300: Rise of An Empire : เพื่อเลือดและศักดิ์ศรี

Home / วิจารณ์หนัง / 300: Rise of An Empire : เพื่อเลือดและศักดิ์ศรี

300-rise-of-an-empire-movie-poster-4

จัดได้ว่าเป็นหนังภาคต่อที่ทุกคนรอคอยจริงๆ หลังจากที่เลื่อนฉายจากปีที่แล้ว มาปักหลักใหม่ได้ที่ตอนนี้ สำหรับ 300: Rise of An Empire ที่สร้างมาจากนิยายภาพของ แฟรงค์ มิลเลอร์ ที่ยังไม่เสร็จดี แต่ แซ็ค สไนเดอร์ ก็แต่งเติมมันด้วยจินตนาการ ถึงแม้จะลดลงมาเป็นแค่มือเขียนบท และ โปรดิวเซอร์ ก็ตาม

โดยในภาคนี้จะเป็นมหากาพย์แห่งตำนานการผจญภัยบทใหม่เกิดขึ้นในสมรภูมิรบกลางทะเล เมื่อนายพลชาวกรีกธีมิสโทเคิลส์พยายามรวมประเทศกรีซ โดยเป็นผู้นำการโจมตีที่จะเปลี่ยนทิศทางสงครามครั้งนี้ ต่อสู้กับ กองกำลังเปอร์เซียที่นำ โดย เซอร์เซส ผู้คิดว่าตัวเองเป็นเทพเจ้า และ อาร์ทีมีเซีย ผู้บัญชาการจอมอาฆาต (สวยจัดและโหดจิต!!)แห่งกองทัพเปอร์เซีย

หนังในภาคนี้เปลี่ยนผู้กำกับมาเป็น โนม เมอร์โร่ ซึ่งก่อนจะออกตัว ก็คงต้องบอกให้ชัดว่า 300: Rise of an Empire ไม่ได้เป็นหนังเชิงภาคต่อเสียทีเดียว แต่เป็นหนังที่ดำเนินเหตุการณ์ควบคู่ไปกับการต่อสู้ของ นักรบสปาร์ตั้น ในภาคแรก แต่เปลี่ยนมาโฟกัสที่กลุ่มของชาวกรีก ที่นำทีมโดย ซัลลิแวน สเตเพิลตัน ในบท ธีมิสโทคลีส โดยถ้าหากถามคนดูว่า คุณคาดหวังจะได้เห็นอะไรจากหนังชุด 300 คงหนีไม่พ้นวิชวล เอฟเฟกต์ ตระการตา, ฉากต่อสู้สโลวโมสุดมันส์ และ เลือดอีก 2 บ่อน้ำ แบบที่ภาคแรกเคยทำสำเร็จมาแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้คุณจะยังคงสามารถหาได้จากในภาค 2 เพราะเอาเข้าจริงๆ ตัวหนังในภาคนี้ก็ให้อารมณ์มีความเป็นภาคแรกสูงมาก เพียงแต่เพิ่มทุนโปรดักชั่น และ เรื่องการเมือง เข้ามาเล็กน้อย

โดยฉากการต่อสู้ในภาคนี้ที่เน้นไปเรื่องของยุทธนาวี กลยุทธ์การรบทางเรือ ก็ต้องยอมรับว่าผกก. โนม เมอร์โร่ สามารถรับมือกับหนังสเกลใหญ่ได้ไม่เลว พร้อมทั้งฉากการออกแบบแอ็คชั่น และ เลือด ก็ไม่ได้ออกมาให้แฟนๆจากภาคแรก หรือหนังของ แซ็ค สไนเดอร์ ผิดหวังไปซะทีเดียว แถมการรับบทของ เอวา กรีน ในบทของ อาร์ทีมีเซีย ก็สามารถทำให้หนังมีสีสัน และความน่าค้นหามากขึ้นเยอะ(มากกกกกกกกกกกกกกกกก ดูจบเซิร์ชเลย อีวา กรีน Eva Green) เลยทีเดียว

300: Rise of An Empire : เพื่อเลือดและศักดิ์ศรี

ซึ่งถ้าหากจะจัดเข้าไปในประเภทของหนังดูเอามันส์ก็คงจะไม่แปลก เพราะเมื่อมาลองมองด้านอื่นของ 300 ในภาคนี้ กลับยังรู้สึกว่าทำออกมาได้ไม่สุดนัก โดยเฉพาะการที่หนังมีการแต่งแต้มเรื่องของ การเมือง และ ศักดิ์ศรี ที่ตั้งต้นด้วยความคิดที่จะรวมแผ่นดินเพื่อมองหาความยุติธรรม จนต้องทำให้ทั้ง ชาวนา นักกวี และ ช่างปั้น ชาวกรีกลุกขึ้นมาต่อสู้ แตกต่างจาก สปาร์ตั้น ในภาคแรกที่ล้วนแต่เป็นนักรบ โดยในส่วนนี้ถึงแม้ผู้กำกับ โนม เมอร์โร่ จะค่อนข้างจริงจังและเน้นย้ำหลายรอบ แต่ก็น่าเสียดายที่เมื่อมันถูกเล่าออกมาจริงๆแล้วยังกลับรู้สึกวนเวียน เช่นเดียวกับเนื้อเรื่องของหนังที่เมื่อใช้เป็นเหตุการณ์ควบคู่

แต่ก็อย่างว่า ในเมื่อมันเป็นหนังแอ็คชั่นที่ทำมาเพื่อขายแฟนบอยของ แซ็ค สไนเดอร์ คงไม่มีใครว่าอะไร แต่เอาน่า ได้เห็นฉากแอ็คชั่นสโลวโม+เร่งสปีด, ลองเทคยาวไม่ตัดขั้นเทพ(ฉากขี่ม้าบนเรือ) จนสงสัยตามว่า นั่นมนุษย์หรือซีจีกันเนี่ย , เลือดสาดท่วมจอ และ กล้ามหนุ่มๆ ก็คุ้มอยู่ ซึ่งถ้าจะให้ดีภาคนี้สมควรดูเป็น 3D ด้วยนะ เพราะเขาสามารถเล่นกับคนดูด้วย เลือด และ อวัยวะตามร่างกายพุ่งเข้าหน้าได้อย่างมันส์หยดเลยทีเดียว แม้ฉากการรบกลางทะเลที่ดูมืดๆไปบ้าง แต่ก็ไหวอยู่

เอาเป็นว่า หากต้องการความมันส์และเลือด อิ่ม!!

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ