Act of Valor – ตามติดชีวิตหน่วยซีล

Home / วิจารณ์หนัง / Act of Valor – ตามติดชีวิตหน่วยซีล

Act of Valor ตามติดชีวิตหน่วยซีล

ความสมจริงของการปฏิบัติการทางทหาร ความลงตัวของการตัดต่อภาพและดนตรีประกอบที่ปลุกเร้าเต็มที่ จากการได้เห็นตัวอย่างของหนัง Act of Valor ทำให้เกิดความสนใจต่อตัวหนังและคิดว่าหนังนี้เรื่องน่าจะมีของอะไรมาโชว์ ขนาดที่ว่าถ้าตัวหนังจริงๆ นำเสนอออกมาได้ดีพอละก็ Act of Valor อาจขึ้นชั้นหนังทหารคลาสสิคอีกเรื่องก็เป็นได้

Act of Valor กำกับโดยผู้กำกับหน้าใหม่ ไมค์ แม็คคอย (Mike McCoy) และสก็อตต์ วอห์น (Scott Waugh) ซึ่งทั้งสองคนเคยทำหนังสารคดีเกี่ยวกับชีวิตหน่วยซีลมาก่อน จนพัฒนามาเป็นโปรเจ็กต์หนังเรื่องนี้

Act of Valor หนังเล่าเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยซีลของกองทัพสหรัฐอเมริกา (United States Navy SEALs) ที่ได้รับภารกิจใหม่ในการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ CIA ที่ถูกจับเป็นตัวประกันที่ประเทศฟิลิปปินส์ จนนำไปสู่การพบเบาะแสของแผนการณ์ก่อการร้ายที่มุ่งเป้าไปที่สหรัฐอเมริกา ทำให้ภารกิจของเขาไม่ได้จบลงแค่การช่วยตัวประกัน แต่กลับบานปลายไปสู่ปฏิบัติการยังเชชเนีย ยูเครน โซมาเลีย และไปสู่ชายแดนระหว่างสหรัฐและเม็กซิโก ที่หน่วยซีลต้องหยุดยั้งไว้ให้ได้ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายจะสามารถเข้าสหรัฐอเมริกาไปได้

หนังเน้นนำเสนอการปฏิบัติการของหน่วยซีลที่ทำให้เราได้เห็นทุกขั้นตอนของภารกิจตั้งแต่ รับภารกิจ, วางแผน, ปฏิบัติภารกิจจนบรรลุเป้าหมายซึ่งเผยให้เห็นถึงแสนยานุภาพของหน่วยซีล ทีมสนับสนุน อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย และเหนืออื่นใดคือ ทีมเวิร์คของกองทัพอเมริกา

เนื่องจากได้หน่วยซีลตัวจริงมาร่วมแสดง ผู้กำกับไมค์และสก็อตต์เพียงบอกเนื้อเรื่องและมอบภารกิจให้ หน่วยซีลก็จะไปคิดแผนปฏิบัติการ โดยที่ทีมผู้สร้างไม่ต้องออกแบบฉากแอ็คชั่นเอง มีหน้าที่เพียงคิดว่าจะถ่ายทำการปฏิบัติภารกิจออกมาอย่างไรเพียงแค่นั้น

นั่นจึงส่งผลให้ ส่วนที่ดีและดูสนุกที่สุดของหนังคือ ?ทุกฉากของการปฏิบัติการของหน่วยซีล? ที่ทุกอย่างที่ออกมานั้นดูสมจริงมาก โดดเด่นด้วยมุมกล้องที่หลากหลาย ที่ทำให้เราติดตามภารกิจได้อย่างใกล้ชิด ในหลากหลายมุมมอง เด่นชัดที่สุด คือมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ซึ่งถ้าใครเคยเล่นเกมแนวชู้ตติ้งทหาร คงคุ้นเคยกับมุมมองรูปแบบนี้กันเป็นอย่างดี ที่มาพร้อมการตัดต่อรวดเร็วแต่ไม่สับสน ช่วยเสริมให้ดูสนุกตื่นเต้นไปกับการติดตามภารกิจของหน่วยซีล

แต่เนื่องจากเป็นทีมปฏิบัติการของมืออาชีพที่มาพร้อมทั้งแผน ยุทธวิธี และอุปกรณ์ไฮเทคสนันสนุน ทำให้หน่วยซีลดูเหนือกว่าศัตรูอยู่ตลอดเวลา ถึงจะลุ้นสนุกกับแอ็คชั่นก็จริง แต่หนังควรให้ฝ่ายศัตรูมีอะไรมาตอบโต้หรือพลิกเกมมากกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งที่ตัวหนังมีศักยภาพพอที่จะไปได้สูงมากกว่านี้ ช่างน่าเสียดาย!

การสร้างปมทางจิตใจของลูกทีมในหน่วยซีล และการแสดงให้เห็นถึงวีรกรรมความเสียสละของเหล่าทหารในระดับที่เกินพอดี ทั้งภาพและดนตรีประกอบที่ปูกันมาอย่างเต็มที่จนดูพยายามยัดเยียดเกินไป เพราะหนังเองไม่สามารถทำให้เรารู้สึกผูกพันกับตัวละคร สร้างการจดจำตัวละครยังไม่ได้ ผลที่ได้จึงเป็นตรงกันข้ามทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อตัวหนัง!!

Act of Valor นั้นเป็นหนังโปรอเมริกาเต็มขั้น! เลยไม่มีการนำเสนอมิติด้านอื่นและเหตุจูงใจในการกระทำของฝ่ายปฏิปักษ์ที่มีเหตุมีผล จนฝ่ายตรงข้ามดูเป็นคนเลวร้ายที่สักแต่ร้ายแบบไร้เหตุผลเกินไป! หนังบอกแต่ต้นว่านำเค้าโครงมาจากเรื่องจริง ถ้าเช่นนั้นการนำเสนอแบบนี้จึงดูไม่ค่อยยุติธรรมนัก เพราะหนังนำเสนอแค่มุมมองด้านเดียวไม่สะท้อนความจริงรอบด้าน

แม้ส่วนของเรื่องราวจะทำให้เราตั้งคำถามกับมันและทำให้รู้สึกถึงการยัดเยียดแค่ไหน แต่อย่างน้อยหนังก็ทำให้เราตระหนักว่า ความสงบสุขที่เราได้รับในทุกวันนี้ (แม้ตอนนี้ชักจะไม่สงบเท่าไหร่ ทั้งในไทยและระดับโลก) นั้น มีคนกลุ่มหนึ่งอยู่เบื้องหลัง ที่คอยเสียสละเพื่อปกป้องและผดุงไว้ซึ่งความสงบสุขของโลกนี้อยู่ บางเรื่องราวพวกเราได้รับรู้ ได้รำลึกถึงความเสียสละของพวกเขา บางเรื่องราวก็เงียบหาย แม้ไม่อาจรู้ว่าคนเหล่านั้นเป็นใครกันบ้างก็ตาม แต่ก็ ?ขอขอบคุณ เราทุกคนเป็นหนี้ชีวิตพวกคุณ?

Act of Valor ผมให้ 3 ดาว (เต็ม5)

โดย Charthree
http://charthree.wordpress.com