Noah : ความชั่วมีทุกสถาบัน

Home / วิจารณ์หนัง / Noah : ความชั่วมีทุกสถาบัน

url

เข้าฉายกันไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับหนังใหม่ของผกก. ดาร์เรน อโรนอฟสกี้ ที่คงรู้จักกันดีจาก Black Swan และ Requiem for a Dream ซึ่ง Noah ก็จัดได้ว่าเป็นหนังแมสเรื่องแรกของผกก.เลยทีเดียว ที่นอกจากจะใช้ทุนสร้างมหาศาล ยังหยิบยกเอาเรื่องราวมหากาฬในไบเบิ้ลมาเล่น จนดูฉีกแนวของเขาไปมากพอสมควรเมื่อได้เห็นตัวอย่างแรกออกมา

Noah นำแสดงโดย รัสเซล โครว์ รับบท โนอาห์ ชายผู้ได้รับเลือกจากพระเจ้าให้แบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่ และศรัทธาที่คงมั่น  ในการสร้างเรือขนาดมโหฬาร ก่อนที่ทั้งโลกจะพบกับมหาวิบัติน้ำท่วมโลก ที่ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมือ เอ็มม่า วัตสัน, แอนโธนี่ ฮ็อปกินส์ และรวมถึง เรย์ วินสโตน

ซึ่งโดยตัวผมนั่น ก็ค่อนข้างเป็นคนที่ชื่นชอบผลงานของ อโรนอฟสกี้ แทบทุกเรื่อง เพราะเอกลักษณ์ที่สามารถสร้างความดาร์ค และ สำรวจจิตใจมนุษย์ที่ตกต่ำได้ดีแทบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นนักมวยปล้ำตกอับอย่าง The Wrestler, นักบัลเล่ต์ที่ต้องการความเพอร์เฟ็กต์อย่าง Black Swan และรวมถึงกลุ่มคนติดยาใน Requiem ซึ่งถ้าหากท่านมองหน้าหนังของ Noah ก็คงไม่มีใครคิดหรอกว่า หนังเรื่องนี้ก็จัดอยู่ในหมวดเดียวกับผลงานเก่าๆของผกก.นี้ด้วยเหมือน เพราะแท้จริงแล้ว Noah กลับไม่ใช่หนังที่เอาใจตลาดเลยสักนิด แต่มันกลับเป็นส่วนผสมของความเป็นหนังฟอร์มยักษ์ประมาณ 45% ก่อนที่โยนอีก 55% เข้าสู่กองหนังส่วนตัวของ อโรนอฟสกี้ ซึ่งถ้าหากใครที่เคยดูหนังเกี่ยวกับพระเจ้าที่อิงจากไบเบิ้ล หรือเรื่องราวทำนองนี้ คงนึกออกว่าส่วนมากจะออกมาเป็นหนังแนวโฆษณาชวนเชื่อเสียมากกว่า

แต่มันกลับไม่ใช่ใน Noah ซึ่งจัดได้ว่าเป็นไม้เด็ดที่โดดเด่นที่สุดของหนังเลยก็ว่าได้ ที่กล้าฉีกตำนานของไบเบิ้ล จนอาจจะทำเอาชาวคริสต์หลายคนยี้ใส่ เพราะหนังนอกจากจะสามารถวางตัวมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ ให้มีความดี ความชั่ว (ซึ่งนั่นคือ โนอาห์) หนังยังไม่เว้นแก่การวางคาแรกเตอร์ของ พระเจ้า ให้กลายเป็นตัวละครที่น่ารังเกียจได้อย่างสำเร็จจนวกเข้าสู่แกนหลักของหนังได้อย่างเสมอภาค พร้อมยังมีทั้งบทพูดที่เสียดสี เย้ยหยั่น ถึงการเปรียบเทียบของ มนุษย์ และ พระเจ้า ได้อย่างรุนแรง กล้าหาญ

โดยขณะเดียวกัน เมื่อส่วนของความเป็น อโรนอฟสกี้ กำลังวิพากษ์วิจารณ์ แถมสร้างคาแรกเตอร์ออกมาได้ดำมืด และพร้อมจะพาคนดูไปสู่หลุมที่ลึกที่สุดอยู่ตลอดเวลา ในส่วนของ หนังแมส ที่ อโรนอฟสกี้ ยังไม่ลืมที่จะใส่เข้ามา ก็ต่างทำหน้าที่ได้เช่นกัน ซึ่งแน่นอนถ้าหากพูดถึง Noah คนคงคิดว่าจะมีแต่ฉากน้ำท่วมที่น่าตื่นตา แต่คงไม่มีใครคิดว่า Noah ในแบบฉบับของ อโรนอฟสกี้ จะจัดเต็มเรื่องความแฟนตาซีถึงเช่นนี้ ซึ่งนั่นนอกจากจะช่วยเสริมเรื่องราวที่เขาต้องการฉีกแนวจากไบเบิ้ล ยังสามารถทำสำเร็จในแง่ของการครีเอทฉากแอ็คชั่น ที่น่าตื่นตาอีกด้วย

ซึ่งในด้านทีมนักแสดงคงจะไม่ต้องมีอะไรให้พูดถึงมาก เพราะจัดได้ว่าเป็นแถวหน้าที่สามารถถ่ายทอดตัวละครของตนเองออกมาพร้อมที่จะให้คนดูเกลียด และ รัก ได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะ เจนนิเฟอร์ คอลเนลลี่ ที่ต้องยอมรับเลยว่าเธอเกิดทุกทีเมื่ออยู่ในหนังของ อโรนอฟสกี้ แทบทุกเรื่อง

ส่วนระบบ 3D ของหนังที่เข้าฉายเฉพาะนอกเขตสหรัฐอเมริกา ซึ่งพูดง่ายๆคือเป็น 3D ที่เอามาแปลงในภายหลัง ก็ต้องขอยอมรับว่าทำออกมาไม่น่าเกลียดทีเดียว โดยเฉพาะมิติ และรวมถึงการปาของเข้าหน้าคนดูก็ใส่มาอย่างพอดีพองาม แต่ที่สำคัญคือมันช่วยเพิ่มอรรถรสในฉากแอ็คชั่นให้ดูอีพิคมากขึ้นในระดับนึง โดยสรุปแล้วผมคิดว่าถ้าหากมองหนังเรื่องนี้ในฐานะของคนที่ไม่มีอะไรยึดติดกับ ไบเบิ้ล มันก็จะเป็นหนังที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงส่วนนั้นได้อย่างพอเจ็บแสบ และจัดได้ว่าเป็นหนังที่เอาใจตลาดที่สุดของ อโรนอฟสกี้ แล้วกระมั่งครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ