Jupiter Ascending : เกมเศรษฐีจักรวาล

Home / วิจารณ์หนัง / Jupiter Ascending : เกมเศรษฐีจักรวาล

Jupiter Ascending

เคยเล่นเกมส์กระดานสุดฮิต ที่มีชื่อว่า เกมเศรษฐี กันไหมครับ ถึงปัจจุบันมันจะกลายเป็นแอฟพลิเคชั่นบนมือถือไปแล้วตามยุคสมัย แต่คอนเซ็ปน์หลักของมันก็ยังคงเดิม คือการบริหารทรัพยากรที่่เรามี ทั้งเงิน ที่ดิน บ้าน โรงแรม หรืออะไรอีกบานเบอะ ซึ่งจะทำยังไงก็ได้ ให้เราเป็นเจ้าของทำเลที่เยี่ยมที่สุด ถ่มถุยคู่แข่งให้มาตกในที่ของเรา และทำให้เรารวยกว่ามัน ครอบครองเยอะกว่ามัน แล้วสะใจอยู่ในอก ซึ่งนั่นถูกขยายสเกลไปใหญ่โต จนกลายเป็นเกมส์ที่เรียกว่า Jupiter Ascending

Jupiter Ascending ถ่ายทอดเรื่องราวของ จูปิเตอร์ โจนส์ สาวชาวโลกผู้เอือมระอากับชีวิตตัวเอง ต้องทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดไปวันๆ จนกระทั่ง บาเล็ม พี่ใหญ่แห่งตระกูลแอบราแซ็กซ์ ราชวงศ์เศรษฐีผู้ครอบครองจักรวาล ต้องการให้เธอม่องเท่งไปเสีย เพราะยีนของเธอบ่งชี้ว่าเป็นรัชทายาท และมีสิทธิ์ในสมบัติงามงดที่เรียกว่า โลก ซึ่งนั่นทำให้ จูปิเตอร์ เกือบได้ไปเยือนโลกหน้าจริงๆ ถ้าไม่ได้ เคน อดีตทหารครึ่งหมาป่าขาโหด มาช่วยไว้ได้ทัน และนำเธอสู่ห้วงอวกาศ เพื่อพานพบกับชะตากรรมที่ไม่ธรรมดา

ด้วยหน้าหนังและตัวอย่างที่ได้ชมไปก่อน ก็พอจะอนุมานได้ว่าผู้กำกับพี่น้องวาชอว์สกี้ คงจะใส่แนวคิดไซไฟ ตั้งคำถามกับคุณค่าของชีวิตมนุษย์ และแอบอิงหลักปรัชญาศาสนา ตามถนัด ซึ่งกับ Jupiter Ascending เรื่องนี้ ถึงแม้มันจะแสดงสิ่งเหล่านั้นให้ได้เห็น แต่กลับแตะต้องเพียงผิวเผินจนแทบไม่รู้สึก และหันไปเน้นหนักไปที่ความโครมครามของฉากแอ็คชั่นแทน ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องผิดอะไร ฉากแอ็คชั่นโดยองค์รวมทั้งหมด สามารถทำออกมาได้ดี รวมถึงภาพของห้วงอวกาศ การออกแบบบรรดาฐานทัพ อาณาจักร และชาวต่างดาวนั้นออกมาเนี้ยบกริบ มลังเมลืองรายละเอียดยิบย่อย ข้อดีของความ “เวอร์” นี้ คือมันคู่ควรกับการได้ชมในจอใหญ่ๆ แต่ความวายป่วงก็เกิดจากที่มันเยอะเสียจนเกินงาม และดูเป็นภาพเวอร์วังในเกมส์ที่รับประทานการ์ดจอหนักๆ มากกว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่มองหาความสมจริงได้

.

ความเวอร์ที่เยอะเสียจนเกินงาม จนดูเป็นภาพในเกมส์ที่รับประทานการ์ดจอหนักๆ

มากกว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่มองหาความสมจริง

.

ซึ่งถ้า Jupiter Ascending ตั้งใจจะให้เหตุการณ์ตรงหน้า เป็นเสมือนเกมส์ที่ตั้งหน้าตั้งตาลุยไปยังเลเวลต่อไป ก็คงเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ หากแต่ในแง่ของภาพยนตร์ เรื่องราวกลับเบาหวิว เถรตรงแบนราบ และหาความสมจริงสมจังแทบไม่ได้ อีกทั้งแกนหลักของเรื่องอย่าง จูปิเตอร์ โจนส์ ก็มีสภาพไม่ต่างจากหุ่นยนต์ นิ่งเงียบไร้อารมณ์ ซึมกระทือ ราวกับการที่ต้องมาอยู่ในเหตุการณ์ทะเลาะแย่งสมบัติระดับจักรวาลนี้ เป็นเรื่องแสนธรรมดาที่เกิดในสวนหลังบ้าน และทำให้ตัวละครหุ่นยนต์ข้าราชการท่าทางไม่เต็มเต็ง ดูมีความเป็นมนุษย์มากกว่าเสียด้วยซ้ำไป

หากโลกคือแหล่งทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ เสียจน 3 พี่น้องตระกูลใหญ่ต้องมาทะเลาะแย่งกันครอบครอง จูปิเตอร์ก็เป็นดังลูกเต๋าในมือ ที่ถูกผู้เล่นจับโยนไปทางไหนก็ได้ เพื่อให้แต้มออกมาตามประสงค์โดยไม่มีสิทธิ์ได้หือได้อือ ต่างคนต่างใช้เธอเป็นเพียงเครื่องมือบนเกมกระดานตามใจชอบ ซึ่งยิ่งเน้นย้ำความเป็นวัตถุมากกว่ามนุษย์ของ จูปิเตอร์ ให้เด่นชัดขึ้นไปเสียอีก แต่การที่ จูปิเตอร์ จะมีสิทธิ์มีเสียงได้เป็นราชวงศ์เต็มตัว ต้องผ่านขั้นตอนทางราชการยิบย่อยมากมาย ซึ่งดาวที่เป็นฐานที่ตั้งศูนย์ราชการนี้ กลายเป็นภาพของกฎเหล็กจักรวาลที่น่าตื่นตาตื่นใจ และเป็นจุดเดียวที่จับต้องความสมจริง แปลกใหม่ และแนวคิดเชิงวิทยาศาสตร์โลกอนาคต

เราอาจเรียกได้ว่านี่คือความเสียดายครั้งใหญ่ สำหรับหนังไซไฟที่แฝงไปด้วยแนวคิดมากมาย และทำให้ทั้งเรื่องแบนราบราวกระดานเกมเศรษฐี ที่ผู้เล่นตบตีแย่งชิงทำเลสวยๆ ไว้อวดบารมีเท่านั้นเอง

เรื่องนี้ให้ 6.5 / 10 ครับ

Lecter.

—————————–