ชัมบาลา : การเดินทางของ 2 คนบาป

Home / วิจารณ์หนัง / ชัมบาลา : การเดินทางของ 2 คนบาป

เป็นหนังไทยที่ไม่ค่อยได้เห็นมากนักกับหนังแนว โร้ด มูฟวี่ เดินทางเพื่อตามหาอะไรสักอย่าง เพราะจากประวัติเก่าๆของหนังแนวนี้ก็ล้วนไม่เวิร์คทั้งด้านคำวิจารณ์ และ รายได้ แทบทุกเรื่องยกตัวอย่างเช่น เราสองสามคน หรือแม้แต่ ปายอินเลิฟ ซึ่ง ชัมบาลา จะลบล้างสิ่งเหล่านั้นได้หรือไม่ต้องไปดูกันเลยครับ

วุฒิ ชายหนุ่มสุดเซอร์ผู้ที่ยึดมั่นในความรักมากกว่าสิ่งใด และพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ น้ำ แฟนสาวผู้ที่ฝันว่าครั้งหนึ่งในชีวิต เธอจะเดินทางไปถึง ชัมบาลา ดินแดนที่ผู้คนเชื่อกันว่า เป็นประตูของโลกที่อยู่ในจุดที่ใกล้กับสวรรค์มากที่สุด แต่เมื่อร่างกายที่ไม่อำนวยเธอจึงยกความฝันนั้นให้แก่วุฒิ ไปเยือนชัมบาลาแทนเธอ วุฒิแบกความหวังของน้ำโดยหวังที่จะเติมเต็มความฝันครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะจากโลกนี้ไป เดินทางสู่ชัมบาลา พร้อมกับ ทินพี่ชายสุดกาก แถม ไม่กินเส้น ที่อาสาเดินทางไปเป็นเพื่อนถ่ายภาพ ช่วยเก็บหลักฐานการเยือนธิเบตของวุฒิ และ สักครั้งที่เขาทั้งคู่จะไปถึงชัมบาลาเพื่อลบล้างบางอย่างในใจของพวกเขา

ชัมบาลา เป็นผลงานการกำกับครั้งแรกของผู้กำกับ ปัญจพงศ์ คงคาน้อย ที่เมื่อก่อนเคยได้แต่อยู่ในเบื้องหลังของหนังดังๆมากมายไม่ว่าจะเป็น องค์บาก หรือแม้แต่ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ซึ่งที่จริงแล้วในตอนแรก ชัมบาลา มีคิวกำหนดฉายไว้ตั้งแต่ประมาณปีที่แล้ว แต่แล้วก็ต้องประสบปัญหาบางอย่าง จนทำให้หนังเลื่อนฉายแล้วเลื่อนฉายอีก จนสุดท้ายก็มาลงเอยที่วันที่ 23 สิงหาคม นั่นเอง โดยเอาเข้าจริงๆไม่ว่าตัวหนัง ชัมบาลา จะเป็นอย่างไร แต่ก็ต้องขอยกย่องนายทุน ที่ให้เงินทำหนังเรื่องนี้ ที่กล้าลงทุนเสี่ยงกับหนังแนวโร้ด มูฟวี่ ไทยๆที่ไม่ค่อยรุ่งสักเท่าไหร่นัก แถมเรื่องนี้เล่นเดินทางไปถ่ายทำกันถึง ทิเบต ของจริง หนังเลยมีความเสี่ยงมากกว่าหนังโร้ด มูฟวี่ ไทยๆเรื่องอื่นๆที่เคยสร้างมา เพราะเรื่องอื่นๆที่ว่านั้นเขาเดินทางอยู่แค่เพียงบริเวณแถบประเทศไทยเท่านั้น

โดยเอาเข้าจริงๆผมถือว่า ชัมบาลา ได้มีวัตถุดิบที่น่าสนใจมาก ที่สามารถนำเอามาประกอบอาหารได้อย่างอร่อยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของ ศาสนา , จิตใจมนุษย์ หรือแม้แต่เรื่องราวของ ความศรัทธา แต่ก็น่าเสียดายที่ผู้กำกับดันเลือกใส่เครื่องปรุงผิดรสชาติไปหน่อยในตอนท้ายๆ จนทำให้ ชัมบาลา ยังไม่สามารถพาคนดูไปรู้สึกถึงอารมณ์ของความเป็น หลังคาโลก ได้อย่างอิ่มเอมนัก แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ถึงแม้ผู้กำกับจะไม่สามารถนับพาประเด็นสักอย่างไปได้ถึงฝั่งอย่างที่หวังไว้ แต่สิ่งที่ผมยังคงถือว่าชอบอยู่ใน ชัมบาลา คงหนีไม่พ้นด้านของประเด็นเรื่องของ ศาสนา และ ความศรัทธา ที่ผู้กำกับอาจจะยัดมาโต้งๆ

ผ่านด้านของ ประโยคคำพูด และ การกระทำของตัวละคร ที่สื่อสารให้คนดูอย่างตรงไปตรงมาว่า ‘นี่ตรูกำลังพูดถึงเรื่องศาสนานะเว้ย’ แต่ก็คงเป็นเพราะความพิศวาสของตัวผมเอง ที่พื้นเพเป็นคนที่ค่อนข้างชอบเรื่องราวของ ศาสนา และ ความเชื่อ เป็นทุนเดิม เพราะฉะนั้นใน 1 ส่วน 3 ของหนังเรื่อง ชัมบาลา จึงเปรียบเสมือนกับเป็นการพาผมเดินทางเพื่อไปรู้จักเรื่องราวของ ศาสนา ในอีกโลกนึง ที่ระหว่างเส้นทางอาจจะมีหลุมที่ทำให้เรื่องราวสะดุด และ ไม่ลื่นไหล ไปบ้าง โดยเฉพาะด้านของการที่หนังได้มีวัตถุดิบด้านของ ศาสนา และ ความศรัทธา อยู่เต็มเปี่ยมทีเดียว แต่ท้ายสุดหนังก็กลับไม่ได้ปิดประเด็นนั้นที่สร้างขึ้นมา แถมยังค่อนข้างตัดจบไปทื่อๆ แต่ถ้าหากจะให้วัดโดยรวมแล้วผมก็ถือว่า ชัมบาลา เป็นหนังแนวโร้ด มูฟวี่ ไทยๆที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดี และ น่าสนใจในส่วนหนึ่ง

ที่ใครอยากจะลองไปทดสอบหนังแนว โร้ด มูฟวี่ ไทยๆแนวที่ค่อนข้างซีเรียสมากกว่า 2 เรื่องข้างต้นที่ผมยกขึ้นมา ก็สามารถลองไปสัมผัสความเป็น ชัมบาลา ได้ด้วยตัวของคุณเองได้ ซึ่งในอีกด้านนึงอย่างเรื่องของ การแสดง ที่ในเรื่องนี้ได้ดึงเอา 2 ดาราหนุ่มฮ๊อตอย่าง อนันดา และ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ มาเล่นเป็นตัวดำเนินเรื่อง โดยใครที่เป็นคนที่ชื่นชอบพระเอก 2 คนนี้ รับรองว่าเรื่องนี้ได้เห็นกันจนเบื่อแน่นอน เพราะทั้งเรื่องเล่นกันอยู่แค่ 4-5 คนเท่านั้น โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดใน ชัมบาลา คือการที่ อนันดา และ ซันนี่ พยายามจะทำการปรับลุค และ เปลี่ยนคาแรกเตอร์ ของตัวเอง ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียดายที่ทั้ง อนันดา ก็ยังไม่สามารถปรับลุคหล่อไปเป็นลุค กาก ได้ และ ซันนี่ ก็ไม่สามารถเปลี่ยนลุค อินดี้ ไปเป็นคนมีปัญหาได้ พอๆกับการที่หนังไม่สามารถสื่อเรื่อง ชัมบาลา ได้เต็มที่นัก

เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้ว ชัมบาลา จึงอาจจะไม่ใช่หนัง โร้ด มูฟวี่ ที่ทำให้คนอิ่มเอมไปกับคำว่า ชัมบาลา ได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าใครที่ชอบเรื่องราวของ ศาสนา และ เรื่องความเชื่อ ความศรัทธา พร้อมกับการเดินทางของ 2 หนุ่มหล่อที่ได้เห็นหน้ากันจนเบื่อตลอดทั้งเรื่อง ก็เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่น่าลองอยู่เหมือนกันครับ

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด