Song One : ดนตรีบำบัด

Home / วิจารณ์หนัง / Song One : ดนตรีบำบัด

SONG ONE

หากใครสักคนกำลังป่วยไข้ ไม่ว่าจะทางกายหรือทางใจ การหามไปส่งโรงพยาบาลหรือเอายากรอกปาก คงเป็นวิธีแก้ปัญหาอันดับแรกๆ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เหมือนฮอตฮิตเสียจริงคือการใช้ ดนตรี ดนตรี เป็นยาวิเศษ ฮ่า…ไฮ้…ที่รักษาได้ทุกโรคยิ่งกว่านโยบายรัฐ ซึ่งกับภาพยนตร์ Song One ก็ใช้บทเพลงในการเยียวยาสมานแผลเช่นกัน

Song One ถ่ายทอดเรื่องราว “แฟรนนี่” ที่ต้องรีบบินกลับบ้านที่นิวยอร์ค เพราะ เฮนรี่ น้องชายผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นนักดนตรี ถูกรถชนเข้าอย่างจัง ทำให้สลบเหมือดกลายเป็นเจ้าชายนิทรา จากที่เคยเหินห่างและไม่ลงรอยกัน แฟรนนี่ เริ่มทำความเข้าใจน้องของเธออีกครั้งผ่านข้าวของที่อยู่ในห้อง จนนำพาให้ไปพบกับ “เจมส์” ศิลปินไอดอลของน้อง และขอร้องให้เขามาเยี่ยมน้องสักครั้ง และก่อกำเนิดเป็นความผูกพันโดยมีเสียงดนตรีเคล้าคลอตลอดทาง

หากคุณกำลังคิดเปรียบเทียบ Song One กับ Begin Again ที่เคยโด่งดังด้วยการเน้นขายเพลงเป็นตัวชูโรงอยู่ล่ะก็ แน่นอนว่ามันไม่ได้ใกล้เคียงกันสักเท่าไหร่นัก ในขณะที่บทเพลงแห่ง Begin Again นั้นติดหู เข้าถึงง่ายในวงกว้าง (จนโรงหนังเอามาเปิดวนไปมาสร้างบรรยากาศอยู่พักใหญ่) บทเพลงแห่ง Song One ค่อนข้างจะมีความเฉพาะตัว และเข้าถึงได้ยากกว่า เหมือนจะออกมาจากตัวตนของ เจมส์ ตัวละครศิลปินอิสระ มาดเซอร์ ที่มีกลุ่มแฟนคลับติดตามอยู่จำนวนหนึ่ง

.

การพึมพำลอยๆ ที่ดูมีน้ำหนักมากกว่าเพลงเต็มๆ

.

ซึ่งตัวหนังเองใช้เพลงเหล่านี้ สร้างเป็นบรรยากาศให้เนื้อเรื่อง แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้อ่อนด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด หากเปรียบกันตรงๆ คือ เนื้อหาในเพลงไม่ได้มีส่วนสำคัญ แทนบทสนทนา ความรู้สึก หรือข้องเกี่ยวกับเนื้อเรื่องนัก ซึ่งนั่นทำให้การพึมพำลอยๆ ของ แฟรนนี่ และ เจมส์ เรื่องการแต่งเพลงจาก หูจมูก หรือตึกเอ็มไพร์สเตท ดูมีน้ำหนักมากกว่าเพลงเต็มๆ เพลงอื่นในเรื่องที่ออกจะเบาหวิว เหมือนเสียงบรรยากาศที่เปิดวนในโรง ทั้งที่มันไม่เกี่ยวอะไรกับหนังที่เราต้องการดูสักนิด

สิ่งที่น่าสนใจและชวนลุ้นตามของ Song One เผยให้เห็นตั้งแต่ต้นๆ เรื่อง ฝั่งหนึ่งคือการเอาใจช่วยเฮนรี่ ว่าจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้งไหม จากการได้ฟังเสียงในสถานที่ที่เคยไปและเพลงจากปากไอดอล อีกฝั่งหนึ่งคือการลุ้นรักระหว่าง แฟรนนี่ และ เจมส์ ที่ใช้เพลงช่วยเยียวยาความเหงาให้กันและกัน หนังปูทาง 2 เส้นเรื่องคู่ขนานกันตลอด ก่อนจะค่อยๆให้ความสำคัญกับเรื่องราวรักๆ ปนเสียงหัวเราะเล็กๆ และทิ้งให้เรื่องราวชีวิตบนเตียงโรงพยาบาลกร่อยไปเสียเฉยๆ ก่อนเส้นทางทั้งสอง จะมาบรรจบกันอีกครั้งตามสูตร จบสวย แต่ไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่ เมื่อมันรวมกับปัญหาหนานักที่สุดอย่างการตัดต่อ ที่หักอารมณ์คนดูเอาดื้อๆ หลายฉากแล้ว หนังเพลงเรื่องนี้จึงเข้าใกล้จุดวิกฤตอยู่รอมร่อ

ดูเหมือนว่าการใช้ดนตรีบำบัดอาจรักษาอาการของคู่พี่น้องได้สำเร็จ แต่แผลที่ถูกสมานแล้วนี้ เหมือนจะถูกเย็บอย่างลวกๆ จนกลายเป็นแผลเป็นไม่น่าดูชม ผิดกับที่เคยหวังไว้ก่อนรักษาซะงั้น

เรื่องนี้ให้ 6.5 / 10 ครับ

Lecter.

——————————–