Seventh Son : พลังของบุตรคนสุดท้อง

Home / วิจารณ์หนัง / Seventh Son : พลังของบุตรคนสุดท้อง

seventh_son_a_l

หลังจากโดนดองเค็มมานานหลายปี ด้วยเหตุผลที่ไม่มีใครบอกได้ แต่สุดท้ายหนังฟอร์มยักษ์ทุนสร้างสูงเรื่องนี้ของ ยูนิเวอร์แซล ก็ได้เข้าฉาย สำหรับ Seventh Son หนังที่ดัดแปลงมาจากนิยาย The Spook’s Apprentice นำแสดงโดย เบน บานส์, เจฟฟ์ บริดเจส และรวมถึง จูลีแอนน์ มัวร์ ด้วยครับ

Seventh Son บุตรคนที่ 7 : สงครามมหาเวทย์ ภาพยนตร์แอ็คชั่น ผจญภัย เรื่องราวในยุคแห่งเวทมนตร์เมื่อตำนานมาปะ­­ทะกับอาคม นักรบจอมขมังเวทย์หนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ (เจฟฟ์ บริดเจส) จึงเดินทางตามหา ทอม เวิร์ด บุตรคนที่ 7 คนสุดท้าย วีรบุรุษตามคำพยากรณ์ ผู้ซึ่งเกิดมาพร้อมกับพลังพิเศษ (เบน บาร์นส์) จากชีวิตเรียบง่ายในไร่นา ทอม ก้าวมาสู่การผจญภัยสุดท้าทายพร้อมกับจอมขม­­ังเวทย์ผู้ฝึกฝนการต่อสู้ให้กับเขา เพื่อปราบราชินีสุดร้ายกาจ (จูลีแอนน์ มัวร์) และกองทัพนักฆ่าที่มีพลังเหนือธรรมชาติ ซึ่งถูกส่งมายังอาณาจักรของพวกเขา

หนังกำกับโดยผกก.ชาวรัสเซียอย่าง เซอร์ไก บอดรอฟ ที่เคยทำ Mongol และ Nomad มาแล้ว ซึ่งนี่ก็ถือได้ว่าเป็นหนังแนวสงคราม แฟนตาซีฟอร์มยักษ์อีกเรื่องสำหรับเขา โดยเอาเข้าจริงๆเห็นจากหน้าหนังแนวนี้ของยูนิเวอร์แซล ที่มักจะเต็มไปด้วยหนังประเภทดองเค็ม อย่างเช่นปีที่แล้วก็มี 47 Ronin ให้เห็นกัน จึงไม่ค่อยจะหวังอะไรมากเป็นส่วนตัวนอกจากการเล่าเรื่องที่สนุก และแอ็คชั่น มหากาฬซีจี ที่ดูแล้วย่อยง่ายมันส์สะใจ ซึ่งสำหรับ Seventh Son ก็สามารถตอบโจทย์ขั้นพื้นฐานแบบนั้นได้จริงๆ เพราะตัวหนังนั่นสร้างขึ้นมาเพื่อคอหนังขาจรที่หวังจะดูอะไรเพลินๆในความยาวไม่เกิน 100 นาที ซึ่งเต็มไปด้วยการเล่าเรื่องมหากาฬ ให้หดจนเหลือการดำเนินแบบรวดเร็ว รวมถึงฉากแอ็คชั่นล้างผลาญแฟนตาซี ที่บู๊กันแบบพอเพลินไม่จริงจังเสียเกินไป ซึ่งน่าจะถูกใจใครที่ช่วงนี้ต้องการหาอะไรบันเทิงสมองและชีวิตแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก

seventh son

เพราะในขณะเดียวกันถ้าหากมองด้านแง่อื่นนอกจากความบันเทิงแล้ว ตัวบทของ Seventh Son ก็ต่างเปิดช่องโหว่จนหลุดหลุ่ย มีโอกาสให้คนดูจับผิดตรงนู้น ตรงนั้นได้อย่างง่ายดาย โดยหนังก็ดูเหมือนจะตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น เพราะวิธีการเล่าเรื่องของหนังนั่นอารมณ์ประมาณกดวีดีโอกรอดูความเร็วในระดับ x16 จนแทบไม่เหลือเนื้อที่ให้พูดสิ่งที่น่าสนใจอย่างเช่นพลังของลูกคนสุดท้อง หรือแม้แต่ความตั้งใจจะบ่งบอกถึงเรื่องของความดี ความชั่ว ในอัตลักษณ์ของตัวละคร ไม่ต่างอะไรกับหนังข้างต้นที่ยกมาเทียบเมื่อปีที่แล้วอย่าง 47 Ronin

โดยในส่วนของทีมนักแสดงนอกจาก เจฟฟ์ บริดเจส และ เบน บานส์ ที่เราเห็นพวกแกมารับบทอะไรแบบนี้มามากพอจนเกินจะมีอะไรให้ตื่นตา ก็ดูจะแต่ จูลีแอน มัวร์ ที่ปรับลุคมารับบท ตัวร้ายของหนังแฟนตาซี แอ็คชั่น นานๆทีให้เห็นแบบนี้ก็นับว่าเป็นอะไรที่บันเทิงดีเหมือนกัน จะมีก็น่าเสียดายตรงที่ไม่ว่าการแสดงของเธอจะออกมาในรูปแบบนางมารร้ายขนาดไหน แต่ท้ายสุดตัวละครนี้ยังไม่ได้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อให้มันเป็น Bitch อย่างที่คู่ควรสักเท่าไหร่นักนั่นเอง

ฉะนั้นโดยรวมแล้วก็ไม่รู้จะกล่าวอะไรไปมากกว่านี้ เพราะเอาเข้าจริง Seventh Son ก็เปรียบเสมือนหนังป๊อปคอร์นที่ดูเอามันส์สำหรับขาจรที่ต้องการความสนุกอย่างจริงแท้ กับการดำเนินเรื่องอย่างรวดเร็ว และแทบไม่ต้องมีอะไรมาท้าทายให้คนดูคิดตามกันเลยทีเดียว

เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ