Birdman : ตัวกูของกู

Home / วิจารณ์หนัง / Birdman : ตัวกูของกู

_AF_6405.CR2

ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาหนาหูว่า Birdman กวาดรางวัลมาจนแทบไม่มีที่เก็บ อีกทั้งยังเข้าชิงรางวัลบิ๊กเบิ้มที่สุดของออสการ์อีกต่างหาก ทำให้อดจะตั้งความหวัง ทั้งๆที่ยังไม่รู้อะไรเลยเสียสูงลิบไปไม่ได้ ซึ่งเมื่อได้ชมหนังที่ชื่อเหมือนซูเปอร์ฮีโร่ดาษดืน ที่เด็กๆพร้อมจะลุกมาแต่งคอสเพลย์เรื่องนี้จบ ก็พบว่า…ชาตินี้ น้องๆคงไม่อยากเป็นฮีโร่ที่ไหนอีกเลย

Birdman ถ่ายทอดเรื่องราวของ ริกแกน ธอมสัน อดีตนักแสดงที่เคยรุ่งสุดๆ จากการรับบทซูเปอร์ฮีโร่ เบิร์ดแมน แต่ในวันนี้เขาแก่ตัวลงไปพร้อมชื่อเสียงโรยรา จึงคิดพลิกชีวิตกู้ชื่ออีกครั้ง ด้วยการลงมือเขียนบท กำกับ และแสดงละครบรอดเวย์ แต่ก็ไม่วาย ต้องเผชิญกับปัญหาที่พร้อมใจกันเข้ามาไม่หยุดหย่อน ทั้งความห่างเหินไม่ลงรอยกับลูกสาว (ควบตำแหน่งผู้ช่วยในตัว) ความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงกับเพื่อนร่วมงาน ต้องเข้าบทกับนักแสดงกวนฝ่าเท้า นักวิจารณ์ที่รอเชือดผลงาน และที่หนักข้อที่สุดคือ อดีตที่ตามหลอกหลอนอยู่ในหัว สิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ธอมสัน ต้องผ่านมันไปให้ได้ ก่อนการแสดงรอบปฐมทัศน์ที่จะชี้ชะตาว่าจะรอด…หรือร่วงดับอนาถไปเลยตลอดกาล

Birdman พาเราตามติดชีวิตหลังตกอับของ ริกแกน ธอมสัน ในมุมมองที่เปิดโปงอีโก้ฟอนเฟะ ที่ฝังลึกอยู่ในดีเอ็นเอคนวงการบันเทิงทั้งหลายอย่างเผ็ดร้อน ไม่ว่าจะเป็นดาราตกอับที่ยังลุ่มหลงในชื่อเสียงที่หายไปนานแล้ว นักแสดงที่มั่นใจในตัวเองสุดฤทธิ์ ทุ่มทุกสิ่งให้บนเวทีจนเลยเถิดเกินเลย โปรดิวเซอร์ดวงซวยที่ต้องรองรับอารมณ์ดาราใหญ่ ไปจนถึงนักวิจารณ์ตัวเอ้ ที่พร้อมจะสับเละผลงานของนักแสดง ทั้งๆที่ยังไม่ได้ชม จนถูกเหน็บแนมว่าเป็นศิลปินไม่ได้ เลยมาเป็นนักวิจารณ์ล่ะสิ!

แต่ในความซีเรียสจริงจังนี้ ถูกเล่าด้วยน้ำเสียงตลกร้าย จิกกัด ไปจนถึงถากถาง รวยอารมณ์ขันแบบหัวเราะทั้งน้ำตา ซึ่งเมื่อผนวกกับการถ่ายทำที่แสนจะโดดเด้งด้วยเทคนิคลองเทค และการตัดต่อเนี้ยบกริบ ทำให้หนังทั้งเรื่องเหมือนจะถูกถ่ายทำโดยไม่ตัดต่อเลย!! (จริงๆ ก็ตัดนะ แต่มันเนียนมาก) กล้องพาเราไปสำรวจคนนั้นทีคนนี้ที รู้เห็นเหตุการณ์ลับๆ บนดาดฟ้า รู้เรื่่องนินทาอีกฝ่ายในมุมมืด รู้ลึกไปถึงเสียงของ เบิร์ดแมน ที่ก้องในหัว คอยตอกย้ำถึงความห่วยบรมของ ธอมสัน ทำให้คนดูมีส่วนร่วม รู้เห็นเป็นใจเต็มที่ในทุกๆตัวละคร อย่างไม่ติดขัด

.

เบิร์ดแมน ตะโกนผ่านโทรโข่งด้วยน้่ำเสียงทีเล่นทีจริงว่า

การถือ ตัวกูของกู จนไม่สนใจอะไรเลยนั้น ไม่ได้เกิดประโยชน์อันใด

.

เมื่อทุกๆ ตัวละครต่างฝ่ายต่างก็มี “ของ” ที่รอปะทุอย่างรุนแรงอยู่ภายใน มันจึงชักพาความสนุกเจ็บจี๊ด มามอบกำไรคนดูอย่างเราๆ ทุกครั้งที่เกิดการปะทะกันของอีโก้เข้มข้นของตัวละคร ไล่มาตั้งแต่การแขวะเบาๆ โต้เถียงด้วยอารมณ์โมโหโทโส ไปจนถึงประเคนหมัดลุ่นๆ ใส่หน้า รวมไปถึงการปล่อยของขั้นสุดของ ธอมสัน ที่ปล่อยตนเองลุ่มหลงจมไปกับจินตนาการที่หลอกหลอน จนทำให้เจ้า เบิร์ดแมน ที่คอยเป่าหูเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนี้ เป็นฮีโร่ที่น่าสะพรึงจนต้องรีบหลีกให้ไกล และไม่เป็นมิตรเอาเสียจริงๆ

นอกจากนี้ Birdman ยังสร้างโลกสมมติกับโลกความจริงให้ทับซ้อนกัน แลชวนคนดูให้้รู้สึกว่าเหตุการณ์ตรงหน้าคื่อความจริง อย่างการตัดพ้อด้วยเซ็งจิต เรื่องที่นักแสดงคุณภาพอย่าง ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ และ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ต้องมาแจ้งเกิดกับบทซูเปอร์ฮีโร่งี่เง่า และเอ่ยชื่อนักแสดงอีกหลายคนที่ ธอมสัน อยากได้มาร่วมงานด้วย โดยพวกเขามีตัวตนอยู่จริงๆ แต่เสียใจด้วยนะป๋า พวกเขาเหล่านั้นติดงานหนังบล็อกบัสเตอร์อยู่ทั้งนั้นแหละ ไม่ว่างจะมาข้องแวะกับดาราตกอับอย่างป๋าหรอก…อีกทั้งนังสะท้อนแรงกระเพื่อมจากโซเชียลเน็ตเวิร์ค ที่ชื่นชอบเรื่องน่าอับอายเน่าเละและแแขวนชีวิตไปกับยอด Like และ Share แบบไม่ลืมหูลืมตา

มุมหนึ่งหนังก็กำลังพาคนดูในสถานะคนนอก เข้าไปคว้านล้วงลึกถึงความขมขื่นระทมหลังเวทีแสงสีตระการตาแห่งวงการมายา อีกมุมหนึ่งก็ก่นด่าทิฐิถือตนของบรรดาผู้มีชื่อเสียงทั้งหลายแหล่ เหมือนเข้าอยู่ในความรู้สึกนึกคิดจริงๆ และทำหน้าที่ตะโกนผ่านโทรโข่งด้วยน้่ำเสียงทีเล่นทีจริงว่าการยึดติดอดีต และถือ ตัวกูของกู จนไม่สนใจอะไรเลยนั้น ไม่ได้เกิดประโยชน์อันใดเลย นอกจากความหลงใหลและลุ่มหลงในเสียงชื่นชมจอมปลอมเท่านั้นเอง

เรื่องนี้ให้ 10/10 ครับ

Lecter.

ป.ล. จะว่าเป็นตลกร้ายซ้ำซ้อนก็ได้ เพราะ Birdman คงไม่ทรงพลังขนาดนี้ หากขาดการสวมบท ริกแกน ธอมสัน โดย ไมเคิล คีตัน บุรุษที่เคยโด่งดังสุดขีดจากการรับบท Batman (ชื่อคล้ายกันอีกแน่ะ!) แต่ถ้าลองถามชื่อเขากับกลุ่มผู้ชมในยุคหลังๆ มานี้ คงได้คำตอบทำนองว่า “ตาลุงนี่ใคร? แบทแมน ต้องคริสเตียน เบล สิ” แทนซะงั้น

—————————

birdman