Her : เรียนโลกผ่านหน้าจอ

Home / วิจารณ์หนัง / Her : เรียนโลกผ่านหน้าจอ

1531947_751600434864958_2071583255_o

จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในหนังเข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่กำลังมาแรง และจากคะแนนก็ได้ใจคนดูไปเต็มๆจริงๆ สำหรับ Her หรือในชื่อไทย ‘รักดังฟังชัด’ ของผู้กำกับสุดแนวอย่าง สไปค์ โจนซ์ จาก Adaptation และ Being John Malkovich

หนังเล่าเรื่องราวของ ธีโอดอร์ (โจควิน ฟีนิกซ์) นักเขียนหนุ่ม เมื่อเขาได้สั่งซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่สามารถอาวยความสะดวกให้ตัวเขาได้ครบครันอย่างน่าประหลาดใจ ในเวลาไม่นานธีโอดอร์ก็พบว่าตนเองเริ่มจะตกหลุมรักโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของเขา อยู่หน่อยๆ ความสัมพันธ์รักรูปแบบใหม่พัฒนาไปอย่างโรแมนติกเกินกว่าใครจะคาดถึง Her คือภาพยนตร์ ที่จะทำให้หัวใจทุกดวงต้องอมยิ้มไปกับเรื่องราวของความรัก และสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลที่ยีมีอิทธิพลชีวิตมนุษย์คนหนึ่งมากเพียงไหน

หลังจากที่หนัง 3 เรื่องก่อนที่ผ่านมาของผู้กำกับ โจนซ์ ได้มือเขียนบทคู่ใจมาทำให้ผลงานราบรื่นไปด้วยดีตลอด เลยทำให้เขาโดนดูถูกจากเหล่านักวิจารณ์อยู่เป็นระยะว่าที่หนังของเขาดีได้เพราะ ชาร์ลี คอฟแมน ว่าแล้วในหนังเรื่องใหม่นี่เขาเลยลงทุนทั้งเขียนเอง และ กำกับเอง เต็มรูปแบบเป็นเรื่องแรก โดยได้แรงบันดาลใจจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ชนิดนึงเมื่อหลายปีที่แล้ว กับการวางตัวหนังในโลกของอนาคต แต่ถึงเทคโนโลยีจะก้าวไกลไปเพียงใด หัวใจของผู้ชายคนนี้กลับไม่เลย

โดยถ้าหากคุณเคยดูหนัง สไปค์ โจนซ์ เรื่องก่อนๆไม่ว่าจะเป็นทั้ง Adaptation และ Being John Malkovich จะพบว่าหนังของ โจนซ์ มันออกจะมาแนวเพี้ยนๆ และ เสียดสี ที่พร้อมจะนำด้านมืดของมนุษย์ออกมาเสนอให้เราหลงรักได้อย่างแปลกประหลาด แต่ว่าในผลงานเรื่องใหม่อย่าง Her นั้นไม่ใช่อะไรแบบนั้น แต่กลับเป็นหนังดราม่าเต็มรูปแบบเรื่องแรกของผู้กำกับ ที่พยายามจะถ่ายทอดเรื่องราวของ คนเหงา และ ความเจ็บปวด โดยถ้าหากให้ตีความหนังเรื่องนี้ ผู้กำกับก็ไม่ได้มีการปิดกั้นให้คนดูคิดนอกรอบเลยด้วยซ้ำ ไม่ว่าเราจะมองหนังเป็นการตีแผ่ถึงโลกของคนติดโซเชี่ยลแบบทุกวันนี้ หรืออาจจะมองในมุมของบทบาทที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของความรักคือ สังคม ผ่านการต่อสู้ระหว่างความรักของ คน และ คอมพิวเตอร์ ที่ต่างคนต่างมองว่ามันเป็นไปไม่ได้ หนังก็สามารถหยิบจับเอาเรื่องราวเหล่านี้ออกมาตีแผ่ได้อย่างไม่อ้อมค้อม

ซึ่งถึงแม้การเขียนบทแบบเต็มตัวครั้งแรกของ โจนซ์ จะอาจไม่คมคายเท่า ชาร์ลี คอฟแมน แถมยังมีหลายช่วงที่ยังแอบวนเวียนหาทางออกไม่เจออยู่บ้าง แต่สิ่งที่ทำให้ Her นั้นได้ใจคนดูอย่างไม่ลดละ คงหนีไม่พ้นการที่ สไปค์ โจนซ์ จัดการปล่อยหมัดเด็ดใส่คนดูผ่านฉาก Flashback, การวางเสียงของ สการ์เล็ต โจแฮนสัน ที่ดูมีเนื้อหนังมังสา และฉากอิมแพคระเบิดอารมณ์ทุกๆ 15 นาที จนกว่าจะถึงตอนจบของตัวหนัง เชื่อได้เลยว่าน้ำตาของคนดูนั้นไหลพรากออกจากตัวไปจนหมดแล้วแน่นอน

เช่นเดียวกับองค์ประกอบงานภาพ และ เสียง ซึ่งหนังใช้เป็นอีกเครื่องถ่ายทอดได้อย่างดีงาม โดยเฉพาะ สกอร์ ของตัวหนังที่ได้วง Arcade Fire มาจัดการให้ก็ส่งผลให้หลายๆฉากจับใจและชัดมากยิ่งขึ้น ด้านนักแสดงทั้ง วาคีน ฟีนิกซ์, เอมี่ อดัมส์ และ รูนี่ย์ มาร่า ต่างร่ายมนตร์สะกดใส่คนดูแบบไม่ยั้ง เช่นเดียวกับเสียงของ สการ์เล็ต โจแฮนสัน ที่อยากจะชมแล้วชมอีกสักหลายร้อยครั้ง เพราะเธอสามารถสร้างตัวละคร ซาแมนธา ให้ดูเป็นคน แม้จะมาแค่เสียงก็ตามที

เรื่องนี้ผมให้ 9/10 ครับ