Avengers: Age of Ultron : สะพานมิตรภาพมาร์เวล

Home / วิจารณ์หนัง / Avengers: Age of Ultron : สะพานมิตรภาพมาร์เวล

avengers-ageof-ultron-trailer-leaks-online-and-its-incredible

ก่อนหน้าที่ Avengers: Age of Ultron จะเข้าฉาย การหลีกเลี่ยงสารพัดคลิปฉากนู้นนิดนี้หน่อย ที่ปล่อยโปรโมทมาจากทางมาร์เวลเอง คงเป็นเรื่องยากดังหลบกระสุนกลางสงคราม ทำให้ผู้เขียนที่สวามิภักดิ์เป็นแฟนตัวยงของจักรวาลนี้ ออกจะเซ็งอยู่มิใช่น้อยกับการสปอยล์เล็กๆ ดังกล่าว แต่พอได้ใช้เวลา 2 ชั่วโมงเศษๆ จนหนังจบ ก็พอหายใจโล่งอกขึ้นมาได้ เพราะหนังตัวเต็มมีอะไรมากนั้นเยอะเลยนะขอบอก

Avengers: Age of Ultron การรวมพลอีกครั้งของเหล่าขาประจำที่คุณคุ้นเคยทั้ง พี่บึ้กถือโล่ กัปตันอเมริกา พี่เขียวบ้าพลัง ฮัลค์ ป๋าหุ่นเหล็กเงินหนัก ไอรอนแมน ขุนค้อนพลังแสนโวลต์ ธอร์ สายลับสวยแซ่บ แบล็ควิโดว์ และพลธนูสารพัดนึก ฮอว์คอาย พร้อมเหล่าผองตัวประกอบที่หากบอกหมดคงใช้หลายบรรทัด โดยเรื่องราวเริ่มจากการที่ โทนี่ สตาร์ค เริ่มชักจะอยากปลดเกษียณตัวเองจากฐานะฮีโร่เสียที จึงแอบสร้างหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ พลังมหาประลัยนาม อัลตรอน โดยโปรแกรมให้มันทำหน้าที่รักษาโลกให้สุขสงบ แต่หุ่นเจ้ากรรมดันประมวลผลว่า อ๋อ…พวกมนุษย์ที่แหละตัวปัญหาของโลก ล้างเผ่าพันธุ์ให้หมดโลกก็แฮปปี้ งั้นเริ่มจากแก๊งอเวนเจอร์สก่อนเลยละกัน (เนรคุณชัดๆ)

โดยภาพรวมแล้ว มาร์เวล ก็ยังคงไม่ทำให้แฟนๆ ขาประจำผิดหวังแต่อย่างใด จากภาคแรกที่สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร ที่ต่างคนต่างมีของ การรวมทีมของ “เพื่อนร่วมงาน” ที่กว่าจะเข้าขากันก็ผ่านวิกฤตแทบตายไปแล้ว ในภาคต่อนี้ เมื่อทุกเหล่าลูกทีมอเวนเจอร์สต่างก็รู้จักกันดีแล้ว และพัฒนาจนกลายเป็น “เพื่อน” กันแล้ว เราจึงได้เห็นบรรยากาศที่ผ่อนคลายมากขึ้น รวมถึงหลายๆฉากที่บู๊แอ็คชั่นติดตลก ตามสไตล์หนังค่ายนี้่ก็น่าดูชมพอตัว

ทั้งนี้ก็ยังไม่ทิ้งคาแร็คเตอร์ และเสน่ห์เฉพาะตัวของเหล่าฮีโร่ ที่หนังควบคุมสมดุล เฉลี่ยให้เด่นอย่างมีโอกาสปล่อยของได้พอๆกัน ในแบบที่ไม่มีสาวกทีมไหนต้องน้อยอกน้อยใจ ซึ่งรวมถึงดูโอ้หน้าใหม่อย่าง ควิกซิลเวอร์ และ สการ์เล็ตวิทช์ อีกด้วย หนังทั้งเรื่องจะมีฉากเปิดที่น่าตื่นตาตื่นใจ แแม้กราฟจะดรอปลงไป ทำให้ความต่อเนื่องที่ไม่ไหลลื่นนักในช่วงแรก แต่ต่อจากนั้นไป ก็นับว่าเพลิดเพลินไปได้จนจบเรื่อง

Avengers: Age of Ultron อเวนเจอร์ส 2: มหาศึกอัลตรอนถล่มโลก

ในแง่คุณภาพ Avengers: Age of Ultron อยู่ในระดับหนังบันเทิงที่คุ้มค่าตั๋ว แต่คงเป็นเรีื่องยาก หากเราจะไม่สปอยล์อะไรทั้งสิ้นเลย เมื่อต้องกล่าวถึงสิ่งที่คุณจะได้พบเจอ รวมถึงปมประเด็นบางอย่างในเรื่องนี้ ฉะนั้นนับแต่บรรทัดนี้ไป เราอาจเปิดเผยเนื้อหาเล็กๆน้อยๆ ใครไม่พร้อม มาโบกมือบ๊ายบายกันตรงนี้ ซื้อตั๋วไปดูแล้ว กลับมาคุยกันต่อนะครับ แต่ถ้ารับได้อัญเชิญต่อที่บรรทัดถัดไปได้เลย

เราคงไปถือสาหาความสมจริง หรือพฤติกรรมคนอึดท้าตายเหนือโลก ของหนังที่สร้างมาจากการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ไม่ได้อยู่แล้ว ซึ่ง Avengers: Age of Ultron ก็เลือกที่จะปล่อยผ่านด้านปัจจัยด้านกายภาพเหล่านั้นอย่างถูกที่ถูกเวลา และหันไปเน้นย้ำภาพลักษณ์ให้พวกเขาและเธอ ดูเป็นมนุษย์มีจิตใจเฉกเช่นปถุชนมากขึ้น โดยเฉพาะการที่หนังพาไปสำรวจความรักหยิบแกมหยอกระหว่าง นาตาชา โรมานอฟ และ ดร.บรู๊ช แบนเนอร์ ขุดคุ้ยอดีตและทัศนคติตัวตนของตัวละคร โดยการตกอยู่ใต้อำนาจของสการ์เล็ตวิทช์ อันนำไปสู่พฤติกรรมในหนังได้อย่างติดตาม และเบื้องหลังชีวิตของ ฮอว์คอาย มือธนูผู้ไม่ได้คาแร็คเตอร์จัดจ้านนักในภาคแรก แต่ในภาคนี้เรื่องของเขาจะถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ และแน่นอนว่ามันช่างน่าประทับใจ

.

เบื้องหลังชีวิตของ ฮอว์คอาย ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์

และแน่นอนว่ามันช่างน่าประทับใจ

.

ด้าน อัลตรอน เด็กดื้อหนีออกจากบ้าน ที่ไม่มีอะไรมากไปกว่าปัญญาประดิษฐ์ที่ฉลาดจนผิดเพี้ยน ถูกใส่มาในจักรวาลนี้เพียงชั่วครู่ เพื่อผลักดันเรื่องราวใหญ่โตของหนังมาร์เวลเร่ืองถัดๆไปในอนาคต มากกว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญอะไรขนาดนั้น ทุกตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ในภาคนี้ต่างถูกปูทาง และป้อนประเด็นในวงกว้างมากขึ้น อันนำมาซึ่งข้อมูลมหาศาลที่จำเพาะอยู่ในกลุ่มแฟนคลับ ซึ่งคงไม่ต้องห่วงอะไรกับแฟนหนังขาประจำ แต่ขาจรทั้งหลายนั้น อาจมึนตึ้บกับ อินฟินิตี้สโตน หรือเหล่าตัวประกอบแวดล้อมต่างๆนานา ที่โผล่ออกมาระหว่างทางเอาได้ เพราะฉะนั้นถ้าอยากได้อรรธรสเต็มที่ แนะนำให้ทำการบ้านไปก่อนนะครับท่าน

Avengers: Age of Ultron มีสภาพโดยรวมคล้ายหนังภาค 2 ทั่วๆไป ที่ทำหนัาที่เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างจุดเริ่มต้นและเส้นชัย เราได้รู้จักตัวละครมากขึ้น เรื่องราวกำลังจะขยายขึ้น แต่หากตัดฉากแอ็คชั่นที่ออกแบบมาเอาใจสาวกได้อย่างอยู่หมัดแล้ว ตัวเรื่องราวของฮอว์คอาย ก็เหมือนจะไปสุดทางเพียงประเด็นเดียว และปล่อยให้เรื่องอื่นอีกมาก ยังถูกทิ้งค้างคาไว้รอหนังในอนาคตต่อไป มันจึงไม่สมบูรณ์เต็มร้อยนัก แต่สะพานข้ามฟากเรื่องนี้ เหล่าสาวกมาร์เวลทั้งหลาย ก็คงต้องบอกว่าห้ามพลาด มิฉะนั้นจะดูเรื่องต่อๆไป ไม่รู้เรื่องเอาได้นะเออ

เรื่องนี้ให้ 9 / 10 ครับ

lecter12 Lecter.

—————————–