Need for Speed : ซิ่งให้มันส์ จนลืมเบรค

Home / วิจารณ์หนัง / Need for Speed : ซิ่งให้มันส์ จนลืมเบรค

NEED FOR SPEED

จัดได้ว่าเป็นหนังที่เกมเมอร์รอคอยตั้งแต่มีข่าวว่าจะสร้างก็เป็นได้ สำหรับ Need for Speed ฉบับภาพยนตร​์ ที่เพิ่มความน่าตื่นตา เพราะนอกจากจะสร้างมาจากเกมส์ที่มีรากฐานแฟนๆทั่วโลก หนังยังได้นักแสดงนำเป็น เจสซี่ จาก Breaking Bad อย่าง อาร์รอน พอล มาเป็นพระเอกในครั้งนี้ด้วย ซึ่งหนังวางแผนจะสร้างภาคต่อตามมาคล้าย Fast & Furious เลยทีเดียว

เรื่องราวของ โทบี้ มาร์แชล (อาร์รอน พอล) ช่างเครื่องผู้ใช้แรงงานที่อีกบทบาทนึงของเขาคือนักซิ่งที่ใช้ท้องถนนเป็นสนามแข่งขั­น แต่ด้วยภาระที่จะต้องดูแลกิจการอู่ซ่อมรถข­องค รอบครัวให้คงอยู่ เขาจึงต้องจำใจร่วมงานกับ ไดโน่ บริวส์เตอร์ (โดมินิค คูเปอร์) อดีตนักแข่งนาสคาร์ผู้ร่ำรวยและเย่อหยิ่ง แต่เพียงแค่ จูเลีย โบเนท พนักงานขายที่ผันตัวมาเป็นนายหน้าค้ารถยนต­์เริ่มเห็นว่ามันจะช่วยรักษาอู่ของโทบี้ไว­้ ได้ หายนะจากการแข่งขันก็เปิดโอกาสให้ ไดโน่ ใส่ร้าย โทบี้ สำหรับอาชญากรรมที่เขาไม่ได้ก่อ และทำให้เขาต้องติดคุก เพื่อรอวันออกมาที่จะล้างแค้นคืน

หนังกำกับการแสดงโดย สก๊อตต์ วอห์น ที่ขาแอ็คชั่นคงรู้จักกันดีกับหนังที่หยิบเอา ซีล จริงมาแสดงนำใน Act of Valor โดยในคราวนี้เขาได้แท็คทีมกับพี่น้อง แกติน มือเขียนบทจาก Real Steel เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องแปลกใจว่า Need for Speed จะเป็นหนังรถแข่ง ที่ไม่ได้มีแต่แข่งรถ แต่มันยังเติมความมีเลือดมีเนื้อของตัวละคร ทั้งความรัก ความแค้น และ น้ำมันเครื่อง เข้าได้อย่างลงตัว และนั่นก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ทำให้หนังแตกต่างจากหนังแข่งรถที่ทุกคนต้องเอาไปเทียบอย่าง Fast & Furious โดยสิ้นเชิง เพราะในขณะที่เรื่องนั้นเน้นความเป็นครอบครัว ใน Need for Speed ก็พูดเรื่องราวของ ความรัก ผ่านหนุ่มสาวที่ต้องทำความรู้จักกันในสถานการณ์คับขัน ซึ่งการเขียนบทของพี่น้อง แกติน ในเรื่องนี้อาจจะไม่ได้ออกมาเพอร์เฟค หรือกินใจเท่า Real Steel แต่การปูเรื่องราวที่สร้างมาจากเกมส์ที่ไม่มีเรื่องราว ก็จัดได้ว่าน่าชื่นชมและไม่เสียชื่อของเนิร์ดเกมส์

ในขณะเดียวกันฉากแข่งรถของหนัง ก็มีลากยาวมาตั้งแต่การแข่งบ้านๆตามชนบท จนถึงการซิ่งในเมืองใหญ่ ซึ่งเนื่องด้วยว่าหนังใช้รถจริงทั้งหมด จึงไม่อาจจะทำฉากเว่อร์ๆแบบ Fast & Furious ได้เยอะนัก แต่ในขณะเดียวกัน เพราะมันเป็นรถจริงนี่แหละ ฉากแข่งธรรมดาของตัวหนังก็รู้สึกได้ถึง ความมันส์ ความเรียล ของความแค้น และ การเอาชนะ ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งใครที่เป็นแฟนเกมส์คงจะดีใจที่ได้เห็นรถหลายๆคันในเกมส์ มาขับพุ่งชนกันแบบไม่เสียดายของเลยก็ได้ว่า

ซึ่งการครีเอทฉากแอ็คชั่นของผู้กำกับ สก๊อตต์ วอห์น ที่จับเอาคนดูไปนั่งอยู่หลังพวงมาลัย ถือว่าเป็นความสำเร็จสูงสุดในหนังแนวรถแข่ง เพราะนอกจากการที่คนดูจะได้สัมผัสถึงการแข่งรถที่เปรียบเสมือนของจริง มันยังช่วยเพิ่มความตื่นเต้นในฉากแข่งรถ และรวมถึงฉากหนีตำรวจซึ่งเป็นจุดเด่นของเกมส์เอาไว้อีกด้วย (ซึ่งถ้าหากใครต้องการอรรถรสเพิ่มมากกว่านี้ แนะนำให้จัดในระบบ 4DX เพราะเก้าอี้จะโยกและสั่นตามที่รถเลี้ยว ชน หรือ กระแทก ได้อย่างสมจริง หรือไม่กระนั้นก็ในระบบ IMAX 3D เพราะนอกจากจอจะใหญ่เต็มตา ระบบ 3D ของหนังก็ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กันด้วย)

การรับบทนำของ อาร์รอน พอล ยังคงเท่ไม่มีที่ติ แต่สิ่งที่สร้างสีสันให้อีกอย่างของทีมนักแสดง คงหนีไม่พ้นด้านตัวประกอบ ทั้ง เบนนี่ เพื่อนรักของตัวเอก หรือแม้แต่นางเอกสาว อิมูเจ้น พูทส์ ที่กำลังอยู่ในขาขึ้นสุดๆ ก็ยังคงโปรยเสน่ห์และใช้แววตากลมโตได้อย่างเป็นประโยชน์ในขณะเดียวกัน โดยถ้าหากใครที่ช่วงนี้หาหนังมันส์ๆ เพลินๆ แกล้มด้วยมุกตลกและเสียงฮา Need for Speed จัดได้ว่าไม่ควรพลาด โดยเฉพาะในระบบ 4DX หรือ IMAX 3D ครับ

เรื่องนี้ผมให้ 7.5/10 ครับ