The Lunchbox : ปิ่นโตสอนรัก

Home / วิจารณ์หนัง / The Lunchbox : ปิ่นโตสอนรัก

url

ท่ามกลางหนังฟอร์มยักษ์ แฟนตาซี และ ซุปเปอร์ฮีโร่ในช่วงนี้ ได้มีหนังอินเดียเล็กๆเรื่องนึงเข้าฉายโรงในไทยด้วย และนั่นคือ The Lunchbox ที่ได้การชื่นชมจากเมืองนอกมาหนาหู พร้อมกับรายได้ในสหรัฐกว่า 1 ล้านเหรียญ ซึ่งไม่ธรรมดาเลยสำหรับหนังอินดี้เล็กๆของผกก.มือใหม่

อิลา (นิมรัต คาอูร์) เป็นแม่บ้านผู้เปลี่ยวเหงาที่ สามีไม่ไยดีอะไรในตัวเธอมานานมากแล้ว อิลาจึงพยายามกอบกู้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอด้วยการแนบจดหมายไว้ในกล่องข้าวที่ต้องทำให้สามีไปทานมื้อเที่ยงที่ทำงานทุกๆวัน ทว่าแผนที่ตั้งใจไว้ กลับพลิกความคาดหมาย เมื่อวันหนึ่ง ซาจาน (อิร์ฟาน ข่าน) เสมียนหนุ่มใหญ่ที่รอวันปลดเกษียณ ได้หยิบกล่องข้าวกลางวันมาผิด และได้เจอเข้ากับจดหมายของอิลา เนื้อความในจดหมายที่ถ่ายทอดความรู้สึกอันละเอียดอ่อนของผู้หญิงคนหนึ่งที่โหยหาความรัก ทำให้ซาจานเกิดความรู้สึกผูกพันอย่างพิศวง เขาจึงเขียนจดหมายตอบกลับแล้วแนบเข้าไปในกล่องข้าว ทั้งๆ ที่เขาเองก็ไม่ทราบว่าเจ้าของจดหมายนั้นเป็นใคร จนกระทั่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นมิตรภาพผ่านปิ่นโตใบนี้

หนังเป็นผลงานของผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง ริเทรช บาตร่า ที่ก้าวมาจากการเป็นผู้กำกับหนังสั้นพร้อมเปิดตัวด้วยหนังเรื่องนี้ ที่กวาดคำวิจารณ์จากทั่วโลก รวมถึงตามเทศกาลต่างๆ จนทำให้เขาแจ้งเกิดในฐานะของผู้กำกับหน้าใหม่ทันที ซึ่งโดยส่วนตัวผมนั้นก็ไม่ได้ดูหนังอินเดียมามากพอจนสามารถนำเอาเรื่องนี้ไปเปรียบเทียบกับเรื่องอื่นๆได้นัก แต่ถ้าหากถามว่า The Lunchbox เป็นหนังที่มีความเป็นส่วนตัวในฐานะของหนังอินเดียสูงไหม ก็ต้องขอตอบเลยว่าไม่ เพราะมันกลับเป็นหนังที่มีวิธีการเล่าเรื่องราบเรียบ เข้าใจง่าย และเข้าถึงผู้คนได้อย่างลึกซึ้ง

สิ่งที่ดีงามที่สุดของ The Lunchbox คงหนีไม่พ้นกับ 2 นักแสดงนำอย่าง อิร์ฟาน ข่าน และ นิมรัต คาอูร์ ที่เป็นตัวชูเรื่องได้อย่างถึงพริกถึงขิง จนสามารถทำให้การสร้างสรรค์ตัวละครของทั้งคู่สานต่อไปยังองค์ประกอบอื่นได้อย่างไร้ที่ติ ซึ่งเราคงเคยดูหนังคนแก่ที่หมดอาลัยตายอยากกับชีวิตมามากพอสมควร ผ่านสายตาของหนังฮอลลีวู้ด และอื่นๆ โดย The Lunchbox ก็มาในแนวนั้นเช่นเดียวกัน แต่มันผสมสานด้วยความเป็นโรแมนติค คอมเมดี้ ได้อย่างลงตัวเอามากๆ การที่พูดถึงจุดบั้นปลายของชีวิตผ่านตัวละครพระเอก และสายตามุมมองของผกก.ต่อผู้หญิงอินเดียในตัวนางเอก ต่างดูเป็นธรรมชาติ เข้าถึงได้ง่าย มีการรองรับด้วยซับพล็อตที่สูงและสง่างาม ทั้งการเลือกที่จะหยิบเอาเรื่องราวชีวิตธรรมดาของหนุ่มชาวบ้าน การขึ้นลงรถไฟ มาพูดถึงในหนัง ต่างก็เป็นชัยชนะที่สวยงามเอามากๆเลยทีเดียว

ถ้าหากช่วงนี้คุณต้องการดูหนังที่จะทำให้คุณต้องย้อนกลับมามองการใช้ชีวิต และพูดถึงความรัก มิตรภาพ ได้อย่างดีงาม อย่ามัวรอช้า ตีตั๋วไปชม The Lunchbox โดยด่วนเลยครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ