:08 IP : 171.4.188.x| Permalink
ข้อมูลหนังเพิ่มเติม
poster Warrior เกียรติยศเลือดนักสู้

Warrior เกียรติยศเลือดนักสู้
บทวิจารณ์