Timeline จดหมาย-ความทรงจำ : ความฝันและความจริง

Home / วิจารณ์หนัง / Timeline จดหมาย-ความทรงจำ : ความฝันและความจริง

TIMELINE_0159_resize

หลังจากห่างหายจากการทำหนังแนวโรแมนติคไปนานหลายปี คราวนี้ผกก.คุณ อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร ก็กลับมาพร้อมกับผลงานใหม่ ที่วางตัวในฐานะหนังวัยรุ่น ก้าวทันเทรนด์ กับหนังที่อยู่ในเชิงเป็นภาคต่อของ The Letter กับ ‘Timeline จดหมาย-ความทรงจำ’ ที่จับเอานักแสดงที่กำลังฮ๊อตอย่าง เจมส์ จิรายุ และ เต้ย จรินทร์พร มารับบทนำ

เรื่องราวความรักความผูกพันที่แสนอบอุ่นหัวใจและเป็นเหมือนดั่งหยดน้ำ หล่อเลี้ยงชีวิตโดยที่ไม่เคยจางหายไปจากความรู้สึกของ “มัท” (ป๊อก ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์) หญิงสาวที่ยังคงมีภาพความทรงจำแห่งรักที่แสนงดงามต่อ “ทัน” คนรักเก่าที่ได้จากไปโดยมีเพียง “ไร่สตอว์เบอร์รี่” ที่สะเมิง จ.เชียงใหม่ และ “แทน” (เจมส์ จิรายุ) ลูกชายเพียงคนเดียวที่เป็นเสมือนตัวแทนความรักของเขาและเธอที่บัดนี้เติบโต เป็นหนุ่มและพร้อมที่จะเริ่มต้นมีชีวิตในแบบของตัวเองเมื่อกำลังก้าวเข้า ชีวิตในมหาวิทยาลัย

แต่ดูเหมือนว่าตลอด 19 ปีในชีวิตที่ผ่านมาสำหรับแทนแล้วการที่ต้องเติบโต ขึ้นมาภายใต้ร่มเงาความรักที่สมบูรณ์แบบของพ่อและแม่กลับยิ่งทำให้เขาดิ้นรน และอยากออกไปสัมผัสกับโลกภายนอกตามวิธีคิดและการออกแบบชีวิตของเขาเองมาก ขึ้นเป็นทวีคูณ ชีวิตในกรุงเทพเปรียบได้กับโลกใบใหม่ที่ทุกสิ่งรอบตัวล้วนน่าแปลกตาและแตก ต่างจากโลกใบเก่าที่สะเมิง และที่นี่ทำให้ “แทน”ได้พบกับ “จูน” เพื่อนใหม่ที่มีวิธีคิดและมองโลกอย่างแตกต่าง แต่กลับเติมเต็มความรู้สึกบางอย่างให้กับ “แทน” โดยไม่รู้ตัว พูดได้ว่าจูนคือผู้หญิงเพียง คนเดียวที่คอยผลักดันและเป็นแรงบันดาลใจให้แทนได้ค้นพบสิ่งที่มีค่าที่สุด และมีความหมายที่สุดในแบบฉบับของตัวเขาเอง

ถ้าหากใครที่เคยดู The Letter ก็คงจะรู้ว่าเป็นหนังโรแมนติค บ่อน้ำตาแตก ที่เล่าผ่านมุมมองของผู้หญิง ต่อเรื่องราวการใช้ชีวิต และ ความรัก ในวัยกลางคน ซึ่งเอาเข้าจริงๆ Timeline ก็หยิบเอาวัตถุดิบเหล่านั้นมาใช้ใหม่เช่นกัน แต่เปลี่ยนมาเล่าในมุมมองของ ชายหนุ่ม อย่าง เจมส์ จิรายุ ที่นอกจากจะต้องเผชิญปมปัญหาของ แม่ ที่คอยบังคับ ยังต้องพบเจอกับความรัก และ ความลุ่มหลงของ หญิงสาว และ กรุงเทพ ซึ่งหนังแนวบ้านนอกเข้ากรุงเราก็คงจะเห็นกันมาบ่อยจนชินชา เพราะฉะนั้นการที่ ไทม์ไลน์ หยิบเอาเรื่องพวกนี้มาเล่นอีกนั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่และน่าสนใจ แต่สิ่งที่ตัวหนังสามารถขับเคลื่อนไปได้ดีกลับเป็นการที่หนังหยิบยกการเล่าเรื่องของ การใช้ชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริง และ ความฝัน รวมไปถึงความไม่จีรังยั่งยืนของชีวิต ผ่านตัวละครของ เจมส์ จิ ที่เป็นชายหนุ่มผู้อยู่ในความคาดหวัง และ ความฝัน ของผู้อื่นมาตลอด จนกระทั่งต้องมาพบเจอกับความจริง ทั้งเรื่อง ความรัก และ ลุ่มหลง จึงไม่แปลกถ้าหากการตัดสินใจ และ การกระทำ ของเขาจะลองผิดลองถูกเสมอ

ตรงข้ามกับตัวละคร จูน ของ เต้ย จรินท์พร ที่มักจะเป็นคนแน่วแน่ ตัดสินใจอย่างตรงไปตรงมา คอยเป็นตัว Support ที่ต้องเกื้อหนุนอย่างไม่ห่าง ซึ่งการวางตัวละครของ Timeline ทั้งคู่ พระนาง และ แม่ ของพระเอก ไม่ได้ให้ตัวละครออกมาจัดจ้าน และ รุนแรง เพียงแต่ค่อยๆซึมเข้าไปในความรู้สึกของคนดู จนรอโอกาสที่เหมาะสมเพื่อจะปล่อยหมัดฮุกเด็ดของหนัง นั่นคือการคลี่คลายปมทุกอย่างตามสไตล์ของหนังโรแมนติค ไม่ต่างอะไรจาก The Letter เพียงแต่ถ้าหากหยิบยกเอาเรื่องดังกล่าวมาเป็นแม่แบบ เราคงคิดถึงฉากดูวีดีโอ และต่อมน้ำตาแตก เพราะดนตรีประกอบที่รีดน้ำตาคนดูเป็นแกลลอน แต่หาไม่กับ Timeline ที่หนังละเมียดละไม และค่อยๆเป็นค่อยไป อัดฉากที่สะกิดใจคนดูมาเป็นระยะ จนเรียกได้ว่าช่วงท้ายของหนังมีระเบิดมาให้เหยียบห่างกันลูกละ 30 นาที

การวางสัญลักษณ์แฝงของตัวหนัง ทั้งเรื่อง จักรยาน และอื่นๆออกมาไม่ยาก แต่พยายามจะให้คนดูทั่วไปสัมผัสได้ให้มากที่สุดเพื่อความเข้าถึง เช่นเดียวกับประเด็นหนังที่ต้องการสั่งสอนเนื้อหาที่ครอบคลุมแบบตรงไปตรงมา ซึ่งผู้กำกับก็เลือกเรื่องที่ต้องการจะสอนมาได้ตรงใจคนยุคนี้ เพราะ การทำความฝัน ความหมายของผู้คนสมัยนี้มักหมายถึง การทำเพื่อคนที่รักเรา หรือแม้แต่ รอทำกับคนที่รักเรา จนไม่สามารถรู้ได้ว่า แล้วเราจะได้ทำเมื่อไหร่กันแน่ โดยนอกจากการเขียนบทของตัวละคร ให้เข้ากับประเด็นดังกล่าว สิ่งที่ต้องขอชมจริงๆคงหนีไม่พ้นนักแสดงโดยเฉพาะ เต้ย จรินทร์พร ที่พอได้รับบทที่เหมาะกับคาแรกเตอร์ของตน เธอก็สามารถถ่ายทอดตัวละคร จูน ออกมาได้น่าค้นหา หลายมิติ มากกว่าที่หนังให้คนดูสัมผัส โดยเฉพาะความน่ารัก และ สดใส ไม่ฟูมฟายของเธอ เป็นอีกหนึ่งความน่าเอาใจช่วยของตัวละครอย่างขาดหายไม่ได้

เช่นเดียวกับคุณป๊อก ปิยธิดา ที่ยังคงเล่นเบอร์เดียวกับหลายๆเรื่อง แต่คุณภาพไม่มีตกกับบทแม่ของ แทน ซึ่งตอนแรกที่เราได้รู้จักอาจจะเหมือนตัวละครแม่พระเอกในละครทั่วไป แต่เมื่อยิ่งมากขึ้น ตัวหนังยิ่งเติมเต็มให้กับตัวละครนี่จนเป็นอีกหนึ่งตัวละคร ที่โดดเด่น และ มีความเป็นคนไม่แพ้ พระเอก-นางเอก เลยก็ว่าได้ ซึ่งถ้าหากวันวาเลนไทน์นี้คุณอยากได้หนังรักโรแมนติค ที่จะทำให้บ่อน้ำตาท่วมไปกับแฟน (หรือคนเดียว) Timeline ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรพลาดครับ