Dragon Blade : ความสามัคคี ที่ต้องแลก

Home / วิจารณ์หนัง / Dragon Blade : ความสามัคคี ที่ต้องแลก

dragon-blade

เข้าฉายรับตรุษจีนกันแล้ว สำหรับหนังจีนฟอร์มยักษ์ราคาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของการสร้างหนังจีนอย่าง Dragon Blade หรือ ดาบมังกรฟัด ที่นักแสดงโดย เฉินหลง และร่วมด้วยนักแสดงจากฝั่งฮอลลีวู้ดอย่าง เอเดรี้ยน โบรดี้ และ จอห์น คูแซ็ค รวมไปถึงซุปตาร์เกาหลีอย่าง ชอย ซีวอน ในหนังแนวแอ็คชั่นย้อนยุค ที่มาพร้อมกับประวัติศาสตร์การนองเลือดในเส้นทางสายไหม

หนังเป็นเรื่องราวของการต่อสู้เพื่อแย่งชิง ถนนสายไหม ซึ่งเป็นถนนการค้าของประเทศจีน เมื่อได้มีนายพล ไทบีเรียส หวังจะมายึดครอง ทำให้นายทหารหนุ่มจีนอย่าง เฉินหลง ต้องร่วมมือกับ จอห์น คูแซ็ค เพื่อไม่ให้นายพลโรมันนายนี้มากดขี่ประชาชนได้ รวมถึงความหวังที่จะรวมทั้ง 36 ชนเผ่าเป็นหนึ่งเดียวกันอีกด้วย

หนังกำกับการแสดงโดย แดเนียล ลี จาก 14 Blades และ Three Kingdom โดยคราวนี้เขากลับมาทำหนังแนวแอ็คชั่นย้อนยุคอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้จะขอยึดถือเรื่องประวัติศาสตร์ และ ฉากแอ็คชั่นที่สมจริงเป็นส่วนใหญ่ครับ ซึ่งเห็นจากหน้าหนังแล้ว Dragon Blade น่าจะเป็นหนังที่พวกเรารู้ดีว่ามันมีจุดขายอยู่ที่แง่ของฉากแอ็คชั่น และก็แน่นอนครับว่านั่นคือสิ่งที่หนังสามารถตอบสนองให้คนดูได้ดีที่สุด เพราะฉากแอ็คชั่นที่ใช้ทุนสร้างกว่า 65 ล้านเหรียญทั้งเรื่องสามารถทำออกมาได้ดี และ ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการสู้รบแบบสงคราม หรือแม้แต่การออกแบบท่าต่อสู้แบบตัวต่อตัว ซึ่ง เฉินหลง งานนี้ก็ถือว่านอกจากจะรับบทเป็นตัวละครที่มีความฮาแล้ว ความเก่งกาจในด้านฉากแอ็คชั่นก็ยังโดดเด่นไม่แพ้เรื่องอื่นๆ ทั้งการเตะต่อย และการใช้อาวุธ

โดยสิ่งที่ควบคู่กันมากับฉากแอ็คชั่นคือในแง่ที่หนังต้องการจะสื่ออย่าง ความสามัคคี ที่หนังสามารถหยิบเอาเรื่องราวเหล่านี้มาเป็นคำสอนให้แก่เหล่าคนประชาชนได้อย่างที่ตั้งใจหวังไว้ โดยเฉพาะการที่หนังมันคงต้องการเตือนสติให้กับคนจีนได้ทราบ และรู้รักสามัคคี ซึ่งเมื่อเรื่องราวเหล่านี้มันมาผสมกับฉากแอ็คชั่น และ เนื้อเรื่องที่ดูเพลินๆแล้ว มันจึงไม่ได้กลายเป็นสิ่งที่เลี่ยนเกินไปอีกด้วย

Dragon Blade ดาบมังกรฟัด

ซึ่งทางด้านนักแสดงถือว่าเป็นอีกส่วนที่ทำให้หนังประสบความสำเร็จไปพร้อมกัน ทั้ง เฉินหลง ที่คราวนี้มาในมาดแบบบู๊ฮา ในสไตล์หนังย้อนยุค ก็สามารถตอบโจทย์ความดีความงามให้แก่ความชื่นชอบของแฟนๆในคาแรกเตอร์ของเขาได้ไม่แพ้หนังเรื่องอื่น โดยเฉพาะเมื่อถึงฉากที่ต้องประชันกับนักแสดงจากฮอลลีวู้ดทั้งอย่าง จอห์น คูแซ็ค และ เอเดรี้ยน โบรดี้ ที่นอกจากจะมีพลังเหลือล้นให้การเห็นการขัดแย้งกันของ 2 นักแสดง 2 คาแรกเตอร์ คู่ปรับแล้ว ในด้านของฉากแอ็คชั่นตัวต่อตัวของทั้งนั้นยังจัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งฉากที่น่าจดจำในโลกภาพยนตร์ ที่ถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงในแง่ของการสร้างความสนุก และ เข้มข้น ได้ทั้งจากฉากแอ็คชั่นและตัวคาแรกเตอร์นักแสดงเอง

แต่ก็แอบเสียดายเหมือนกันที่ในขณะประเทศอื่นนั้นได้ดูหนังเรื่องนี้แบบ 3D ด้วย แต่ในบ้านเรากลับมีเข้าฉายแต่แบบ 2D เพราะฉะนั้นจึงลดความยิ่งใหญ่ไปมากพอสมควร เมื่อเทียบกับตามที่ผู้กำกับอยากให้เป็น แต่กระนั้นแล้ว ตัวหนังในระบบ 2D ก็ไม่ได้ลดทอนความสนุก เข้มข้น และ ข้อคิดดีๆที่หนังจะมอบให้คนดูได้น้อยลงเลย ใครเป็นแฟนของนักแสดงทั้ง 4 คนก็ต้องขอบอกเลยว่า แค่ไปดูฉากที่พวกเขาต้องประชันหน้ากันก็คุ้มแล้วหล่ะครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ