อาร์ทไอดอล อยากให้เธอรู้ว่ากูติสท์ ดูแล้วมาคุยกัน

Home / วิจารณ์หนัง / อาร์ทไอดอล อยากให้เธอรู้ว่ากูติสท์ ดูแล้วมาคุยกัน

อาร์ทไอดอล

พูดถึงไอดอล เราแต่ละคนก็คงมีใครสักคนเป็นไอดอล เป็นแบบอย่างที่เราชื่นชมและยอมรับ ความเป็นไอดอลอยู่ที่ความสามารถ, หน้าตา สิ่งพิเศษที่เขามี ซึ่งแตกต่างหรือโดดเด่นจากคนอื่น ส่วนจะมีใครเป็นไอดอลในด้านไหน ก็ขึ้นอยู่กับประสพการณ์-การเรียนรู้-สิ่งแวดล้อม ที่เราผ่าน เด็กวัยรุ่นบางคนอาจจะมีดาราหน้าตาดี ที่มีความสามารถทางด้านการร้องเพลงเป็นไอดอล ในขณะที่วัยรุ่นอีกคนอาจมีรุ่นพี่หัวไม้เป็นไอดอลก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเขาโตมากับอะไร

หนังเรื่องอาร์ทไอดอล อยากให้เธอรู้ว่ากูติสท์ เป็นผลงานเรื่องแรกในชื่อของ “โมโนพิคเจอร์” ค่ายหนังที่ปรับโฉมและนโยบายการผลิตใหม่ ภายใต้การดูแลของ ศิริ เหลืองสวัสดิ์ โดยที่จะเน้นงานของคนรุ่นใหม่ ไอเดียเจ๋ง และมีทีมที่คอยดูแลเรื่องบท และคุณภาพของหนัง อาร์ทไอดอลฯ เป็นผลงานที่เปิดโอกาสให้ผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง อนิวรรต กรกำแหง, สาธิต แก้วรุ่ง และ เอกสิทธิ์ สมเพ็ชร ที่ทำงานทางด้านครีเอทีฟ และมีประสพการณ์ทำหนังสั้นกันมา ได้มาทำหนังเกี่ยวกับ เด็กหนุ่มที่มีอาร์ทติสท์เป็นไอดอล การฉายในโรง ภาพสีสันสด จอกว้าง 2.35:1 จอกว้างยาวสุด เหมาะดูในโรงใหญ่ ไม่มีซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษ

อาร์ทไอดอล

อาร์ทไอดอล เป็นเรื่องเกี่ยวกับ “อาร์ท” (บอส-ชนกันต์) เด็กหนุ่มวัยรุ่นจบมอปลาย ที่ยังค้นไม่พบว่าตนเองอยากจะเป็นอะไร ลองทำอะไรสักอย่าง แป๊บๆก็ล้มเลิก แต่เมื่อพบว่า “หมี่” (หยก-ณัฐปภัสร์) สาวที่ตนเองประทับใจ กล่าวชื่นชมความเจ๋งของศิลปะ ก็รู้ทันทีว่าฉันจะเป็นอาร์ทติสท์เพื่อให้หมี่มองว่าตนเองเจ๋ง โดยที่มีเพื่อนสาวข้างบ้านอย่าง “ฝุ่น” (กิ๊ก-กรกมล) คอยล่องลอย เป็นกำลังใจอยู่ข้างหลังข้างข้างเสมอมา และเมื่ออาร์ทพบว่า การเป็นอาร์ทติสท์แบบ “พี่โม่” (เทพ-พงศ์เทพ) แห่งทรีเอ็ม (สามหนุ่ม โม่ ไม้ แม๊กซ์) มันช่างเจ๋งเสียนี่กระไร จึงขอเสนอตัวไปเป็นศิษย์ และเรียนรู้กับทีมศิลปะทรีเอ็ม อยู่กับความติสท์แตกของอาร์ทติสท์ แล้วอาร์ทก็ได้เติบโตขึ้นเป็นอาร์ทติสท์ฝีมือเยี่ยม เพียงแต่ปัญหาคืองานที่ออกมามันไม่อาจแสดงถึงตัวตน จึงทำให้เขาต้องทบทวนว่า ความเป็นตัวตนที่แท้จริงของตนคืออะไรกันแน่ เขาหลงลืมอะไรบางอย่างไป

หนังบรรจุแง่คิดที่เกี่ยวกับการค้นหาตัวตนและการถูกยอมรับ ผสมไปกับความสนุกมุขตลกสถานการณ์ โดยตัวชูโรงแห่งยุคอย่าง แอนนา ชวนชื่น ซึ่งเป็นอีกครั้งที่มุขสำเนียงจีนถูกใช้ซ้ำ (ยุคนี้มีพี่แกแทบทุกเรื่องเลยเนอะ) แต่ก็เป็นคำใหม่ๆ ที่ยังได้ขำกันใหม่ ยิ่งมาร่วมกับแร๊พเปอร์แห่งยุคอย่างฟักกลิ้ง ฮีโร่ ที่ได้โชว์ความสามารถในการแร๊พบทสนทนาออกมาได้ และฉากแฟนตาซีเพลงที่ออกจะดูเว่อร์อลังการของตัวละคร น่าเสียดายที่ฉากเพลงน่าจะมีขึ้นซับไทยบ้าง เพราะเสียงร้องของบางตัวละคร ใส่อารมณ์หรือเร็วซะจนฟังแทบไม่ออกว่าพูดอะไร แต่ก็นะ ใช่ว่าทุกคนจะชอบฉากที่ตัวละครอยู่ๆก็โดดขึ้นมาร้องเพลงในหนังไทย

ยังไม่หมด มีตัวละครที่สร้างสีสันอีกมาก ทั้งสาวใช้สุดเซ็กส์ซี่ชาวพม่า, ความบ้าสมาชิกแก็งค์ทรีเอ็ม และครอบครัวของพระเอก ส่วนความสดใหม่ของพระเอกนางเอกก็ทำให้เราเชื่อได้อยู่ว่า ยังเป็นวัยรุ่นที่ยังไม่ประสากับโลกจริงและพร้อมจะเติบโต อ่อ.. แอบเห็นผู้กำกับโผล่มาในหนังเรื่องนี้ด้วย ทั้งยังมีสัญลักษณ์ แฝงนัยยะลงไปให้คนดูได้สังเกตุและขบคิด รวมไปถึงงานศิลปะหลายชิ้นหลายประเภท ที่ได้ปรากฎอยู่ในหนัง แต่ก็อาจเป็นมุมลบได้ หากคนดูไม่รู้สึกอินกับเรื่องงานศิลปะ อาจจะไม่เก็ทว่าสิ่งที่พวกเขาชื่นชมอยู่ มันเจ๋งตรงไหน มันมีโลกแบบนี้อยู่จริงหรือ

อาร์ทไอดอล อยากให้เธอรู้ว่ากูติสท์ ดูแล้วมาคุยกัน

ความต้องการสูงสุดอย่างหนึ่งของมนุษย์คือ การต้องการการยอมรับจากผู้อื่น อาร์ทเห็นว่าการเป็นอาร์ทติสท์จะทำให้เขาได้มาซึ่งการยอมรับ? ถ้าเปรียบกับคนวัยทำงาน เราต่างก็ค้นหาหนทางก้าวสู่ตำแหน่งและอำนาจ เพื่อต้องการการยอมรับ เราทำทุกวิถีทาง ฝืนทำอะไรก็ได้เพื่อความสำเร็จนั้น แต่เมื่อส่องกระจกดูตัวเราอีกที กลับไม่ใช่ตัวเราที่รู้จักอีกต่อไป เรากลายเป็นคนอื่นไปแล้ว ในโลกที่ความสำเร็จคือจุดสุดยอด และวิธีไหนก็ได้เพื่อที่หนึ่ง บางครั้งบางทีเราก็เชื่อมั่นในบางสิ่งอยู่ แต่เสียงข้างนอกที่มากระทบใจเรา มันทำให้สูญเสียความเชื่อมั่นนั้นไป และเราก็กลายเป็นคนธรรมดา ที่ใช้วิธี-วิถีเหมือนใครๆ น่าเสียดาย หากเราไขว่คว้าการยอมรับจากผู้อื่น แต่กลับลืมว่าครอบครัวและคนใกล้ชิดเราเองนี่แหละ ที่พร้อมจะยอมรับในตัวเราอยู่เสมอ

การเป็นไอดอลมีราคาที่ต้องจ่าย ไอดอลจ่ายอะไรออกไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์, ความสามารถ, ความเป็นส่วนตัว, การรักษาภาพลักษณ์, วิญญาณ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือ ชื่อเสียง, การยอมรับ และเงินทอง ไม่ว่าจะเป็นไอดอลหรือคนธรรมดา ก็จงอยู่อย่างมีชีวิตที่แท้จริง

ตัวละครหนึ่งในหนังกล่าวว่า ศิลปะคือ ความจริงใจที่จะสื่อสารความรู้สึกของเราให้คนอื่นรับรู้ และหนังเรื่องนี้ก็คือศิลปะในแบบของผู้กำกับเรื่องนี้ครับ

อาร์ทไอดอล

ให้ 8 /10 หนังมีมุขตลกที่ดูเพลิน น่าจะขำถูกใจวัยรุ่น และแง่คิดดีๆ กับการให้กำลังใจ เชื่อมั่นในตัวตนที่เป็นตัวเรา

โดย Tyler Movie.mthai.com