Mad Max: Fury Road : โลกของคนคลั่ง

Home / วิจารณ์หนัง / Mad Max: Fury Road : โลกของคนคลั่ง

maxresdefault

หลังจากมีปัญหาจากการถ่ายทำล่าช้ากันมานานแสนนาน รวมถึงปัญหาของการที่ตัวหนังใช้เกินงบประมาณไปมาก แต่ในตอนนี้ท้ายสุดแล้วมันก็เสร็จสิ้นมาให้คนดูชมกันเสียที สำหรับหนังภาคต่อภาคที่ 4 ของคนคลั่ง Mad Max: Fury Road ที่งานนี้ได้ ทอม ฮาร์ดี้ มารับบทนำแทน เมล กิ๊บสัน ในภาคเก่าครับ

ซึ่งงานนี้ตัวหนังในภาคนี้ยังคงได้ผู้กำกับ จอร์จ มิลเลอร์ กลับมารับหน้าที่กำกับเหมือนเคย หลังจากหนีไปทำอนิเมชั่น Happy Feet อยู่นานสองนาน มาตอนนี้เขาพร้อมแล้วที่จะกลับมาอัดแน่นเต็มที่กับหนังเกี่ยวกับโลกสุดเถื่อนแห่งนี้ ซึ่งก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนเลยว่าผมเป็นคนที่ค่อนข้างชอบภาค The Road Warrior มาก และยกให้มันเป็นหนังที่มีฉากขับรถไล่ล่าที่ดีที่สุดเรื่องนึง รวมถึงความบ้าระห่ำในด้านเทคนิคการถ่ายทำอีกด้วย จนไม่คิดว่าจะมีหนังเรื่องนี้มาเทียบเท่ามันได้อีกแล้ว แต่ก็นั่นแหละ ประวัติศาสตร์ก็ต้องมีการถูกทำลาย เมื่อล่าสุดผมก็ต้องขอยกให้หนังภาค 4 ของหนังชุดนี้สามารถเทียบเคียงภาค 2 ได้อย่างไม่น่าอายสำหรับ Mad Max: Fury Road

โดยถ้าหากจะให้ยกย่องตัวหนังเรื่องนี้สั้นๆภายใน 2 คำ คงไม่มีคำไหนดีเกินกว่าคำว่า ‘โคตรมันส์’ เพราะต้องเรียกเลยว่านี่เป็นประสบการณ์การดูหนังที่บันเทิง และน่าตื่นตาที่สุดในรอบหลายปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของด้านเทคนิคการถ่ายทำที่รถที่มาขับไล่ล่า ชนกันกระจายทั้งหมดนั่นเป็นของจริง จะมีใช้ซีจีก็แค่ฉากพายุทราย และ แขนของ ชาร์ลีศ เธอรอน เท่านั้น มันจึงทำให้ฉากแอ็คชั่นทั้งหลายในหนังเรื่องนี้ดูสด เถื่อน และแน่นอนที่สุดว่าตัวหนังสามารถตัดต่อเอาฟุตเทจที่ถ่ายสุดยากแสนหินกลางทะเลทรายเหล่านี้มาดัดแปลงให้กลายเป็นหนังแอ็คชั่นมันส์ๆเรื่องนึงได้อย่างน่าอัศจรรย์ จนผมขอยืนยันเลยว่าถ้าหากคุณจะซื้อป๊อปคอร์นเข้าไปกิน คุณจะไม่ได้กินอย่างแน่นอน เพราะคุณจะต้องมัวแต่นั่งอ้าปากค้างกับฉากแอ็คชั่นที่อัดแน่นมาตั้งแต่ต้นจนจบของหนังเรื่องนี้

bcbc5ed0-e220-11e4-88c9-15b3bf5fb2b0_mad-max-fury-road-tom-hardy-charlize-theron

และนอกเหนือจากฉากแอ็คชั่นอันน่าทึ่ง สิ่งที่น่าประหลาดใจอีกอย่างคือตัวหนังยังสามารถผลักดันประเด็น เฟมินิสต์ และการกดขี่ของเพศหญิง ในโลกที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ออกมาได้อย่างน่าค้นหา ผ่านเรื่องราวที่ชัดเจน และรวมถึงการวางตัวละครทั้งทีมคนพิการจากเหล่า อิมมอร์ตั้น โจ หรือวิถีการดำเนินชีวิตของเหล่า วอร์ บอย อีกด้วย

ซึ่งงานนี้ทั้ง ทอม ฮาร์ดี้ และ ชาร์ลีซ เธอรอน ก็ต่างทุ่มการแสดงสุดฝีมือของพวกเขา และ เธอ ออกมาได้ยอดเยี่ยมโดยเฉพาะรายหลัง แต่คนที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้คือความบ้าระห่ำของ นิโคลัส ฮอลท์ ที่ทำเอาคนดูแทบลืมลุคก่อนๆของเขา และรวมถึงความสง่างามของ โรซี่ ฮัลติงตัน ไวท์ลีย์ ที่ ไมเคิล เบย์ ไม่สามารถมอบให้เธอได้ใน Transformers 3 อีกด้วย

โดยผมยืนยันเลยว่า ถ้าหากหลังจากคุณดู Mad Max ภาคนี้จบแล้ว คุณจะไม่สามารถดูหนังแอ็คชั่นเรื่องไหนแล้วตื่นตาไปได้อีกเลยในระยะนึง เพราะหนังเรื่องนี้มันสามารถทำให้คุณมันส์แบบนั่งไม่ติดเบาะ และลืมหายใจไปกับเรื่องราวการไล่ล่าแบบนันสต็อปได้อย่างไม่หยุดหย่อนของจริง จนเรียกได้ว่านี้เป็นประสบการณ์ความมันส์ที่ทะเยอะทะยานไม่ต่างจาก The Raid 2 ในปีที่แล้วเลยครับ

เรื่องนี้ผมให้ 9.5/10 ครับ