The Fault in Our Stars : รักนี้ของสองเรา ขอแค่เพียงให้ดาวมาบันดาล

Home / วิจารณ์หนัง / The Fault in Our Stars : รักนี้ของสองเรา ขอแค่เพียงให้ดาวมาบันดาล

url

เข้าฉายไทยได้เพราะกระแสความแรงจากเมืองนอก สำหรับหนังที่สร้างจากนิยายวัยรุ่นขายดี The Fault in Our Stars หรือ ดาวบันดาล ที่ทั้งนักวิจารณ์และคนดูทางฝั่งอเมริกาบอกไว้เลยว่าควรเตรียมกระดาษทิชชู่ ทั้งสำหรับคนที่ไม่เคยอ่านหนังสือ และ อ่านมาแล้วก็ตาม

เฮเซลและกัสเป็นสองวัยรุ่นที่มีความพิเศษท­ี่มีไหวพริบอย่างน่าประหลาด การดูถูกเหยียดหยามจากสังคม และความรักที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นระหว่างพวกเ­ขา รวมถึงพวกเรา ในประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน มิตรภาพของพวกเขาเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ท­ี่นำพาให้พวกเขาได้พบกัน และตกหลุมรักกันท่ามกลางกลุ่มให้กำลังใจผู­้ ป่วยโรคมะเร็ง ภาพยนตร์เรื่อง THE FAULT IN OUR STARS สร้างขึ้นจากนิยายขายดีเป็นอันดับ 1 ของจอห์น กรีน ที่มีความสนุกสนาน ความตื่นเต้น เรื่องราวชวนเศร้าสลดของการใช้ชีวิตและควา­มรักปนอยู่ด้วย

หนังกำกับการแสดงโดยผู้กำกับไม่มากชื่ออย่าง จอช บูน ซึ่งในฐานะที่เคยอ่านหนังสือของเรื่องนี้มาก่อนแล้ว จึงขอรีวิวแบบเปรียบเทียบควบคู่ไปด้วย โดยในต้นฉบับหนังสือของ จอห์น กรีน ถึงแม้ภายนอกอาจจะดูเป็นนิยายน้ำเน่า คล้ายหนังเกาหลี แต่ที่จริงแล้วภายในกลับไม่ได้เป็นเยี่ยงนั้นเลย เพราะมันเป็นหนังสือมะเร็ง ที่ไม่ได้เกี่ยวกับมะเร็ง แถมยังมีวิธีการมองโลกของผู้ป่วย รวมถึงให้คำนิยามของคำว่า ชีวิต ได้อย่างคมคายและน่าชื่นชม ซึ่งในฉบับหนังนี่ก็แน่นอนว่า มันต้องตัดทอนออกจากหนังสือเป็นส่วนมาก ซึ่งแน่นอนว่าความยอดเยี่ยมอาจจะไม่ได้เทียบเท่าหนังสืออยู่แล้ว แต่อย่างน้อยมันก็ยังมีข้อดีที่น่าชมอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

โดยสำหรับ The Fault in Our Stars ฉบับหนังก็ไม่ต่างจากหนังสือมากนัก ภายนอกอาจจะดูน้ำเน่า แต่ภายในแล้วตัวหนังกลับเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ถึงการใช้ชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็ง เคล้าไปกับเรื่องราวความรักของ 2 หนุ่มสาววัยรุ่น ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี่ต้องยอมรับเลยว่ามันจะไม่ได้ดีขนาดนี้ ถ้าหากตัวหนังไม่ได้ 2 นักแสดงนำอย่าง เชลลีน วู้ดลี่ย์ และ แอนเซล เอลกอร์ท ในบท เฮเซล และ กัส ซึ่งทั้งคู่สามารถพาเอาตัวละคร 2 ตัวนี้ออกมาจากหน้าหนังสือได้งดงาม และตามแบบฉบับอย่างที่แฟนๆหนังสืออยากให้เป็น โดยในฉากโรแมนซ์ต่างๆไม่ต้องอาศัยถึงความคิดนางเอกอย่างเช่นในหนังสือเลยสักนิด เพราะลำพังเพียงการแสดงของ เชลลีน ก็ซื้อใจคนดูได้อยู่หมัดว่าเธอรักเขา และเช่นกันกับ แอนเซล ที่สามารถโปรยเสน่ห์ถึงความเป็นหนุ่มน้อยที่ชีวิตเหมือนรถไฟเหาะอย่างน่าอัศจรรย์เช่นกัน

ซึ่งในฉบับหนังนั้นทางด้านประเด็นของการเป็นโรคมะเร็ง หรือ วิธีการถ่ายทอดในแง่มุมของ หัวขบถ ในตัวนางเอกอาจจะค่อนข้างเบาบางลง เช่นกันกับการมีบทบาทของตัวละครรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นฝั่งครอบครัว หรือนักเขียนที่ เฮเซล หลงรัก แต่ผู้กำกับ จอช บูน ก็สามารถมีเทคนิคในการกำกับนักแสดง และถ่ายทอดแต่ละฉากสามารถสะกดคนดูให้เข้าถึงเรื่องราวความรักของทั้งคู่ได้ จนเกินไปกว่าความเป็นหนังน้ำเน่าปกติ แบบที่ นิโคลัส สปาร์ค ชอบเขียนไว้นั่นเอง

สรุปแล้ว The Fault in Our Stars ก็จัดได้ว่าเป็นหนังโรแมนติคที่ตอบสนองได้ทั้ง คู่รักที่ต้องการสวีท หรือ คนที่กำลังหาความหมายของการมีชีวิต เพราะทั้ง 2 สิ่งที่ว่าตัวหนังจะคลุกเคล้ากันอย่างลงตัว โดยใครที่เป็นแฟนหนังสือก็แน่นอนว่าคุณจะได้เห็น เฮเซล และ กัส ออกมาโลดแล่นหน้าจอได้อย่างไม่ผิดหวังเลยทีเดียว

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ