ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้ : ความฝันของคนรักหนัง และ การถ่ายทอดชีวิตฉบับคนอีสาน

Home / วิจารณ์หนัง / ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้ : ความฝันของคนรักหนัง และ การถ่ายทอดชีวิตฉบับคนอีสาน

esarn_06

วนเข้ามาฉายในเมืองกรุงกันเรียบร้อย หลังจากทำรายได้ทะลุเป้าเป็นเทน้ำเทท่าในแถบอีสาน สำหรับหนังตลกบ้านๆอย่าง ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้ ที่มี อาร์ตี้ ธนฉัตร นำแสดง ซึ่งชื่อเสียงของหนังเรื่องนี้นอกจากจะทำเงินทะลุเป้า ยังมีทั้งเสียงชื่นชมของการถ่ายทอดชีวิตของคนอีสาน และ วิถีเป็นอยู่ออกมาได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

เรื่องราวความรักฉบับมัน ฮาบ้านๆอมยิ้ม ประสาหนุ่มสาวบ้านทุ่ง บักทองคำผู้บ่าวไทบ้านที่ทั้งชีวิตนี้เกิดมาเพื่อความฝันสองอย่าง อย่างแรกคืออยากเป็นผู้กำกับหนังอิน ดี้ เพราะหลงไหลใฝ่ฝันรูปเงาหนังในแผ่นฟิล์มที่เหลือฉีกขาดจากหน่วยหนังกลางแปลง ในงานบุญมาตั้งแต่เด็กๆ ทุกครั้งเวลามีหน่วยหนังเร่เข้ามาฉายในหมู่บ้าน วันถัดมาบักทองคำจะตื่นก่อนไก่โห่เสมอ เพื่อไปหาเก็บเศษฟิล์มหนังมาสะสมลึกๆ แล้วหนังอินดี้เขาฝันอยากทำมันมากที่สุดมันก็คือเรื่องราวความรักอันแสน กุ๊กกิ๊ก และอย่างที่ 2 คือการที่เขาต้องทวงคืนความรักจาก ปราณี ที่ดันไปเป็นแฟนกับฝรั่งบ้านนาที่ได้เข้ามาในหมู่บ้านของเขานั่นเอง

หนังกำกับการแสดงโดย อุเทน ศรีริวิ และ จิณณพัต ลดารัตน์ ผู้กำกับหน้าใหม่ที่แน่นอนว่าไม่เคยกำกับหนังเรื่องไหนมาก่อนเลย แต่เนื่องด้วยใจรักในภาพยนตร์ จึงเปิดซิงเรื่องแรกด้วยเรื่องนี้ พร้อมกับลงแรงทำโปรโมทเองเสียด้วย ซึ่งหนังก็เข้าเป้าไปตามระเบียบ แต่ที่เข้าเป้ามากกว่านั่นคือในด้านของตัวหนังที่ได้รับเสียงชื่นชมมากมาย ในแง่ความเป็นธรรมชาติต่างๆนานา แต่สิ่งที่รู้สึกโดนใจตัวผมมากกว่ากลับเป็นเรื่องราวของ คนรักหนัง ในตัวผู้กำกับที่ถ่ายทอดออกมาในหนังเรื่องนี้ ซึ่งแน่นอนว่าการวางคาแรกเตอร์ของ ทองคำ ในเรื่องนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับผู้กำกับ และ คนรักหนังทั่วประเทศ ที่ฝันว่าอยากเป็นผู้กำกับ ต้องคอยไปดูหนังกลางแปลงสมัยวัยเด็ก บลา บลา ซึ่งแน่นอนว่าเนื่องด้วยมันค่อนข้างที่จะเป็นหนังส่วนตัวพอสมควรเลย

ผลลัพธ์ที่ออกมาของ ผู้บ่าวไทบ้าน จึงเกินคาดมาก ทั้งการพูดถึงความฝัน และ จุดสูงสุดของคนรักหนัง ที่มีกลิ่น passion ของเรื่องนี้จากตัวผู้กำกับอยู่ในหนังเต็มไปหมด และรวมถึงการพูดถึงบ้านเมืองในแถบอีสาน ที่ว่าการต้องออกจากบ้านไปทำงานในเมืองกรุง หรือ ต่างประเทศ เป็นเพราะบ้านนอกคอกนาไม่ดีพอ หรือเราเองที่ไม่พอดี ซึ่งตัวหนังเปิดโอกาสให้คนกรุงมีส่วนร่วมกับตัวหนังเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านของมุกตลกที่ไม่ได้เต็มไปด้วยคำหยาบพรมแดนภาษาอย่างที่หลายๆเรื่องก่อนหน้าทำไว้ และรวมถึงด้านของประเด็นตัวเรื่อง ที่สามารถเข้าถึงได้ไม่ยากเลย

ซึ่งทางนักแสดงเอง ทั้งนักแสดงนำอย่าง อาร์ตี้ ธนฉัตร และรวมไปถึงตัวละครประกอบทั้งหลาย ก็สร้างสรรค์คาแรกเตอร์ของตัวเองผ่านบทหนังได้อย่างเป็นธรรมชาติดี และก็เป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว อาร์ตี้ ก็ยังเป็นนักแสดงที่ไม่ได้แย่อะไรมากมาย แค่อาจจะเป็นเพราะบทหนังที่เขาเลือกเล่นช่วงนี้มันอาจจะแปลกๆไปเท่านั้นเอง

โดยก็แน่นอนว่าในแง่ของการที่มันเป็นหนังเรื่องแรก และเป็นคนที่ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์กับภาพยนตร์มาก่อน ตัวหนังก็ยังมีปัญหาเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นด้านของงานตัดต่อ และเรื่องบทในช่วงกลางเรื่องที่ค่อนข้างย้วยไปนิด แต่สำหรับใครที่อยากดูหนังสบายๆ ไม่ได้มุ่งเน้นแต่เรื่องถ่ายทอดความเป็นธรรมชาติ หรือยัดเยียดอะไรพวกนี้มาให้เราดูมากนัก (เหมือนที่หลายๆเรื่องที่เวลาพูดถึง แถบภาคอีสานจะต้องทำ) แต่มันยังเต็มไปด้วยเรื่องราวความฝัน สิ่งที่ใจรัก และ การใช้ชีวิต อีกด้วย ผู้บ่าวไทบ้าน จึงได้เปรียบต้องข้อนี้ไปเห็นๆ

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ