Blackhat : ความปลอดภัยในโลกสมมุติ

Home / วิจารณ์หนัง / Blackhat : ความปลอดภัยในโลกสมมุติ

la-et-mn-blackhat-trailer-chris-hemsworth-michael-man-20140925

เข้าฉายกันแล้วสำหรับหนังใหม่ของอีกสุดยอดผู้กำกับอย่าง ไมเคิล มานน์ จาก Heat ที่มาคราวนี้ขอหยิบเอาพล็อตหนังแนวทริลเลอร์ ที่ทันสมัยมากขึ้นมาทำบ้างกับ Blackhat ที่จับเอาพ่อหนุ่ม คริส เฮมเวิร์ท มารับบทเป็นตัวเอกร่วมด้วยนักแสดงคุณภาพจากทั้งเอเชีย และ อเมริกา อีกเพียบ

BLACKHAT เรื่องราวของแฮกเกอร์ขั้นเทพที่ได้รับการพักโทษเพื่อมา­ร่วมการไล่ล่าเครือข่ายอาญชากร ไซเบอร์ขั้น­เทพ จาก ชิคาโก มายัง ลอสแองเจลิส, ฮ่องกง และจาการ์ตา

ซึ่งเอาเข้าจริงๆจะออกตัวไว้ก่อนเลยว่า Blackhat เป็นหนังทริลเลอร์สำหรับแฟนหนังของ ไมเคิล มานน์ ก็คงจะไม่แปลก เพราะถึงแม้จะเห็นหน้าหนัง และ พล็อตตลาดจ๋าแบบนี้ แต่เนื้อในจริงๆของ Blackhat กลับยังคงเป็นงานดิบๆตามสไตล์ผู้กำกับแบบที่เขาเคยทำกับ Collaterel มาแล้ว (จนขนาดคอมโพสเซอร์เรื่อง Blackhat นี่ยังต้องออกมาดราม่า เนื่องด้วยที่ผกก.ตัดดนตรีกอบของเขาออกจนเกือบเกลี้ยง) ซึ่งสไตล์งานของหนัง ไมเคิล มานน์ เนี่ย ถ้าจะให้ชอบก็คงจะชอบไปเลย แต่ถ้าหากใครที่ไม่ถูกจริตกับแนวนี้ก็คงจะเกลียดเอามากๆ เพราะในสไตล์ของเขานั้นหนัง ทริลเลอร์ จะมาในรูปแบบเย็นสุขุม นิ่ง และ ดิบ ไม่เน้นการบิลด์อารมณ์ที่โฉ่งฉ่าง หรือแจ่มแจ้งเกินไปเหมือนหนังทริลเลอร์ดูเอามันส์เรื่องๆ แถมหนำซ้ำในแง่ของฉากแอ็คชั่นยังค่อนข้างมีน้อย และมีแต่ละทีก็จะอาศัยมุมกล้องที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาอย่างวิธีการ Hand-Held

โดยถ้าหากใครติดตามหนังของ มานน์ มานานๆ ก็คงจะชอบกันในจุดนี้ แต่ถ้าหากสำหรับคนดูขาจรอาจจะพบได้ว่ามันช่างนิ่ง และไม่มันส์เร้าใจอย่างที่คาดไว้เลยเนี่ยสิ ซึ่งคุณผู้อ่านจะอยู่ในกลุ่มไหนสำหรับในแง่ของความเอนจอย และ บันเทิงของหนังเรื่องนี้ก็คงต้องไปลองกันเอาเอง แต่สิ่งนึงที่ชัวร์แน่ๆว่าหลายๆคนน่าจะได้รับเหมือนกันครบถ้วนคือในแง่ของประเด็นที่มีเจตนาดีของ Blackhat ที่ตัวหนังได้วางรากฐาน และต่อว่าเรื่องราวในโลกสมมุติอย่าง อินเตอร์เน็ต ออกมาได้อย่างแยบยล โดยหนังแสดงให้เห็นว่าในโลกที่เทคโนโลยีทุกอย่างก้าวหน้าไปอย่างมาก อุปกรณ์ทุกอย่างบนโลกล้วนพึ่งพาแต่เทคโนโลยี และ โลกออนไลน์ซึ่งเป็นโลกสมมุติที่ไม่มีจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจจะสะดวกสบาย แต่บางทีมนุษย์ก็กลับคาดหวัง และ พึงพาโลกสมมุตินี่เสียมากเกินไป จนผสมปนเประหว่าง ของจริง (เงิน) และ โลกสมมุติ (บัญชีออนไลน์) จนหลายครานำมาซึ่งความอันตรายและไร้การรองรับที่ดี

ซึ่งนอกจากนั้นหนังยังมีการพาดพิงไปถึงเรื่องราวของระบบรักษาความปลอดภัยในพรมแดน, กัดจิกอเมริกาในแง่ของความหวาดหวั่นต่อโลกอื่นๆ และรวมถึงหนังยังพูดถึงความคาบเกี่ยวระหว่างพรมแดน ซึ่งใช้ตัวโลเคชั่นประเทศต่างๆเป็นตัวสื่อได้อย่างแยบยล โดยด้านนักแสดงอย่าง คริส เฮมเวิร์ธ, หวังลี่หง และ ตังเว่ย ต่างทำหน้าที่ของตนได้ดี โดยเฉพาะในฉากที่ทั้ง 3 ต้องมานั่งประชันบทกันนั้น ไมเคิล มานน์ สามารถเรียกออร่าจากทั้ง 3 ได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร

เพราะฉะนั้นถ้าหากจะเรียกว่า Blackhat เป็นหนังที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์ในแง่ของประเด็นที่ตัวหนังหยิบมาพูดถึงอย่างแยบยลก็คงไม่แปลก แต่ถ้าหากใครที่หวังจะไปดูเอามันส์และบันเทิง ก็คงต้องไปหาข้อพิสูจน์ด้วยตัวเอง ว่าคุณนั้นชอบหนังทริลเลอร์ แอ็คชั่นแบบดิบๆ ไม่ฉูดฉาดอย่างที่หนังตลาดเรื่องอื่นๆเป็นหรือไม่ครับ

เรื่องนี้ผมให้ 7.5/10 ครับ