The Monkey King : ไซอิ๋ว 3D ตอน กำเนิดราชาวานร มันส์แล้วมาคุยกัน

Home / วิจารณ์หนัง / The Monkey King : ไซอิ๋ว 3D ตอน กำเนิดราชาวานร มันส์แล้วมาคุยกัน

url

จัดได้ว่าเป็นหนังที่มีดีกรีมาแรงตั้งแต่บ้านเกิดเลย เพราะสามารถเปิดตัวได้สูงสุดเป็นอันดับหนึ่งตลอดกาลในประเทศจีน สำหรับหนังแอ็คชั่น แฟนตาซี ทุนสร้างมหาศาลอย่าง The Monkey King ที่ยังคงนำเอาเรื่องราวของ ไซอิ๋ว มาดัดแปลงใหม่อย่างสนุกสนาน จนแน่นอนว่าถูกใจคนในบ้านเกิด และอาจรวมถึงทั่วโลกด้วย

อภิมหาภาพยนตร์ทุนสร้างกว่า 2,000 ล้านบาท สุดยอดสเปเชียลเอฟเฟกต์โดยทีมผู้สร้าง Avatar และ 300 การกลับมาอีกครั้งของหนัง ไซอิ๋ว ที่ครั้งนี้มาในแบบ 3 มิติ โดดเด่นด้วยนักแสดงชั้นนำ ทั้ง ดอนนี่ เยน, โจวเหวินฟะ ซึ่งภาคนี้จะเต็มไปด้วยเรื่องราวอภินิหารของซุนหงอคง ในช่วงที่เขาได้ฝึกวิชาฝีมือจนไร้ผู้ต่อต้าน จนหาญกล้าต่อกรทั้งสวรรค์ ที่เขาต้องเผชิญหน้ากับเทพและมารที่ยากจะรับมือได้เช่น ปีศาจกระทิง, เหง็กเซียนฮ่องเต้, นาจา และ เทพสามตาอีกด้วย

โดยในไซอิ๋วฉบับนี้กำกับโดยผกก. เจิ้งป๋อไช่ ที่เพิ่งมีหนังตำรวจซิ่งอย่าง Motorway เข้าฉายไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ถ้าหากเรายังจำกันได้ ปีที่แล้วก็มีไซอิ๋วฉบับของ โจวซิงฉือ ที่มาสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชมขาประจำ แต่นั่นดูเหมือนจะกลายเป็นฉบับเด็กๆไปเลยเมื่อเทียบกับฉบับนี้ ที่จัดเต็มทั้งแฟนตาซี แอ็คชั่น และ โรแมนติค ถูกใจผู้ชมทุกเพศทุกวัย แน่นอน โดยถ้าหากถามทุกคนว่า สิ่งที่เราอยากเห็นจากไซอิ๋วมีอะไร ส่วนมากคงจะตอบเป็นสิ่งเดียวกับคือการได้เห็นฉากผจญภัย และ ฉากแอ็คชั่น ของพระถัง และ ลูกศิษย์ ซึ่งเป็นจุดเด่นของเรื่อง โดยใน The Monkey King ก็รับรองว่าสามารถจัดเต็มส่วนนั้นได้อย่างแน่นอน แถมในฉบับนี้จะเริ่มเล่าจากความเป็นมาของ หงอคง เสียก่อน ว่าการที่เป็นเด็กที่เกิดจากผลึกจนกลายมาเป็นผู้กล้ามีบทเรียนราคาแพงอย่างไรบ้าง ก็ส่งผลให้เรารู้พื้นฐานก่อนจะไปในภาคต่อไป

ซึ่งการคุมหนังสเกลใหญ่ครั้งแรกของ ผกก. เจิ้งป๋อไช่ ต้องขอชมว่าไม่เลวเลย ที่หยิบเรื่องราวของ หงอคง มาเล่าให้ผสมผสานฉากแอ็คชั่นตระการตา ถึงแม้จะมีหลายส่วนในช่วงกลางเรื่องนั้นมีสะดุด และ แอบวนไปเวียนมาบ้าง แต่ในอีกด้านนึง จินตนาการของผู้กำกับก็ถือว่าสามารถเติมเต็มโลกของ ไซอิ๋ว ได้อย่างเต็มที่แบบเถียงไม่ได้ จนทำให้ทั้งรุ่นเราๆที่เคยชมไซอิ๋วฉบับทางช่อง 3 มีร้องว้าวกันเป็นระยะ ซึ่งนอกจากนั้นด้านของ ซีจี ที่ในตอนแรกนึกว่าจะขัดตาเป็นส่วนมาก ก็กลับสามารถทำได้ดีกว่าที่คิด เมื่อเทียบกับหนังเอเชียโดยทั่วไป (ซึ่งก็ถือว่าหลอกตาน้อยสุดเท่าที่จะทำได้)

ด้านของทีมนักแสดงอย่าง ดอนนี่เยน, โจวเหวินฟะ และ กัวฟู่เฉิน ก็เนรมิตรคาแรกเตอร์ทั้ง 3 ของตนเองออกมาได้อย่างดี โดยเฉพาะการที่เลือก ดอนนี่ เยน มารับบท นอกจากจะได้เห็นลีลาและมาดกวนๆของเขา ในฉากแอ็คชั่นผู้กำกับก็ยังไม่ลืมที่จะปล่อยให้เฮียแกโชว์ทักษะการต่อสู้ จนไม่เสียดายค่าเมคอัพเกือบ 6 ชม.เลยทีเดียว เช่นเดียวกับการรับบทร้ายของ  กัวฟู่เฉิน ในบทปีศาจวัวกระทิง ที่เท่ และ ดุดัน จนหลายครั้งนึกว่า ปู้จิ้งอวิ๋น กำลังออกมาสู้รบกับ หงอคง เสียเอง

เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าหากใครมีลูกมีหลาน แล้วอยากให้ลูกหลานได้เริ่มรู้จักกับ ไซอิ๋ว แบบที่ใครหลายคนอาจจะรู้จักมาจาก ช่อง 3 ช่อง 7 ในสมัยก่อน The Monkey King ในฉบับนี่ก็จัดได้ว่าไม่เลวเลยทีเดียวครับ กับความบันเทิงที่มอบให้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ