คน-โลก-จิต ? ใครกันแน่ที่เป็นคนโรคจิต?

Home / วิจารณ์หนัง / คน-โลก-จิต ? ใครกันแน่ที่เป็นคนโรคจิต?

ท่ามกลางหนังเกี่ยวกับความรัก หนังตลก หนังกระเทย หนังผี ที่เป็นเทรนด์ของหนังไทยในช่วงหลายปีหลังมานี้ แนวหนังแบบอื่นๆ ยังเป็นที่รอเคยของนักดูหนังและคนดูหนังทั่วไปที่ต้องการลิ้มลองอะไรใหม่ๆ การมาของ?คน-โลก-จิต?ช่วยสร้างความมีชีวิตชีวาและมันยัง แสดงให้เห็นถึงความหวังที่มีต่อหนังไทย ว่าสามารถสร้างสรรค์หนังแนวอื่นออกมาได้ นอกจากแนวที่เคยๆ ทำกันมา ส่วนจะออกมาดีหรือแย่ ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของตัวหนังและการสนับสนุนของผู้ชม

คน-โลก-จิต กำกับโดยนนทรีย์ นิมิบุตร สร้างขึ้นจากบทภาพยนตร์ที่ชนะเลิศโครงการ Thailand Script Project 2010?จากเหตุการณ์ชายคนหนึ่งถูกสังหารและคาดว่าจะเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง เขื่อน (อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์) นักจิตวิทยา อาจารย์พิเศษและนักเขียนชื่อดัง จึงได้เข้ามาช่วยสืบคดีนี้ร่วมกับ เทียน (บุญยิสา จันทราราชัย) สาวนักนิติวิทยาศาสตร์ จนวันหนึ่งเขื่อนได้พบกับ กวาง (อาภา ภาวิไล)?นัก ศึกษาสาวที่เขาเคยช่วยเหลือเธอจากเหตุฆาตกรรมในครอบครัวเมื่อ 10 ปีก่อน ที่ทำให้ความทรงจำในอดีตของทั้งสองกลับมาหลอกหลอน ขณะที่การสืบสวนดำเนินไป คีย์ (ศรัณยู ประชากริช) เพื่อนเก่าของเขื่อนก็ได้ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งหลังจากหายตัวไปนาน ซึ่งเขาอาจมีส่วนของเหตุการณ์ฆาตกรรมต่อเนื่องที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้

บทภาพยนตร์ที่การันตีด้วยรางวัลชนะเลิศโครงการ?Thailand Script Project 2010?นับ ว่าเหมาะสมแล้วกับรางวัลที่ได้รับ ด้วยเนื้อเรื่องและบทภาพยนตร์ที่ดูมีความซับซ้อน มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องของสภาวะจิตที่ผิดปกติ ที่เร้าความสนใจให้อยากชมหนังเรื่องนี้ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นตัวอย่าง หนัง

หากคุณเคยดูหนังแนวสืบสวนสอบสวนพวก CSI หรือ Criminal Minds ช่วงต้นนำเสนอมาในทิศทางนั้น โดยเน้นไปที่การสืบสวนสอบสวน ก่อนจะเพิ่มเรื่องราวเกี่ยวกับสภาวะจิตในช่วงหลัง บทภาพยนตร์ที่การันตีด้วยรางวัลชนะเลิศโครงการ Thailand Script Project 2010 นับว่าเหมาะสมแล้วกับรางวัลที่ได้รับ ด้วยเนื้อเรื่องและบทภาพยนตร์ที่มีความซับซ้อน มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องของจิตวิทยา การสืบสวนสอบสวน ที่เร้าความสนใจ ให้อยากชมหนังเรื่องนี้ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นตัวอย่างหนัง

ในภาพรวม คน-โลก- จิต เป็นหนังที่ถ่ายทอดให้เห็นถึงสไตล์การกำกับของ พี่อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร อย่างเต็มที่ ทั้งด้านงานภาพ การตัดต่อ มุมกล้องที่ถ่ายทอดล้วนแต่แสดงออกให้เห็นถึง ความบกพร่องทางจิตของตัวละคร รวมถึงเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความบิดเบี้ยวของความเป็นมนุษย์ การเปิดเรื่องด้วยฉากฆาตกรรมที่นำเสนอมุมมองแปลกใหม่ มีศิลปะ ที่มาพร้อมดนตรีประกอบแนวๆ ที่ได้ ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์ ผู้ทำดนตรีประกอบมือต้นๆ ของวงการภาพยนตร์ไทยมาทำ ชวนให้นึกถึงฉากเปิดของภาพยนตร์ฮอลลีวู๊ดเรื่อง The Girl with the Dragon Tattoo ที่ในความรุนแรงมีความงดงามซ่อนอยู่ดุจเดียวกันและคงไม่เกินเลยนักหากจะบอกว่าฉากเปิดเรื่องคือ ส่วนที่ดีที่สุดของหนังเรื่องนี้!!

ซึ่งตัวหนังเผยให้เห็นถึงปัญหาตั้งแต่ต้น ด้วยบทสนทนาที่ฟังแล้วแปร่งหูชอบกล จังหวะการพูดดูไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งสาเหตุไม่น่าจะมาจากบทภาพยนตร์ แต่มาจากนักแสดงหน้าใหม่ที่พูดบทสนทนาได้แข็งเหลือเกิน เพราะเรื่องราวสืบสวนสอบสวน หรือเรื่องที่เต็มไปด้วยบทสนทนาทางเทคนิคและยาวนั้น ต้องการนักแสดงที่เก่งพอสมควรในการถ่ายทอดออกมา หาไม่แล้วความน่าเชื่อถือต่อตัวหนังและการติดตามเรื่องราวในภาพรวมจะเสียไป ทั้งนักจิตวิทยา นิติวิทยาศาสตร์ หรือตำรวจที่ดูแลคดี ไม่มีใครสามารถทำให้เชื่อได้เลยว่าพวกเขามีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านนั้น จริงๆ อย่างไรก็ตามการแสดงที่ดีที่สุดกลับมาจากตัวละครสมทบ สุเชาว์ พงษ์วิไล ที่รับบทเป็นพ่อของกวาง แม้เวลาปรากฎตัวในเรื่องจะไม่ได้มากมายอะไร แต่ความเข้มข้นของบทที่ได้รับและการแสดงที่ส่งออกมาก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ เป็นที่จดจำ

ด้วยการที่หนังเป็นแนวสืบสวนสอบสวน ที่นำพาเราไปพบเหตุการณ์อันน่าเหลือเชื่อและค่อยๆ คลี่คลายไปสู่บทสรุปในตอนท้าย แต่การจะทำให้ผู้ชมติดตามเรื่องราวไปได้ตลอดและสนุก ก็ควรจะมีการทิ้งเชื้อบางอย่างให้เป็นเบาะแสในการติดตามบ้าง แต่ผู้กำกับดูจะละเลยในส่วนนี้ ตัวหนังจึงเต็มไปด้วยบทสนทนาอันยืดยาว เหตุการณ์แปลกๆ ที่ตัวละครต้องเจอ ประเด็นชวนสงสัยที่ถาโถมเข้ามาแต่ไม่มีอะไรให้เรายึดเกาะเพื่อตามเรื่องไป ได้ ส่งผลให้ต้องใช้ความอดทนในการติดตามเรื่องตลอดชั่วโมงแรกของหนัง?ด้วยความ หวังว่าตอนท้ายที่นำไปสู่การคลี่คลายปมจะมีคำตอบของสิ่งที่ดูไม่ค่อยสมเหตุ สมเหตุให้ตอนต้นเรื่อง

และก็จริงดังคาด เมื่อได้วางไพ่ครบทุกใบแล้วก็ถึงเวลาเปิดหน้าไพ่ว่ามีอะไรอยู่ใต้นั้น หนังชดเชยความน่าเบื่อในช่วงต้น ด้วยเหตุการณ์ต่างๆ ในช่วง 20 นาทีสุดท้ายที่ดูสนุกและลุ้นระทึกไปกับการเฉลยเงื่้อนปมต่างๆ ที่ทิ้งไว้แต่ต้น? พร้อมกับการแสดงที่เริ่มดีขึ้นตามลำดับ น่าแปลกใจ! กับการที่หนังเลือกที่จะปิดฉากตัวเองโดยสมบูรณ์ ทั้งๆ ที่เงื่อนงำบางอย่างที่น่าสงสัยควรจะปล่อยทิ้งไว้เป็นอาหารสมองของผู้ชมได้ ขบคิด ว่าใครกันแน่ที่เป็น ?คนโรคจิต? แต่การจบเรื่องในลักษณะของการวาดงูเติมขาทำให้หนังขาดเสน่ห์ที่พึงมีไปอย่าง น่าเสียดาย

เรื่องประเด็นทางจิตวิทยาที่ใช้ประชาสัมพันธ์มาโดยตลอด หากพิจารณาดีๆ มันเป็นเพียงแค่น้ำจิ้มเท่านั้น การอธิบายสิ่งต่างๆ ในเชิงการแพทย์และวิทยาศาสตร์มีเพีียงเล็กน้อยและไม่โดดเด่น ความผิดปกติของตัวละครในปัจจุบันที่สืบเนื่องมาจากปมฝังใจในอดีตก็มีให้เห็น ในหนังบางเรื่องที่ไม่ได้ประกาศตัวเองว่าเป็นหนังแนวนี้

อย่างไรก็ตาม น่าชื่นชมกับทีมผู้สร้างที่กล้าทำหนังที่ไม่ใช่กระแสหลักของไทยอย่าง คน-โลก-จิต ออกมา แต่ด้วยความไม่ลงตัวในหลายๆ จุด ก็ทำให้ตัวหนังไปไม่ถึงที่สุด อย่างที่หนังแนวนี้จะสามารถมอบให้ผู้ชมได้!

คน-โลก-จิต ผมให้ 3 ดาว (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree
http://charthree.wordpress.com