ปัญญาเรณู 3 ตอน รูปูรูปี ? หลง (ทิศ) ทางในอินเดีย

Home / วิจารณ์หนัง / ปัญญาเรณู 3 ตอน รูปูรูปี ? หลง (ทิศ) ทางในอินเดีย

RPRP-03_fgebqKuTue91941

เดินทางมาถึงภาคที่ 3 กับ ปัญญาเรณู ที่ครั้งนี้มาในชื่อตอน รูปูรูปี อันเนื่องมากจากเหตุการณ์ส่วนใหญ่ของภาคนี้เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย ซึ่งครั้งนี้ไม่มีดาราแม่เหล็กอย่าง หม่ำ จ๊กม๊ก และ ตุ๊กกี้ มาร่วมเรียกแขก และที่สำคัญพระเอกทั้งสองภาคก่อนหน้านี้อย่าง ปัญญา ที่รับบทโดย โชติวัตร์ พลรัศมี ก็ไม่ได้ปรากฏตัวในภาคนี้เช่นเดียวกัน ส่วนสาเหตุที่พระเอกปัญญาทำไมถึงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในภาค 3 นั้น ก็ลองค้นหาข่าวในกูเกิลดูน่ะครับ

ฉะนั้น ปัญญาเรณู 3 ตอน รูปูรูปี จึงคล้ายเป็นภาคต่อกึ่งรีแบรนด์ให้ตัวเองใหม่โดยใช้ชื่อตอนมาต่อท้าย ที่นักแสดงเด็กที่เคยแสดงในภาคที่แล้ว กลับมาในชื่อใหม่ สุธิดา หงษา จากเรณูก็กลายมาเป็นน้ำขิง บุญฤทธิ์ จันทร์แก้ว หรือบักจอบในภาคที่แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นเปเล่ โดยการออกแบบงานสร้างยังให้อารมณ์ปัญญาเรณูดุจเดิม ทั้งการละเล่นแบบบ้านๆ ลูกชาวนา หรือการเรียกเสียงฮาด้วยมุขต่างๆ ก็ยังคงมีอยู่แต่?

ด้วยจดหมายเชิญให้มาทอดผ้าป่าที่พุทธคยาในประเทศอินเดียและอยากนำการแสดง ของไทยมาโชว์ด้วย หลวงพ่อจึงได้นำเหล่าเด็กๆ กลุ่มที่น้ำโดยน้ำขิงและเปเล่ไปยังอินเดียด้วยเพื่อไปทำการแสดงระบำโปงลาง ให้ชาวอินเดียได้ชม การเดินทางเต็มไปด้วยความบันเทิงและเสียงหัวเราะจนกระทั่งมีโจรมาปล้นรถ โดยสารของคณะเดินทาง ทำให้เหล่าเด็กๆ ต้องตกรถ พวกเขาต้องเอาตัวรอดท่ามกลางสถานที่และภาษาที่ไม่รู้จัก

หลังจากที่กลุ่มเด็กได้แยกตัวออกมาจากคณะเดินทาง ทิศทางของเรื่องราวใน ปัญญาเรณู 3 นี้ ก็ค่อยๆ เผยให้เห็นตัวตนของตัวเอง ที่ถือว่ามาในทิศทางที่แตกต่างจาก 2 ภาคก่อนค่อนข้างมาก จากเรื่องราวรักในวัยเด็กระหว่างปัญญาและเรณูที่มาพร้อมเสียงหัวเราะ ในขณะที่มีความจริงจังในตัวกับภารกิจสำคัญของเรื่อง ที่สอดแทรกความเป็นไทยลงไป จนเป็นรสชาติแปลกใหม่ที่ได้รับการบอกต่อของผู้ชมในภาคแรก และต้อนรับที่ดีจากผู้ชมในภาคสอง จนทำให้หนังเดินทางมาถึงภาคสาม

เสน่ห์เดิมๆ ที่เคยมีที่ทำให้ผู้ชมรักหนังเรื่องนี้ ในภาคนี้มันดูจืดจางลงไป มุขฮาที่ได้มาจากการกระทำอันไร้เดียงสาของเด็กหรือสถานการณ์ต่างๆ ในเรื่องก็ดูอ่อนลงไม่ได้โดดเด่นและคมคายเหมือนเดิม รวมถึงประเด็นดราม่าของการเดินทางเพื่อเอาชีวิตรอดของเหล่าเด็กๆ ก็ดูจะมาในเบอร์ที่หนักเกินไป แม้จะมีเด็กอินเดีย กุ๊ดดู กุมาร มาช่วยให้อมยิ้มเล็กๆ กับปัญหาเรื่องราวสื่อสาร แต่ก็ต้องยอมรับว่าการพาหนังมาในทิศทางนี้ทำให้ตลอดการชมครึ่งหลังของหนัง เต็มไปด้วยความอดอัด

หากจะมองอีกมุมมันก็อาจเป็นการทดลองของ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ผู้กำกับของเรื่อง ที่ในเมื่อองค์ประกอบที่เคยมีในภาคก่อนไม่มีในภาคนี้ การทดลองทำอะไรที่มันแตกต่างก็อาจจะเป็นการแผ่วถางทางเพื่อดูว่าคนดูจะคิด เห็นและตอบรับกับทิศทางนี้มากน้อยแค่ไหน เพื่อนำไปใช้กับ ปัญญาเรณู ตอนใหม่ต่อไป (ถ้ามี) ในอนาคต!

แม้จะมีปัญหาจากการนำเสนอเรื่องราวในหนังเพียงไรก็ตาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญญาเรณู 3 ตอน รูปูรูปี มีพัฒนาการในด้านของการเซ็ตฉากถ่ายทำ รวมถึงการตั้งกล้องถ่ายทำที่ออกมาสวยโดดเด่นมาก หนังถ่ายทอดสภาพแวดล้อมในประเทศอินเดียในแบบที่ไม่น่าอภิรมณ์นัก แต่ก็ยังสามารถหามุมมองอันงดงามได้อยู่ ซึ่งต้องถือว่านี่เป็นส่วนที่มีพัฒนาการที่สวนทางกับเรื่องราวในหนังและจะ ว่าไปมันเป็นส่วนที่ดีที่สุดในหนังเรื่องนี้

กลุ่มเด็กกลุ่มใหม่ที่เป็นตัวเดินเรื่องของภาคนี้ ก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีในระดับเอาตัวรอดเท่านั้น ไม่ได้มีเสน่ห์น่ารักแบบที่เราเคยสัมผัสได้ในภาคก่อน ซึ่งจุดนี้คงต้องไปตั้งเครื่องหมายคำถามกับบทภาพยนตร์มากกว่า หนังเป็นเจ้าของฉากจบที่ห้วนๆ พอสมควร ที่เผยให้เห็นฉากสุดท้ายกับการแสดงโปงลางและปล่อยให้ผู้ชมจินตนาการเรื่อง ราวเอาเอง ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกถูกทอดทิ้งเหมือนหลงทางอยู่ในอินเดียก็ไม่ปาน

ปัญญา เรณู 3 ผมให้ 2 ดาว (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree

http://charthree.wordpress.com