Kill the Messenger : ความจริงเป็นสิ่งอันตราย

Home / วิจารณ์หนัง / Kill the Messenger : ความจริงเป็นสิ่งอันตราย

kill_a

ขึ้นชื่อว่าเป็น base on true story เมื่อใด หนังเรื่องนั้นย่อมทำให้ผู้ชมคาดหวังในระดับสูงกว่าปกติอยู่เสมอ และกับ Kill the Messenger ที่สร้างจากคดีสะเทือนดินแดนพญาอินทรี เรื่องนี้ด้วย โดยการเฝ้าติดตาม แกรี่ เว็บบ์ ที่ค่อยๆหาเบาะแส จนค้นพบความจริง และเปิดโปงจน (เรียกไม่เต็มปากว่า) สำเร็จ ซึ่งการแฉครั้งนี้ ก็มีทั้งจุดที่ยอดเยี่ยม จนน่าออกแถลงการณ์ และจุดที่ย่ำแย่ จนต้องน่าจะเหยียบไว้เหมือนความลับอันตรายเช่นกัน

Kill the Messenger เล่าย้อนไปถึงเรื่องราวของ แกรี่ เว็บบ์ (รับบทโดย เจเรมี่ เรนเนอร์) นักข่าวรางวัลพูลิตเซอร์ในช่วงที่เกิดตะหงิดๆ ว่ารัฐบาลสหรัฐมีเอี่ยวกับกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนในนิการากัว และการค้าโคเคนปริมาณมหาศาล แต่ยิ่ง เว็บบ์ ยิ่งขุดลึกลงไปเท่าไหร่ ข้อมูลอันตรายก็ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ และในขณะเดียวกัน การเล่นกับไฟครั้งนี้ ก็กำลังนำภัยมาหาเขาและครอบครัว

Kill the Messenger อุดมไปด้วยกลิ่นอายหนังแมนๆ เต็มสูบ แบบไม่ต้องพึ่งฉากแอ็คชั่นตูมตาม ทั้งการหาเบาะแสคดี คนรอบตัวและบรรยากาศที่ไว้ใจไม่ได้กลางฝุ่นคลุ้ง ปัญหายาเสพติด การเมือง พลังของสื่อ และผู้มีอิทธิพล ทำให้ครบรสชาติที่หนังสอบสวนดีๆ สักเรื่องพึงมี แต่ถึงกระนั้น สิ่งที่หนังนำพาไปสุดทางคงเหลือเพียงแค่เรื่อง อำนาจสื่อ เพียงเรื่องเดียว

และแม้ว่าเราจะวิ่งตาม แกรี่ เว็บบ์ ตั้งแต่เริ่มเรื่อง แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปสำรวจความคิดจิตใจของเขาได้เลย เราจึงได้เห็นรายละเอียดของ เว็บบ์ เพียงด้านที่เป็นนักข่าว ที่มุมานะพยายาม จนหนักข้อไปทางหัวรั้น และที่สำคัญ เขาคือชายที่สภาพจิตใจแข็งแรงมาก และรับมือกับความกดดันนานัปการได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะหัวเสียไปบ้างในช่วงท้ายๆ ที่สุดจะทนสภาพที่ตนต้องกลายเป็นม้ารองบ่อน ถูกอ้อนวอน (แกมไล่นิดๆ) ไปอยู่บ้านนอกคอกนา ทำข่าวแค่เรื่องอุจจาระม้า เพียงแค่นั้น สำหรับบทบาทความเป็นพ่อ สามี  และเพื่อนร่วมงาน กลับไม่ถูกพูดถึงสักเท่าไหร่นัก ตัวละคร แกรี่ เว็บบ์ จึงกลายเป็นเหมือนเครื่องจักรที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และไร้ซึ่งความอ่อนแอใดๆ จะมาทำลายปณิธานหน้าที่ของเขาลงได้

Kill the Messenger

ในเมื่อ Kill the Messenger ไม่ได้สร้างเซอร์ไพรส์อันใด ในส่วนของการสืบสวน หรือปมประเด็นชีวิต ความโดดเด้งหันไปตกอยู่กับ พลังสื่อ ที่สามารถสร้าง ทำลาย และแม้แต่บิดเบือนความจริงได้ตามประสงค์ของผู้เป็นใหญ่ และชี้นิ้วกำหนดทิศทางให้ฝ่ายที่พ่าย ต้องระเห็จเร่ร่อน และหมดโอกาสจะลืมตาอ้าปาก แม้การหาเบาะแสในครึ่งแรกของหนังจะเป็นไปอย่างเรียบเฉย ง่ายแสนง่ายไปสักเท่าไร แต่ในครึ่งหลังที่เป็นส่วนของการเปิดโปง และลุกขึ้นมาแฉความจริง และโดนความเท็จโต้กลับ โดยหวังเพียงผลประโยชน์และภาพลักษณ์ของตนนั้น สามารถทำได้ดีจนต้องยกนิ้วให้ (นิ้วโป้งนะ ไม่ใช่นิ้วอื่น) อีกทั้งมันยังเป็นการย้ำเตือนถึงจรรยาบรรณของผู้ที่สามารถเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะอีกด้วย

สิ่งที่ แกรี่ เว็บบ์ กุมไว้คือข้อมูลความจริงสุดอันตราย ที่มีผลทำลายถึงองค์กรที่ไม่มีใครกล้าไปยุ่มย่าม สิ่งที่เขาเลือกคือการ “บอก” ซึ่งนั่นนำมาซึงเรื่องวุนวายทำลายชีวิต แต่ก็ส่งแรงกระเพื่อทวงถามความถูกต้องที่ยิ่งใหญ่ได้ แต่หากเขาเลือกที่จะ “เก็บ” อมพะนำไว้ ไม่สานต่อไม่สนใจ ชีวิตเขาคงอยู่ดีมีสุขไปเรื่อยๆ แต่ความขัดแย้ง การสูญเสียระดับสังคมโลกก็จะยังดำเนินต่อไป และย่ำแย่ลงเรื่อยๆ เมื่อความจริงเป็นสิ่งอันตราย แล้วหนทางใด คือสิ่งที่ผู้รู้ข้อมูลความจริงคนหนึ่ง พึงกระทำกันแน่…

เรื่องนี้ให้ 8.5 / 10 ครับ

Lecter.

Kill the Messenger

———————–