PK : พระเจ้า ชื่อนี่ เชื่อถือได้จริงหรือ ?

Home / วิจารณ์หนัง / PK : พระเจ้า ชื่อนี่ เชื่อถือได้จริงหรือ ?

pk-(peekay)-stills-aamir-khan-hd-wallpaper

ท่ามกลางหนังจำนวนมากที่เข้าฉายอยู่ตอนนี้ ก็ได้มีหนังอินเดียเล็กๆเรื่องนึงเข้าฉายอยู่ด้วย โดยมันเป็นหนังที่เคยมีกระแสแรงมาแล้วจากการฉายเพียงโรงเดียวที่ เมเจอร์ เอกมัย และรวมถึงภายในประเทศอเมริกา และ อินเดีย สำหรับ PK หนังทำเงินถล่มทะลาย การตอกย้ำความดังอีกครั้งของ อาร์เมีย ข่าน ตัวร้ายจากหนังบู๊สุดมันส์ที่เราเพิ่งได้ชมกันไปเมื่อต้นปีที่แล้วอย่าง Dhoom: 3 นั่นเอง

PK ผู้ชายปาฏิหาริย์ ถ่ายทอดเรื่องราวชวนอมยิ้มของ มนุษย์ต่างดาวที่เดินทางมาทำวิจัยที่โลก แต่ซวยจัดโดนขโมยรีโมทเรียกยานกลับไปซะฉิบ แถมใครๆ ก็บอกเขาว่ามีแต่ พระเจ้า เท่านั้นแหละ ที่นำรีโมทมาคืนให้เขาได้ งานนี้ มนุษย์ต่างดาวต้องออกตามหาพระเจ้าให้เจอในประเทศอินเดียทำให้ต้องเผชิญหน้ากับผู้นำคำสอนมากมายที่นำพระเจ้ามาเสนอให้ถึงที่ อีกทั้งเขายังเกิดไปมีความรักกับสาวชาวโลกเข้าเสียอีก เรื่องรั่วป่วนฮา เสียดสีเจ็บจี๊ดจึงได้เริ่มขึ้น

ถ้าถามคำถามว่า พระเจ้าคืออะไร ท่านทำอะไรกับคุณบ้าง และความเชื่อที่เรามีอยู่ในตัวท่าน รวมถึงศาสนาที่เปรียบเสมือนเป็นลัทธิอยู่ทุกวันนี้ มันสามารถเห็นผลได้เพราะการที่เราไปทำเงินบริจาค หรือเข้าวัดไหว้พระตลอดจริงหรือ ซึ่งเรื่องเหล่านี้แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถตอบคำถามได้อย่างชัดแจ้ง แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ที่เก่งที่สุดในโลกก็ตาม โดยใน PK เอาตามจริงตัวหนังก็ไม่ได้จะสร้างมาเพื่อขัดหลักจุดประสงค์ดังกล่าวอย่างโจ้งแจ้ง เพียงแต่เริ่มถึงขั้นตอนการตั้งคำถามถึง ความเชื่อที่มากเกินไป และการปล่อยให้ความหลงใหลในความสำเร็จอันน้อยนิดที่การที่คิดว่าสิ่งที่เราบูชานั่นให้มาอย่างไร้เหตุผล โดยเรื่องเหล่านี้ ผู้กำกับอย่าง ราชกุมาร์ ฮิรานี จาก 3 Idiots สามารถถ่ายทอดมันออกมาได้อย่างลึกซึ้ง และ ประทับใจ จนกลายเป็นหนังที่มองข้ามไม่ได้

โดยเอาเข้าจริงๆถ้าหากบอกว่าหนังเรื่องนี้มันช่วยส่งเสริมความดีในเรื่องความเชื่อของมันเพราะมันเป็นหนังอินเดียก็คงไม่แปลก เพราะว่าอย่างที่เราทราบกันว่า อินเดีย เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเชื่อด้านของศาสนาที่แรงกล้ามากที่สุดในโลก ถือได้ว่าเป็นประเทศที่คนส่วนมากยอมเดินทางไปเพื่อทำบุญ เพื่อเดินตามรอยความเชื่อเลยก็ว่าได้ แต่การที่หนัง PK ทำออกมาเพื่อตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของพระเจ้า และการเตือนสติถึงการกระทำตามหลักของความเชื่อแบบนี้ จึงทำให้หนังมันดูแรง และ ตรงไปตรงมามาก สำหรับการถูกสร้างขึ้นมาภายใต้ประเทศที่มีสภาพแวดล้อมแบบนี้

แต่ถ้าจะให้กล่าวในฐานะที่คนไทยได้ดูหนังเรื่องนี้ ก็อยากจะบอกว่ามันก็ไม่ได้แตกต่างไปจากประเทศของเราเท่าไหร่นัก ที่มีทั้งคนที่เชื่อเรื่องพวกนี้อย่างพอเหมาะพอเจาะ กับคนอีกกลุ่มที่หลงเชื่อแล้วทำบุญอย่างหมดหน้าตัก จนชีวิตของตัวเองต้องลำบาก และคำถามที่ว่า ‘พวกเขาได้ค้นพบพระเจ้าที่แท้จริงแล้วหรือไม่’ ก็ยังไม่ได้รับคำตอบอย่างแน่ชัด

ก็ยิ่งทำให้การตีโจทย์หนังของ PK รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในด้านของการที่ว่ากล่าวไว้ถึง อัตลักษณ์ และ ความสำคัญของพระเจ้า ต่อมนุษย์ในทุกวันนี้ แม้จะเต็มไปด้วยเทคโนโลยี และ วิทยาศาสตร์ที่ก้าวล้ำแล้ว แต่กลุ่มคนบางประเภทก็ยังเลือกที่เชื่อในหลักการกระทำของศาสนาแบบผิดๆ โดยที่ตนก็ยังไม่รู้ถึงความหมายของ ‘พระเจ้า’ ที่แน่ชัด อย่างเฉกเช่นที่ พีเค ได้ตั้งคำถามไว้

PK ผู้ชายปาฏิหาริย์

ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้นอกจากตัวหนังจะเน้นหนักไปที่เรื่องของการตั้งถามให้ช่องว่างระหว่าง ศาสนา ตลอดความยาวเกือบ 2 ชั่วโมงครึ่ง อีกสิ่งหนึ่งที่ตัวหนังยังทำออกมาได้ดีไม่แพ้กันคือด้านของ ความรัก ที่ไม่ว่าคุณจะมองว่าหนังมันสามารถทำออกมาดีงามทั้งในด้านของความรักต่างเชื้อชาติอย่าง อินเดีย และ ปาเลสไตน์ หรือความรักข้ามสายพันธุ์อย่าง เอเลี่ยน และ มนุษย์ แต่การให้ค่าของ ความรัก ใน PK มันก็สามารถถูกถ่ายทอดออกมาให้คนดูสัมผัสได้ถึงความเชื่อมั่น ที่มั่นคงยิ่งกว่าการรอคอยความสำเร็จจากพรที่ขอพระเจ้าไปเสียอีก ถึงแม้หลายองค์ประกอบจะดูโลกสวย และ ซ้ำซาก ไปบ้าง แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับความอิ่มอกอิ่มใจในตอนจบ ที่ไม่แปลกถ้าหากคุณจะยืนขึ้นปรบมือ และน้ำตารินให้กับความรัก ที่เคลือบด้วยการตั้งคำถามถึงศาสนาในหนังเรื่องนี้

โดยหลังจากเราได้ดูหนังเรื่องนี้จบ อีกสิ่งนึงเลยที่คุณน่าจะต้องกลับมาย้อนถามตัวเองดูคือความวุ่นวายของมนุษย์ ที่ตัวหนังสามารถเขียนบทตั้งคำถามถึงมันได้อย่างแยบยล และเก็บทุกรายละเอียดที่เราพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน ถ่ายทอดออกมาสอดคล้องกับเสียงหัวเราะในมุกตลกได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ทำคนเราต้องใส่ชุดสีดำในงานแต่ง และ งานศพ หรือแม้แต่ การบูชา ไหว้เทพเจ้า ที่ต้องเสียเงินเสียทอง

อาร์เมีย ข่าน ในบท พีเค หรือที่แปลว่า ไอ้ขี้เมา ซึ่งเป็นฉายาที่เขาเข้าใจผิดจากภาษาการว่ากล่าวของ มนุษย์โลก ก็สามารถตอกย้ำฝีมือทางการแสดงของเขาได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นความเทอะทะของตัวละคร หรือแม้แต่ฉากดราม่าอันทรงพลัง เช่นกันกับนางเอกอย่าง อนุชกา ชาร์มา ที่สามารถถ่ายทอดตัวละครมนุษย์โลกที่ถ้าหากเราเห็นในหนังเรื่องอื่นๆจากฮอลลีวู้ด ตัวละครจำพวกนี้จะโดนคนดูเกลียดไปแล้ว แต่เธอสามารถบอกเล่ามันออกมาได้อย่างงดงาม ไม่ว่าจะด้วยเสน่ห์ หรือ ออร่าในตัวของเธอที่เปล่งประกายอยู่ตลอดเวลาก็ตาม

ซึ่งถ้าหากคุณไม่เคยดูหนังอินเดียสักเรื่อง ผมก็คิดว่า PK นี่ก็น่าจะเป็นหนังที่เหมาะเจาะที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ของคุณ ที่จะทำให้เลิกคิดว่าหนังอินเดียมีแต่วิ่งไล่จับ และ ร้องเพลง ทั้งที่ความจริงประเด็นในหนังของประเทศเขามันช่างไปไกล และตั้งคำถามได้มีความเป็นสากล โดยเฉพาะเมื่อคนไทยได้ดูกันแล้ว ก็ไม่พลาดแน่นอนที่จะย้อนกลับมามองถึงความเชื่อในประเทศตัวเอง และรวมถึงตัวของเราเองด้วยครับ

เรื่องนี้ผมให้ 10/10

โดย Agent17