Big Eyes : คุณหลงรัก น้ำตา หรือ รอยยิ้ม

Home / วิจารณ์หนัง / Big Eyes : คุณหลงรัก น้ำตา หรือ รอยยิ้ม

BIG EYES

“ว่าแต่…ใครเป็นคนวาดภาพนี้ล่ะ” คำถามสำคัญของ Big Eyes ที่ มากาเร็ต และ วอลเตอร์ คีน ต้องเจอเข้ากับตัว เมื่อมีผู้สนใจภาพวาดเด็กตาโต นัยหนึ่งถ้าตอบว่า “มากาเร็ต” ผู้ที่สนใจจะเลิกใยดีไปเลยหรือทั้งที่มันก็ออกมาจากฝีมือเธอ และอีกนัยหนึ่ง ถ้าตอบว่า “วอลเตอร์” ผู้ที่สนใจจะกระเหี้ยนกระหืออยากได้มากขึ้น ทั้งที่่ภาพมันก็ภาพเดิมหรืออย่างไร คำตอบที่เหมาะสมที่สุดคงจะเป็น “คีน” เป็นผู้วาด

Big Eyes ถ่ายทอดเรื่องราวที่มาจาดเรื่องจริงของ มากาเร็ต คีน จิตรกรหญิงชื่อก้องในต้นยุค 1960 ที่เล่าย้อนไปตั้งแต่ตอนที่เธอหอบลูกสาว เผ่นแน่บหนีสามีออกจากบ้านเดิม แล้วมาใช้ชีวิตจิตรกรริมถนน จนกระทั่งเธอได้พบรักกับ วอลเตอร์ คีน หนุ่มทะเล้นฝีปากเป็นเลิศ แถม (ทำท่าว่าจะ)เป็นศิลปิน ในขณะที่ มากาเร็ต วาดภาพอยู่ที่บ้าน วอลเตอร์ ก็จัดการด้านการตลาด พร้อมแอบอ้างเสร็จสรรพว่าเขาคือผู้วาดภาพเด็กตาโตเหล่านี้ ธุรกิจศิลปะผัวเมียจึงเริ่มขึ้น จนถึงจุดแตกหักและนำไปสู่การฟ้องร้องที่สุดจะอื้อฉาวแห่งยุค

เมื่อหนังเนื้อหาดราม่า ชีวิตหนักหนานี้ ถูกกุมบังเหียนโดยผู้กำกับดาร์คไซด์แฟนตาซีอย่าง ทิม เบอร์ตัน ทำให้มันมีความน่าสนใจถึงทิศทางที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง แต่ผลที่ตามมาถูกแบ่งออกมา 2 ฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่ง เบอร์ตัน ยังคงสไตล์แฟนตาซี และอารมณ์รั่วๆ พิลึกๆ มาแทรกได้อย่างอยู่มือ แต่อีกฝั่งหนึ่งคือ การคงสไตล์นั้น ทำให้หลายๆ จุดหมดความน่าเชื่อถือ เกินจริงทั้งที่ไม่มีมูลเหตุใดๆ ที่นำพา และทำให้คุณภาพของดราม่าโดยรวมนั้นขาดๆเกินๆ และตกฮวบฮาบจนแทบต้องให้น้ำเกลือ

แต่ถึงกระนั้น Big Eyes ก็ยังทรงพลังในตัวมันเองได้ จากการนำโดยตัวละครทั้งสองทั้ง มากาเร็ต และวอลเตอร์ ที่เปิดโปงมุมลับๆ รวมไปถึงจุดอ่อนสำคัญของตัวศิลปิน และนักประชาสัมพันธ์ได้อย่างรอบด้าน ในขณะที่ มากาเร็ต ถ่ายทอดความรู้สึก และตัวตนทั้งมวลลงไปในแววตาเศร้าสร้อยนั้นได้ แต่เธอกลับมีทักษะนำเสนองานในระดับไม่เอาอ่าว ในขณะที่ วอลเตอร์ ที่สาลิกาลิ้นทองตัวพ่อ พูดอะไรคนก็เชื่อและเคลิ้มแบบไม่รู้ตัว แต่ภายในเขาก็แค่คนหลอกหลวง หลอกคนอื่นว่าตนคือศิลปินที่แท้จริง และหนักข้อไปจนถึงฝังใจ และหลอกตัวเองไปวันๆ ทั้งๆที่ เขาจับพู่กันเป็นเพียงแค่ถ่ายรูปเท่านั้นเอง

.

สิ่งที่เราปรารถนาจริงๆ คือเสน่ห์งานศิลป์ หรือเสน่ห์ของศิลปินที่สร้างมันขึ้นมากันแน่

.

เมื่อต่างฝ่ายต่างมีจุดบอดซึ่งกันและกัน การร่วมมือกันในนาม “คีน” เพื่อกลบจุดบอดนั้นไว้ ก็ดูไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร แถมได้เงินเป็นกอบเป็นกำอีกต่างหาก เมื่อความอดทนสิ้นสุดจนกลายเป็นคดีความ จึงพูดไม่ได้เต็มปากนักว่า มากาเร็ต คือโจทก์ในชั้นศาล แต่พาลจะกลายเป็น ผู้สมรู้ร่วมคิด กับการโป้ปดครั้งนี้เสียอีก และฝั่ง วอลเตอร์ เองที่กำลังตกเป็นจำเลย แต่หากไม่มีหนุ่มปลิ้นปล้อนคนนี้ ความสำเร็จของเด็กตาโต อาจมีค่าแค่ไม่กี่เหรียญตามทีมันเป็นตั้งแต่แรกก็ได้

ในขณะความแตกร้าวจากการโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่าค่อยๆ เกิดในครอบครัว สังคมภายนอกไม่ว่าจะเป็นมหาเศรษฐีผู้สนใจงานศิลปฺ์ เจ้าของแกลอรี่ นายจ้างโรงงาน เรื่อยไปจนถึงลูกค้าเมาๆ ที่เดินผ่านมาเห็นภาพ เพียงเพื่อมาเข้าห้องน้ำ ก็กำลังเสียดสีนัยนะที่ยอมรับตรงกันว่า ชาย คือเพศเป็นใหญ่ในสังคมได้อย่างเจ็บแสบ อีกทั้งกำลังตีแสกหน้าผู้ชมงานศิลปะอย่างอ้อมๆ ด้วยว่า สิ่งที่เรากำลังปรารถนาจริงๆ คือเสน่ห์งานศิลป์ หรือเสน่ห์ของศิลปินที่สร้างมันขึ้นมากันแน่

คำถามนี้ไม่ได้ออกจากตัวผู้เขียนหรอกครับคุณผู้อ่าน แต่มันออกมาจากแววตาเศร้าของเด็กในภาพวาดเหล่านั้น ว่าแท้จริงแล้ว คุณกำลังเข้าใจน้ำตาคลอเบ้าของพวกเธอจริงๆ หรือหลงใหลรอยยิ้มของเซลล์ที่ขายมันเฉยๆ …

เรื่องนี้ให้ 8/10 ครับ

Lecter.

——————————