The Raid 2 Berandal : โคตรความมันส์

Home / วิจารณ์หนัง / The Raid 2 Berandal : โคตรความมันส์

ra01

ออกมาแล้ว สำหรับภาคต่อของหนังแอ็คชั่นของเอเชียที่โด่งดังไปทั่วโลกจากภาคแรกอย่าง The Raid: Redemption สู่ภาคต่อที่ไม่ได้เดินตามสูตรสำเร็จแบบภาคแรก แต่กลับหาวิธีลงรอยกับภาคต่ออย่างชาญฉลาดใน The Raid 2 Berandal ที่กลับมาพร้อมหน้าทั้งทีมนักแสดง และ ผู้กำกับคนเดิม

เรื่องราวก็ดำเนินต่อจากภาคแรกทันที เมื่อ รามา ที่ต้องปลอมตัวและแทรกซึมเข้าไปในองค์กรมาเฟียสุดโฉดในเมืองจาการ์ต้า เพื่อที่จะหาตัวหนอนบ่อนไส้ในองค์กรตำรวจแ­ละปกป้องครอบครัวของเขา ภารกิจที่ รามา ได้รับมอบหมายก็คือการเข้าใกล้กับหัวหน้ามาเฟียคนใหม่ และตีสนิทกับลูกชายของมาเฟียที่อยู่ในคุก เพื่อล่าตัวสายลับที่องค์กรมาเฟียส่งมาแทร­กซึมในกรมตำรวจ เพื่อที่จะถอนรากถอนโคนความชั่วร้ายที่กัด­กินสังคมอยู่ให้สิ้น แม้ว่ามันจะหมายถึงการต้องแลกด้วยชีวิตของ­เขาก็ตาม!

หนังยังคงกำกับโดย แกเร็ธ อีแวนส์ จากภาคแรก ซึ่งใครที่ได้ดูภาคแรก คงรู้ดีว่ามันคือหนังโป๊สำหรับคอหนังแอ็คชั่นนั้นเอง โผล่มาไม่ต้องพูดคุยหรือจีบกันให้เสียเวลา เข้ามาก็ซัดกันลูกเดียวภายในตึกแคบๆ 30 กว่าชั้น แต่แน่นอนว่าเมื่อมันมีภาคต่อออกมา จะให้ไปสู้กับในตึกอีก เพียงแต่เพิ่มเป็น 40-50 ชั้น มันก็คงต้องโดนด่าแน่นอน และเหมือนกับว่าผกก.เองก็รู้เช่นนั้น จึงเปลี่ยนม้วนเทปให้มันกลายเป็นหนังตำรวจล้างแก๊งค์มาเฟียดิบๆเสียเลย และผลลัพธ์จากรอบที่ฉายในอเมริกาไปก็ออกมาดีมากเสียด้วย และหลังจากที่หนังเข้าฉายในไทยไปแล้วเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ก็แน่นอนว่าได้รับคำชมจากคนไทยไม่แพ้กันเลยทีเดียว

ซึ่งหลังจากส่วนตัวที่ผมได้ไปรับชมมาแล้วต้องขอบอกเลยว่า ถ้าหากคุณจำไม่ได้ว่าหนังแอ็คชั่นโคตรมันส์เรื่องล่าสุดที่คุณได้ดูคือเรื่องอะไร หลังจากที่คุณได้ดูเรื่องนี้ จะตอบได้ทันทีว่า ‘The Raid 2’ เพราะถึงแม้ว่าภาคนี้อาจจะไม่ได้โผล่มาเป็นหนังโป๊สำหรับคอแอ็คชั่นอีกแล้ว แต่การดำเนินเรื่องและสร้างสถานการณ์ให้กับตัวเอกของเราอย่าง รามา ต้องเข้าไปสืบหาหนอน ก็จัดได้ว่าเข้มข้นไม่แพ้กัน มีทั้งเรื่องราวของ มาเฟียในยุคบั้นปลาย, การห่ำหั่นกันของ ความรุนแรง และ สันติ ซึ่งเอาจริงๆผู้กำกับไม่เขียนเรื่องพวกนี้ออกมาเป็นแค่ที่คั่นฉากแอ็คชั่นห่วยๆเลย แต่มันมีความโดดเด่น ความเข้มข้น ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวจนไม่ได้ทำให้หนังน่าเบื่อ ถึงแม้จะด้วยความยาว 150 นาทีก็ตาม

โดยฉากแอ็คชั่นที่เป็นจุดขายของตัวเรื่อง ที่ยังคงเต็มไปด้วยลีลามวยปันจักสีลัตของ อินโด ถ้าหากจะให้พูดตามเรื่องอื่นว่าๆ ‘ก็ยังคงทำได้ตามมาตรฐานฉากแอ็คชั่นทั่วไป’ เห็นจะไม่ได้ เพราะใน The Raid 2 นี้จัดได้ว่า ‘เกินมาตรฐาน’ ไปหลายขั้นเลยด้วยซ้ำ ซึ่งการออกแบบคิวบู๊ในภาคนี้จัดได้ว่าผสมผสานกันออกมาได้ยอดเยี่ยมทั้งตัวต่อตัว, ขับรถไล่ล่า หรือฉากตะลุมบอน ที่สามารถตอบสนองความบ้าคลั่งในตัวของทุกคนได้อย่างทะลุขีดสุด จนเรียกได้ว่าระหว่างดูไป มือไม้ของคุณจะไม่อยู่นิ่ง จนต้องออกลีลาเหมือนตัวเอกแน่นอน

และถ้าหากใครเคยอึ้งกับลีลาการถ่ายภาพ ในฉากสู้ทะลุชั้นของภาคแรก มาในภาคนี้ต้องยืนยันเลยว่าคุณจะได้อ้าปากค้างกับเทคนิดการเลือกมุมในฉากแอ็คชั่น และ วิธีถ่ายทอดของช่างภาพอย่างแน่นอน เพราะมีหลายช็อตเลยที่รู้สึกว่ามือถ่ายภาพของหนังเรื่องนี้ลงทุน และหามุมมองใหม่ๆมาถ่ายทอดฉากแอ็คชั่นในงานของเขาได้อย่างดีเยี่ยมเสมอ โดยเฉพาะฉากลองเทคสุดคลั่งในคุก หรือลีลาการตัดต่อและออกแบบกับฉากในห้องครัว ล้วนแต่เป็นประสบการณ์ใหม่ของหนังแอ็คชั่น ที่จะทำให้คุณรู้สึกว่าหนังแอ็คชั่นของฮอลลีวู้ดที่เต็มไปด้วยปืนผาหน้าไม้นั่นยังเป็นเพียงเด็กอมมือ ของแท้มันอยู่ในหนังเรื่องนี้!

สิ่งที่ชอบอีกอย่างในภาคนี้คงหนีไม่พ้นการที่หนังสร้างคู่ต่อสู้ของตัวเอกออกมาได้โดดเด่นมากๆ (ต่างจากภาคแรกที่มีแต่ Mad Dog คนเดียว) ไม่ว่าจะเป็น สาวค้อนโหด หรือ มือไม้เบสบอลเหล็ก คือถ้าให้สรุปง่ายๆเลยนะ The Raid 2 มันไม่เพียงดีกว่าภาคแรกเท่านั้น แต่มันยังยกระดับหนังแอ็คชั่นให้ก้าวไปอีกขั้นนึงได้อย่างน่าภาคภูมิใจ จนรู้สึกว่าถ้าหากคุณไปดูหนังแอ็คชั่นแนวตำรวจบุกแก๊งค์เรื่องไหนๆอีกหล่ะก็ คุณอาจจะต้องรู้สึกอุทานกับตัวเองว่า ‘ทำไมไม่เห็นมันส์เท่า The Raid 2 เลย’

เรื่องนี้ผมให้ 9.5/10 ครับ