The Equalizer : เมื่อกฏหมายไม่สามารถเอาผิด ความยุติธรรมจึงแลกมาด้วยเลือด

Home / วิจารณ์หนัง / The Equalizer : เมื่อกฏหมายไม่สามารถเอาผิด ความยุติธรรมจึงแลกมาด้วยเลือด

The Equalizer - 2014

จัดได้ว่าเป็นหนังบู๊ดิบยุคหลังๆของลุง เดนเซล ที่อยู่ในมือค่ายใหญ่ และน่าแปลกใจที่มันได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไทยด้วย สำหรับ The Equalizer หนังที่รีเมคมาจากทีวีซีรี่ย์ยุค 80 ของ อเมริกา ซึ่งตัวหนังใช้ชื่อไทยว่า มัจจุราชไร้เงา เข้าฉายแล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

หนังเป็น เรื่องราวของ คอมมานโด มือเก๋า ที่แกล้งตายในหน้าที่ เพื่อที่เขาจะได้กลับมาใช้ชีวิตสงบสุขในเมืองเล็กๆ แต่ก็ยังไม่วายได้มีปัญหามารุมเร้า หลังจากเด็กสาวที่เขาห่วงใย ได้ถูกจับตัวไป จนรู้ตัวอีกที นี่คือสงครามครั้งใหม่ระหว่างเขา และมาเฟียจากประเทศรัสเซีย ที่คอยจะเล่นงานเขาอยู่ทุกก้าว

The Equalizer กำกับโดย แอนโทน ฟูกัวร์ สุดยอดผู้กำกับหนังแนวแอ็คชั่น ดราม่า ซึ่งเมื่อเขาไปเอาดีทางด้านหลังผสมกับสิ่งแรกอย่างเล็กๆน้อยๆ เราก็จะได้เห็นหนังสุดเข้มอย่าง Training Day แต่ถ้าหากเขาเอาดีทางด้านแรกแบบสุดโต่ง เราก็จะได้เห็นการสาดกระสุน และฆ่าคนไม่ยั้งแบบใน Olympus Has Fallen และมาปีนี้ ใน The Equalizer ก็ดูเหมือนเขาจะเดินตามสูตรแบบแรกอีกครั้ง กับการเน้นขายแอ็คชั่นแบบสุดโต่ง ผสมกับเรื่องราวดราม่าเล็กๆน้อยๆ พอเป็นพิธีนั่นเอง และผลลัพธ์ของมันที่ออกมาก็คือเข้าท่ากว่าที่คิดมาก ถึงแม้ตัวพล็อตจะไร้ความแปลกใหม่ กับการกลับมาลงสนามของผู้มีวิชาในการฆ่าเก่า แต่แน่นอนว่าเมื่อคุณจับเอา เดนเซล วอซิงตัน และผู้กำกับที่รู้ใจอย่าง แอนโทน ฟูกัวร์ มาอยู่ด้วยกัน หนังที่จะได้ออกมาคือความมันส์ระดับพระกาฬ ที่มาพร้อมกับฉากเท่ๆ และการฆ่าที่ไร้ปราณี

ซึ่งในยุคหลังๆเราอาจจะติดภาพของ เลียม นีสัน ในบทอะไรคล้ายๆแบบนี้ เพราะฉะนั้นการมาของ The Equalizer จึงเปรียบเสมือนการทวงบัลลังก์ของ เดนเซล ว่า สมัยก่อน เฮียแกก็เคยเป็นขาบู๊เก่าที่ครองขวัญใจนักดูหนังทั่วโลกได้ไม่แพ้กัน ซึ่ง The Equalizer อาจจะมีช่วงเวลาปูบทที่ค่อนข้างนาน และอาจจะมีการสะดุดล้มขาตัวเองด้วยการเล่าเรื่องที่ซับซ้อน และยิบย่อยไปสักนิด แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อตัวหนังพาเอาคนดูไปสู่ในฉากแอ็คชั่นอย่างเต็มรูปแบบ มันก็พร้อมจะทำให้คนดูลืมทุกข้อสงสัย และ ข้อกังขา ในตัวหนังไปได้อย่างหมดจด ด้วยการต่อสู้แบบสาดกระสุน และ การต่อสู้แบบระยะประชิด ที่สามารถออกแบบคิวบู๊ มุมกล้อง และที่สำคัญคือดนตรีประกอบออกมาได้อย่างลงตัว และนับได้ว่าเป็นหนังบู๊มะกันของแท้ที่มันส์เอามากๆในยุคหลัง โดยที่ไม่ต้องพึ่งอาวุธไฮเท็ค และ CGI ให้มากความนัก

โดยที่สำคัญถึงแม้ตัวหนังจะมาพร้อมกับความเลี่ยนในระดับที่เชิดชูให้พระเอกเป็นคนแสนดี๊ แสนดี มากระดับไหนก็ตาม การแสดงของ เดนเซล วอซิงตัน ก็ยังสามารถรักษาระดับความเป็นพระเอกที่ไม่น่าหมั้นไส้จนเกินไปได้นัก ในขณะเดียวกันตัวร้ายของเรื่องอย่าง มาร์ตั้น โซคัส ก็ถูกแนะนำให้คนดูรู้จักถึงความเหี้ยมโหดได้อย่างน่าเกรงกลัวอีกด้วย

ซึ่งถ้าหากคุณเป็นคอหนังแอ็คชั่นดิบๆ ที่เน้นความสมจริง โหด และ เข้มข้น The Equalizer จะสามารถมอบสิ่งเหล่านั้นให้คุณได้อย่างไม่มีข้อกังขาแน่นอน

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ