Open Grave : คนเสื่อมหรือความจำ

Home / วิจารณ์หนัง / Open Grave : คนเสื่อมหรือความจำ

sha02

จัดได้ว่าเป็นหนังที่มีความน่าสนใจอยู่ที่ตัวบทของมันเอง โดยไม่ต้องพึ่งชื่อของ นักแสดงนำ หรือ ผู้กำกับ สำหรับ Open Grave ที่ยังคงเน้นเรื่องราวการตามหาความจริง ที่ทุกระยะก้าวของตัวหนังเดินทางไป ก็ยิ่งบีบคั้นอารมณ์มากขึ้นเท่านั้น

ภายในบรรยากาศที่ตลบอบอวลไปด้วยความหลอน โจน่าห์ตื่นขึ้นจากภวังค์ ร่างกายของเขาโชกไปด้วยเลือด เขาเริ่มมีสติมากขึ้นและค้นพบว่าเขาอยู่ท่ามกลางสุสานขนาดใหญ่ที่เต็มไปคนศพ คนตายเต็มไปหมด เมื่อเขาสามารถปีนป่ายขึ้นมาได้เขาก็พบกับบ้านกลางป่าหลังหนึ่ง เมื่อเขาเข้าไปเขาก็พบว่ามีคนอยู่อีก 5 คนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกับเขานั่นคือ “เขาไม่รู้ว่าเขาคือใคร และไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน” และพวกเขาก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเขาถึงได้มาอยู่กันที่นี่ พวกเขาเริ่มที่จะหาทางออกไปจากที่นี่ร่วมกัน แต่แล้วพวกเขาก็พบว่าพวกเขาอาจจะไม่ได้อยู่ลำพัง เมื่อพวกเขาค้นพบศพของหญิงแก่ที่น่ากลัว ถูกฆ่าและตรึงอยู่กลางบ้านหลังหนึ่ง พวกเขาเริ่มตระหนกและหวาดผวา จนกระทั่งกลายมาเป็นการไม่ไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน แต่ทุกคนก็ยังคงพยายามต่อเติมเรื่องราวซึ่งกันและกันเพื่อที่จะพยายามหาคำ ตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากันแน่

หนังเป็นผลงานการกำกับของผกก. กอนซาโล่ โลเปซ-กาลเลโก้ ที่เคยทำ Apollo 18 หนังฟุตเทจสุดสยองของนักบินอวกาศมาแล้ว ในคราวนี้ยังคงขอกลับมาทำหนังแนวลึกลับ ทริลเลอร์ เช่นเคย ที่ตัวบทหนังอาจจะไปคล้ายคลึงกับ Wrecked ของ เอเดรี่ยน โบรดี้ (ชายคนนึงตื่นขึ้นมากลางป่า จำอะไรไม่ได้) หรือแม้แต่อีกหลายๆเรื่อง แต่ตัวหนังพวกนี้ความสำคัญของเรื่องมันกลับไม่ใช่อยู่ที่แก่นสาร หรือว่าวิธีการจะทำอย่างไรให้หักมุมแบบเหวอที่สุดในตอนจบ แต่กลับเป็นลูกเล่น และ วิธีการที่จะนำพาคนดูไปถึงจุดนั้นได้แบบบีบคั้น หรือ น่าค้นหามากแค่ไหนก็ตาม

ซึ่ง Open Grave ถ้าหากดูจากชื่อผกก. และ ทีมนักแสดง ที่มีเฮีย ชาร์ลโต คอปลี่ โดดเด่นอยู่คนเดียว ก็จัดได้ว่าเป็นหนังเรื่องนึงที่สามารถสอบผ่านในความน่าติดตาม โดยการดำเนินเรื่องแบบที่ให้คนดูรู้น้อยกว่าตัวละคร จัดเป็นสิ่งสำคัญที่หนังแนวนี่ควรจะยึดถือ และไม่ให้คนดูจับได้เสียก่อน โดย Open Grave ก็สามารถทำได้ตามจุดประสงค์นั้น ที่เปรียบเสมือนให้คนดูไปอยู่กลางหลุมศพกับพระเอก และพร้อมกับลุ้นตามหาความจริงไปพร้อมๆกัน โดยในแต่ละก้าวก็จะได้ชิ้นส่วนใหม่ๆมาต่อให้ครบ และยืนยันได้เลยว่าคุณก็ไม่มีทางที่เดาตอนจบของหนังออกได้ก่อนตัวละครจะรู้เรื่องราวแน่นอน

โดยองค์ประกอบด้านของบรรยากาศความลึกลับกลางป่า ก็ช่วยเสริมให้ตัวหนังดูมีความอึดอัด และ ลึกลับ เช่นเดียวกับความบ้าของตัวละคร ที่พร้อมจะปล่อยออกมาได้ทุกเมื่อ จนไม่ได้ตั้งตัว การรับบทนำของ ชาร์ลโต คอปลี่ ที่นำเป็นเรื่องที่ 2 ต่อจาก District 9 ก็ยังสามารถทำได้ดี เช่นเดียวกับตัวละครอื่นๆในเรื่อง ที่ตัวหนังให้ความสำคัญจนกลายเป็นอีกชิ้นส่วนที่ต้องมีไม่ต่างอะไรจากตัวเอก จนเป็นการสร้างกลุ่มตัวละครที่มีเลือดและเนื้อทุกตัว ถึงแม้ทุกอย่างจะยังออกมาไม่ได้เพอร์เฟค และ มีความอืดอาดวนเวียนของทางด้านตัวบทตามสไตล์หนังแนวนี้อยู่บ้าง แต่ก็จัดได้ว่าเป็นอีกเรื่องที่น่าลองครับ

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ