Unfriended : ใช้สมองก่อนนิ้ว

Home / วิจารณ์หนัง / Unfriended : ใช้สมองก่อนนิ้ว

Unfriended

อาจจะอ่านแล้วดูพิลึกไปสักหน่อย แต่คงต้องบอกกับคุณผู้ชมว่า แม้การรับชมในโรงภาพยนตร์จะให้อารมณ์เต็มเปี่ยมเพียงใด แต่กับ Unfriended เรื่องนี้ หากคุณอยากอินกับมันจริงๆ การดูผ่านจอคอมพิวเตอร์ เสียบหูฟัง และปิดไฟในห้องให้มืดสนิท ถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมทีเดียว

Unfriended ถ่ายทอดเรื่องราวของ แบลร์ ที่แชทสไกป์กับเพื่อนๆ ในแก๊งตามประสาวัยรุ่น ก่อนที่จะมียูเซอร์ลึกลับนาม บิลลี่ 227 โผล่เข้ามาให้ห้องแชท แบบไล่ยังไงก็ไม่ไป จนทุกคนเริ่มสงสัยว่าผู้ลึกลับนี้อาจเป็น ลอร่า บาร์นส เพื่อนสาวผู้จากไปด้วยการฆ่าตัวตาย อันเนื่องมาจากความอับอายต่อคลิปหลุดในเว็บไซต์ บิลลี่ 227 แสดงเจตจำนงจะหาต้นตอคนโพสคลิปดังกล่าว ด้วยการข่มขู่ บีบบังคับ และเมื่อทุกคนทำนิ่งไม่รู้เรื่อง มันก็ค่อยๆ แฉความลับ และนำความสยองขวัญมาเยือนทีละคนๆ

ความโดดเด่นของ Unfriended คือการที่หนังไม่มัวย่ำอยู่กับที่ ในขนบขายความสยองที่เห็นกันดาษดื่น แต่เลือกใช้วิธีที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการสร้างประสบการณ์จริง และทำให้คนดูเชื่อว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าคือของจริง มิใช่การถ่ายทำ ดังที่ตัวอย่างรุ่นพ่ออย่าง The Blair Witch Project ใช้กลวิธีพบฟุตเทจลับ หรือหนังยุคใหม่อย่างการมอง Paranormal Activity ผ่านการวงจรปิด ดังนั้น การที่ Unfriended จะถ่ายทอดเรื่องราวทั้งเรื่องผ่านมุมมองที่เรากำลังมองตรงไปยังจอคอมพิวเตอร์ และเห็นเหตุการณ์ของคนอื่นผ่านเว็บแคมนี้ จึงไม่ใช่เรื่องสดใหม่ในความเป็น “เรียลลิตี้” แต่มันก้าวตามทันยุคสมัย ที่คนเราใช้เวลากดไลค์ มากกว่าพบปะกันได้อย่างน่าชื่นชม

Unfriended

แต่วิธีนำเสนอแปลกตาดังกล่าว ก็เป็นดังดาบสองคม เพราะหากว่ากันตามปกติวิสัยแล้ว ยามใดที่เรานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่แสดงผลเป็นสารพัดโปรแกรมซ้อนกันไปมา นั่นเท่ากับว่าเราสามารถควบคุมทุกอย่างบนนั้นได้ แต่ทว่า Unfriended เป็นหนัง และคนดูไม่มีสิทธิจะไปยุ่มย่ามสั่งการอันใด ทำได้แค่มองดูความเป็นไปของมันเรื่อยๆ

ซึ่งถ้าจูนติดกับมันตั้งแต่แรก ก็สามารถร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมของตัวละคร ที่ค่อยๆ เผยข้อมูลผ่านหน้าต่างโปรแกรมสไกป์ เฟสบุ๊ค ยูทูป อีเมล์ ที่ เปิด-ปิด ย่อ-ขยาย สลับกันไปเรื่อยๆ จนนำไปสู่เรื่องสยองได้ แต่เมื่อคุณเปิดสิ่งละอันพันละน้อย ขึ้นมาไว้เยอะๆ ขยายอันนั้นย่ออันนี้ ซ้ำไปซ้ำมา ก็ทำให้จุดสนใจแกว่งไปทั่ว (โดยเฉพาะหน้าจอสไกป์ ที่ทุกคนต่างแสดงอาการ และเอ็ดตะโรแข่งกันเต็มไปหมด) ไม่รู้จะโฟกัสใครหรือตำแหน่งไหน? ใครสำคัญสุด?

อีกทั้งหน้าจอก็ยังนิ่งๆ ไร้ซึ่งมุมกล้อง ระยะภาพ หรือเทคนิคการถ่ายใดๆ ที่จะมาเป็นตัวช่วยเร้าความสนใจแล้ว มันก็อาจทำให้น่าเบื่อเอาง่ายๆ และเลิกสนใจไปเสียดื้อๆ อันนี้แล้วแต่มุมมองการรับชม แต่ก็ถือเป็นโชคดีเล็กๆ ที่มีซับไทยขึ้นทุกครั้ง ที่ตัวละครตั้งใจอ่านข้อความบางอย่าง ทำให้เป็นการบังคับกลายๆ ว่าให้สนใจตรงนี้นะคุณ มิฉะนั้นสายตาคงมองสะเปะสะปะ ทั้งข้อความ ภาพในคลิป วีดีโอแนะนำ (หรืออาจลามไปถึงยอดไลค์ และแชร์ ที่มนุษย์ผู้เสพติดโซเชียล ให้ความสำคัญเป็นอย่างแรก)

ในขณะที่ Unfriended สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้ผู้ชมหนังสยองได้อย่างน่าสนใจ หากถอดกลวิธีเหล่านั้น แล้วสนใจที่ตัวเรื่องราวเพียวๆ มันกลับไม่ได้ชาญฉลาดเท่าวิธีนำเสนอ สภาพคล้ายนักเรียนที่ทำรายงานเนื้อหาหลวมโพรกพราก แต่พรีเซ้นท์หน้าห้องเก่ง ราวกับเดี่ยวไมโครโฟน ตัวละครซ้ำๆ จำพวกกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องประสบเคราะห์กรรม พากันไปตายหมู่ เพราะอิทธิฤทธิ์เหนือธรรมชาติ (ในกรณีนี้ อาจเหนือกว่าโปรแกรมเมอร์ทั้งมวลด้วย) ที่เห็นกันจนชินตา และไม่ต้องเดาก็รู้ว่าตอนจบจะลงเอยเช่นไร ความหวีดสยองก็อยู่ในระดับทั่วๆไป ทั้งที่สามารถขมวดปมความลึกลับ และบทสรุปในทิศทางท่ายากมากกว่านี้ได้อีกมากมาย

.

รู้จักใช้สมองคิด

ก่อนใช้นิ้วคลิก ทำการอันใด

.

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ Unfriended ส่งเสียงเตือนคนดูยุคโซเชียลนี้ คือเภทภัยที่อาจมาเยี่ยมเยือนได้ถึงหน้าไทม์ไลน์ เมื่อเราเขียน โพส หรือกระทำการสิ่งใดลงบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตโดยขาดการยั้งคิด และมันก็จะวนเวียนอยู่ในระบบ การป่าวประกาศความงามหน้าของคนอื่น ที่เรากระทำด้วยสะใจ อาจย้อนกลับมาแว้งกัดเราอย่างสาสมเจ็บแสบเอาได้สักวัน อีกทั้งบรรดาประชากรประเภทผู้สังเกตการณ์ หรือ “ไทยมุง” ทั้งหลายนั้น ก็พร้อมจะเฮโลมาซ้ำเติมความฉาวโฉ่เน่าเฟะ จากการไลค์ แชร์ และคอมเม้นท์อย่างสนุกมือสำราญปากพอๆกัน

เราไม่อาจรู้ได้ว่า Unfriended จะส่งแก่นสารนี้ ถึงชาวโซเชียลได้มากน้อยเพียงใด แต่อย่างน้อยที่สุด มันก็กระทุ้งเตือนเบาๆ และเปิดมุมมองให้เรารู้จักใช้สมองคิด ก่อนใช้นิ้วคลิก ทำการอันใดโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว จะคิดได้วันนี้ หรือจะรอให้ ลอร่า บาร์นส มาทักถึงห้องแชท ก็แล้วแต่คุณละกันนะ

lecter เรื่องนี้ให้ 8 / 10 ครับ

Lecter.

——————————-