Swelter : หวนหา อารมณ์คาวบอย

Home / วิจารณ์หนัง / Swelter : หวนหา อารมณ์คาวบอย

10527542_433094406831756_3688176756437315650_n

เตรียมเข้าฉายกันแล้ว สำหรับหนังใหม่ของพระเอกนักบู๊ที่หายหน้าหายตาจากโรงภาพยนตร์ไปพักใหญ่ สำหรับ ณอง-คล็อด แวน แดมม์ โดยในตอนนี้ไทยเราก็จะได้ดูหนังเรื่องใหม่ของเขากันแล้วอย่าง Swelter หรือชื่อไทย ปล้นฉะนรก ที่มาพร้อมกับคู่แค้นอย่าง เลนนี่ เจมส์ ในเรื่องนั่นเอง

หนังสร้างจากเหตุการณ์การโจรกรรมครั้งใหญ่ในลาส เวกัส เมื่อ 5 สมาชิกแกงค์ สติลแมน (ฌอง คล็อด แวน แดมม์) ด็อก (อัลเฟรด โมลินา) บอยด์ (จอช เฮนเดอร์สัน) โคว์ (แกรนท์ โบว์เวอร์) บิชอบ (เลนนี่ เจมส์)   บุกปล้นบ่อนคาสิโนขนาดใหญ่จนกวาดเงินไปได้นับสิบล้านเหรียญ แต่ 4 คนในทีมกลับถูกตำรวจจับตัวด้ ยกเว้น บิชอบ.. สิบปีต่อมา สติลแมน – ด็อก – บอยด์ – โคว์  ร่วมมือกันแหกคุกออกมาอย่างเหนือชั้น  เพื่อทวงคืนเงิน 10 ล้านเหรียญ และแม้จะต้องพลิกทั้งเมืองเพื่อตามหา พวกเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อตามล่าหัว บิชอบ เพื่อนทรยศกลับมาชดใช้ทุกอย่างให้ได้

หนังกำกับโดยผกก.หน้าใหม่อย่าง คีธ ปาร์เมอร์ ที่หลังจากเรื่องก่อนของเขาอย่าง Mob Rules เคยเปิดตัวไปเมื่อ 4 ปีก่อน มาในคราวนี้เขากลับมาพร้อมกับหนังแนวแอ็คชั่น ทริลเลอร์ ที่เรื่องราวเกิดขึ้นในเมืองเล็กๆเช่นนี้ ก็แน่นอนว่ามันเป็นหนังที่ยกย่องสไตล์ความเป็นคาวบอย ในแบบ คลินต์ อีสต์วู้ด สมัยก่อน ตามที่ผู้กำกับได้ให้สัมภาษณ์ไว้ ซึ่งดูจากตัวอย่างเชื่อว่าใครหลายคนคงอยากจะหวังเห็นเฮีย แวน แดมม์ เข้าไปบู๊ระห่ำ ทวงเงิน 10 ล้านเป็นแน่แท้ ทั้งที่จริงๆแล้วตัวหนัง Swelter มันไม่เป็นอย่างที่คาดเลย เพราะเอาเข้าจริงๆก็ตามเนื้อผ้าอย่างที่เขียนไว้ข้างต้น ว่าตัวหนังจะค่อนข้างมาในอารมณ์ของหนัง คาวบอย เพราะฉะนั้นฉากแอ็คชั่นจึงไม่ค่อยเน้นหวือหวา แต่จะมีสไตล์อารมณ์ของการดวลปืนเสียมากกว่า

โดยแน่นอนว่าด้วยงบประมาณที่จำกัด จึงทำให้ฉากบู๊เหล่านั้นเรียกมาได้แค่กลิ่นแตะจมูกเท่านั้น แถมหนำซ้ำตัวบท และ สไตล์การตัดต่อที่ค่อนข้างหลวม พร้อมทั้งโปรดัคชั่นที่เข้าขั้นหนังเกรดบี (ซึ่งหนังหลายที่อยู่ในเกรดนี้จะพยายามหลีกเลี่ยง) จึงอาจจะทำให้คอหนังแอ็คชั่น และขาจรของเฮีย แวน แดมม์ แอบเบื่อเอาได้ แต่กระนั่นแล้ว ตัวหนังมันก็ยังมีสิ่งที่ยังมาแตะใจผมอยู่ได้บ้าง นั่นคือเรื่องของ ความทรงจำ ที่ตัวละครของ เลนนี่ เจมส์ ต้องสูญเสียมันออกไป ซึ่งหนังได้ให้นิยามในส่วนของ ความทรงจำ และ อัตลักษณ์ตัวตน ของเราไว้อย่างพอสังเขป ซึ่งคนเรามักจะอยากจำในสิ่งที่อยากจำ และเมื่อมีโอกาสที่จะส่วนเสียส่วนที่เป็นตราบาปในตัวเราเมื่อไหร่ ก็คงจะไม่แปลกที่สมองจะทำหน้าที่ละส่วนนั่นทิ้งออกไป

ซึ่งจากบทสัมภาษณ์ของผกก. ก็ดูเหมือนจากเสียงตอบรับทางเมืองนอกที่ค่อนข้างไปในแนวทางกึ่งกลาง จะทำให้เขาตัดสินใจทำภาคต้นเกี่ยวกับเรื่องราวของตัวละคร บอยด์ และ โคว์ ออกมาอีกด้วย ซึ่งโดยสรุปตัวหนัง Swelter ก็จัดได้ว่าเป็นตัวหนังที่ค่อนข้างเกรดบี และขาดฉากแอ็คชั่นเด็ดๆไปเยอะพอสมควร แต่ถ้าหากใครที่คิดถึงเฮีย แวน แดมม์ และพร้อมจะตีตั๋วไปดูเฮียเขาก็ไม่ว่ากัน

เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ