Roaring Currents : ประวัติศาสตร์ถูกเขียนโดยผู้ชนะ

Home / วิจารณ์หนัง / Roaring Currents : ประวัติศาสตร์ถูกเขียนโดยผู้ชนะ

1

สารภาพตามตรงว่าโดยพื้นฐานแล้ว มีความรู้เกี่ยวกับประเทศเกาหลีเท่าหางอึ่ง ยังไม่นับอาการตึงๆ เมื่อต้องลงลึกไปพบสงครามยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ที่เต็มไปศัพท์แสงแปลกๆ ก็คงต้องขอบอกว่า การชมเรื่องราวของแม่ทัพยีซุนชิน ใน  Roaring Currents ครั้งนี้ จึงไปด้วยสภาพว่างเปล่าพอประมาณ และขอเป็นตัวแทนของคุณผู้ชมที่ดำรงอยู่ในสถานะไม่รู้อะไรเลย ที่มองหนังสงครามเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา มิใช่ในแง่ความสมจริงทางประวัติศาสตร์ (เพราะไม่รู้เหมือนกัน ว่าความจริงเป็นแบบไหน) แต่เป็นแง่ของความสนุกในภาพรวมมากกว่า

Roaring Currents หรือในชื่อไทย ยีซุนซิน ขุนพลคลื่นคำราม สร้างจากบันทึกเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ ของพลเรือเอก ยีซุนซิน แม่ทัพเรือชาวเกาหลี ที่นำเรือรบที่เหลือเพียง 12 ลำ เข้าทำศึกปะทะกับกองเรือนับ 300 ลำ ของพลเรือเอกโทโดะ แห่งกองทัพญี่ปุ่น ถึงกองกำลังจะน้อยนิด แต่แม่ทัพ ยีซุนซิน ได้ใช้การวางแผน ไหวพริบ การอ่านทิศทางลมและกระแสน้ำ จนสามารถคว้าชัยชนะเหนือผู้รุกรานมาได้อย่างงดงาม

 ว่ากันตามจริง เมื่อใดที่มีการหยิบยกเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ มาขึ้นจอภาพยนตร์ เมื่อนั้น ล้วนต้องมีการปรุงแต่งเพิ่มเติม เพื่อความสนุกของผู้ชมกันอยู่แล้ว ซึ่งนั่นหมายถึง สงครามระหว่างเกาหลี-ญี่ปุ่น ในเรื่องนี้เช่นกัน เหตุการณ์ที่ปูเรื่อง ในช่วงต้น ก่อนที่จะถึงช่วงที่หนังให้ความสนใจ ถูกเล่าแบบลอยๆ และรวดเร็วเกินกว่าจะทำให้คนดูที่ไม่มีความรู้เรื่องเกาหลีเข้าใจ และอาจถึงกับจูนไม่ติด และเมื่อถึงคราวที่ ท่านนายพล และบรรดาตัวละครแวดล้อมชื่อไม่คุ้นหู ทยอยโผล่ออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้หยุด โดยไม่มีการปูทางมาก่อนสักนิด (ผีในเรือ และสหายร่วมรบบางคน) หรือลักษณะบางอย่างของตัวละครที่บอกไว้ในตอนแรก (เช่น อาการป่วยของนายพล) แล้วดูๆ ไป หนังกลับทิ้งไปซะเฉยๆ ทั้งหมดนั่น แทบจะทำให้คนดูไม่รู็สึกผูกพัน หรืออาจหนักไปจนถึงหลุดวงโคจรจากตัวละคร จนไม่อยากจะไปอินังขังขอบอะไร แล้วหันไปสนใจป๊อปคอร์นมากกว่าวิกฤตสงครามตรงหน้าเสียอย่างนั้น

ซึ่งนั่นทำให้ครึ่งเรื่องแรก ดูงงๆ ง่วงๆ ชวนสัปหงกไปสักหน่อยแต่นายพล ยีซุนซิน ก็แก้ลำกลับมาได้ช่วงครึ่งเรื่องหลัง ที่เต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่นของสงครามทางน้ำ กลเม็ดการเดินเรือทำศึกสงคราม เสียงตูมตาม ช้งเช้ง และเอะอะโวยวาย ก็ช่วยปลุกให้ตื่น และลุ้นๆ ตามไปได้ ถึงแม้บางครั้งจะดูอืดอาดแช่กล้องนานเกินจำเป็นสำหรับฉากแอ็คชั่น แต่โดยภาพรวมก็อยู่ในระดับตามที่คอหนังสงคราม คงไม่ผิดหวัง และได้มันส์ในส่วนของฉากพะบู๊ การตัดสินใจแบบฉับพลัน มากกว่ากลเม็ดเด็ดพรายของนายพล ที่คนดูอย่างเราๆ ก็คงเหมือนทหารตาดำๆ ทั้งหลาย ที่ยังไม่อินไปด้วยจนรู้สึกว่าเจ๋งมาก!! อะไรแบบนั้นสักเท่าไหร่ เพราะทั้งหมดมันอยู่ในหัวนายพล มากกว่าจะแสดงออกมาให้เราดู

ถึงแม้หนังสงครามเรื่องนี้ จะไม่ได้ซับซ้อน หรือมีกลศึกฉลาดๆ จนเราร้องว้าว! ซึ่งทำให้ความสนุกโดยภาพรวมอยู่ในระดับกลางๆ ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ และในแง่ของเล่าเรื่องสงครามก็ดูจะแบนราบ สวมบทบาทให้เกาหลีเป็นพระเอก ญี่ปุ่นเป็นผู้ร้าย เสียเต็มประดา และออกมาในลักษณะยกย่องเชิดชูวีรบุรุษ มากกว่าจะสำรวจความรู้สึกนึกคิดตามความเป็นมนุษย์ จึงทำให้ภาพประวัติศาสตร์ในโรงภาพยนตร์ครั้งนี้ ออกไปในลักษณะที่ ประวัติศาสตร์มักถูกเขียนโดยผู้ชนะ มากกว่าจะมองหาความเป็นจริง ที่ไม่ว่าจะมิตรหรือศัตรู เชลยหรือแม่ทัพ ต่างก็เป็นปถุชนที่มีดีเลวได้พอๆ กัน

ป.ล. คุณผู้ชมลองหาข้อมูลของเหตุการณ์รบครั้งนี้ในประวัติศาสตร์จริง ไปก่อนชมภาพยนตร์ก็จะดี คาดว่าน่าจะอินมากขึ้นได้ครับ

เรื่องนี้ให้ 7/10 ครับ

โดย Lecter

Roaring Currents Art

—————————-