The Voices : เทวดาไหล่ซ้าย ปีศาจร้ายไหล่ขวา

Home / วิจารณ์หนัง / The Voices : เทวดาไหล่ซ้าย ปีศาจร้ายไหล่ขวา

003

คงไม่ผิดอะไรนักหากจะบอกว่า มุขตลกที่ตัวละครหนึ่งตัว เกิดอาการลังเลใจที่จะทำอะไรบางอย่าง อันหมิ่นเหม่เส้นศีลธรรม ก็มักจะมีร่างก๊อบปี้ตัวเล็กๆ ของตัวเอง ในคราบเทวดาชุดขาวยืนบนไหล่ซ้าย และปีศาจร้ายถือสามง่ามอยู่บนไหล่ขวา (สลับข้างก็ได้ ไม่ผิดกฎหมาย) ยืนเถียงกันเอะอะมะเทิ่ง ในทัศนคติสุดโต่งคนละด้าน พร้อมเป่าหูมนุษย์ตรงกลางว่าทำตามฉันดีกว่า อะไรทำนองนี้ถูกใช้มาเนิ่นนานแล้ว ซึ่งมักจะเป็นเสี้ยวฉากสั้นๆ เน้นชวนขำเล็กๆ แต่กับ The Voices เรื่องนี้ ไม่มีโค้ชทั้งสี่มากดปุ่มหันเก้าอี้ แต่เทวดาและปีศาจน่ะ มีทั้งเรื่องเลยล่ะนั่น

The Voices ถ่ายทอดเรื่องราวของ เจอร์รี่ ไอ้หนุ่มยิ้มมีเลศนัย พนักงานโรงงานอ่างอาบน้ำ ที่มีอาการประสาทหลอนได้ยินเสียงของเจ้าตูบ บอสโก้ และคุณเหมียว วิสเกอร์ส เจรจาด้วย แถมเจ้าตัวก็ยังไม่ยอมกินยาตามแพทย์สั่ง เพราะไม่อยากให้ทั้งสองเงียบไปอีกต่างหาก จนวันหนึ่งเหตุการณ์พาไป เจอร์รี่พลั้งเผลอเชือดเพื่อนร่วมงานสาวสวยจนแดดิ้น หมารู้ก็ให้ปลอบประโลม แมวรู้บอกฆ่าต่อเลยสิ เรื่องราวจึงเตลิดไปอีกไกล เพราะนายเจอร์รี่ ดันเชื่อสัตว์เลี้ยงแสนรัก และหลงอยู่ในโลกที่ฟูมฟักชีวิตด้วยการฆ่าคนอื่นๆ เสียฉิบ

หากมองโดยองค์รวม The Voices ถ่ายทอดเรื่องราวซีเรียสจริงจัง อย่างปมจิตวิทยามนุษย์ที่ผิดเพี้ยน อันส่งผลต่อพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อคนรอบข้าง หากเลือกสะท้อนสิ่งเหล่านี้ มาทางจิตตก มืดทึม น่ากลัว (หรือแฟนตาซีชวนสยองพองเกล้าเหมือน The Cell) ก็คงทำได้ แต่หนังหักเลี้ยวมาอีกทาง ด้วยการเร่งความสว่าง ใช้สีสดใส ฉาบเคลือบด้วยท่วงทำนองร็อคแอนด์โรล สุดลัลล้า บทสนทนาและสถานการณ์ที่ตลกร้าย เจ็บแสบ และยียวนกวนบาทา จนต้องเผลอร้องออกมาว่า ไอ้…(เติมคำได้ตามสะดวก) เพราะผู้ชมจะได้รับรู้เรื่องราวเกือบทั้งหมด ผ่านมุมมองและจิตใต้สำนึกที่บิดเบี้ยวของเจอร์รี่ ที่เจ้าตัวเห็นว่าสิ่งแปลกประหลาดอย่าง หมาแมวพูดได้ หรือหัวมนุษย์เสียงใสในตู้เย็น ช่างเป็นโลกที่มีความสุขเสียนี่กระไร ในขณะที่ภาพของความเป็นจริงอันเป็นฉากน้อยนิดที่หลุดจากจิตของเจอร์รี่ จะกลับขั้วมาหม่นหมอง ชวนสลดหดหู่ อย่างเห็นได้ชัด

The Voices แผนจี๊ดๆ คิดได้ไง

เราจึงเห็น เจอร์รี่ เพลิดเพลินกับพฤติกรรมเหล่านั้น ได้ราวกับใช้ชีวิตปกติ ทั้งๆที่เราคนดูก็ตระหนักได้อยู่ตลอดว่า ไอ้เรื่องตลกโลกบันเทิงตรงหน้า แท้จริงแล้วมันคืออาชญากรรม ข้ามเส้นศีลธรรมไปไกลหลายปีแสง แถมยังแผ่ซ่านรังสีความน่ากลัวของจิตมนุษย์อย่างไม่ชวนเข้าใกล้อีกต่างหาก ซึ่งนั่นสร้างความรู้สึกกระอักกระอ่วนให้คนดูอยู่เนืองๆ แต่หนังก็พาให้เราหรรษาไปด้วย และออกจะเชียร์ให้นายคนนี้ ทำอะไรบ้าบอคอแตกต่อไปเรื่อยๆ เสียด้วยซ้ำ ความย้อนแยงลักลั่นนี้ทำให้ The Voices ไม่ต่างอะไรกับลูกกวาดสอดไส้ยาพิษ เปลือกนอกมันหอมหวานแสนอร่อย แต่เนื่อในของมันหมายถึงการซุกซ่อนความอันตรายอย่างยิ่ง

ทุกครั้งๆ ที่ เจอร์รี่ สบโอกาสได้อยู่ลำพังกับสัตว์เลี้ยงทั้งสอง ห้วงเวลาการปะทะกันระหว่างวาทศิลป์ขั้วตรงข้ามจึงก่อตัวขึ้น ทั้งในเปลือกนอกที่เราเห็นเป็น หมา-แมว หรือถ้อยคำที่มาจาก เทวดา-ปีศาจ บนไหล่คนละข้าง หรือมากกว่านั้นคือ ความดี-ความชั่ว ดังออกมาจากตัวของ เจอร์รี่ เอง ที่ยุยงให้สนองความรู้สึกด้านนั้นอย่างหิวกระหาย ด้วยการดึงบุคลิกของสัตว์มาช่วยเสริมย้ำด้วยอีกที ซึ่งเหล่าทาสแมวก็น่าจะรู้ดีกันอยู่ว่า ด้วยคาแร็คเตอร์แล้ว เจ้าตูบ บอสโก้ จะอ่อนน้อมถ่อมตนต่อเจ้านายของมันเพียงใด ความดีในจิตใจก็ส่องแสงริบหรี่ประมาณนั้น

.

 The Voices ไม่ต่างอะไรกับลูกกวาดสอดไส้ยาพิษ

เปลือกนอกมันหอมหวานแสนอร่อย

แต่เนื่อในซุกซ่อนความอันตรายอย่างยิ่ง

.

ในขณะที่อีกฝั่ง เป็นดังประโยคที่ เจอร์รี่ กล่าวต่อเพื่อนร่วมงานสาวในทำนอง “จริงๆต้องถามว่าแมวชอบผมไหม เพราะมันเป็นเจ้านายเรามากกว่า” เขาจึงพ่ายแพ้เสียหมดรูป และยอมให้ความสุดโต่งเลวทรามเข้าครอบงำในฐานะของทางออกชีวิต ถึง เจอร์รี่ จะไม่ได้มีบุคลิกแบนแต๋ดแต๋เป็นเครื่องจักรสังหาร เขาเศร้า กัดฟัน และร่ำไห้ยามต้องฆ่าคนที่ผูกพัน แต่ถึงกระนั้นเรากลับมองความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่นั้นเป็นเรื่องผิดปกติ ซึ่งสุดท้ายแล้วเขาก็กลับมายิ้มกริ่ม กับวีรกรรมและโลกปลอมๆ ในห้วงจิตอยู่ดี ซึ่งมันประหลาดตรงที่ คนดูก็ถูกแมว วิสเกอร์ส ครอบงำให้สนุก และเห็นคาวเลือดเหล่านั้นเป็นเรื่องธรรมดาเสียฉิบ ไปพร้อมๆกันด้วย

ถึงแม้หนังจะมีลีลาการถ่ายทอดเรื่องโหดร้าย ผ่านอารมณ์สนุกสนานสุดเหวี่ยงได้อย่างน่าสนใจ แต่การเลือกเดินทางนี้ ก็ส่งผลโดยตรงต่อความลึกของสภาพจิตใจยอดชายนาย เจอร์รี่ ที่คนดูไม่ได้เข้าใจอะไรมากนัก นอกจากปูมหลังเล็กๆน้อยๆ ก่อนจะนำไปสู่บทส่งท้ายที่ไม่ได้ส่งผลต่อการคิดต่อ หรือเงิบหัวทิ่มอย่างที่หนังปมสำรวจจิตมักจะทิ้งไว้ แต่ในเมื่อหนังไม่ตั้งท่าซีเรียสมาตั้งแต่ต้น สิ่งเหล่านี้อาจนับเป็นเรื่องที่อภัยกันได้ เพราะเทวดาไหล่ซ้าย ปีศาจร้ายไหล่ขวา ที่แผ่ขยายครอบคลุมทั้งเรื่อง จนกลายเป็นไฮไลท์เด็ด มากกว่ามุขตลกสั้นๆนี้ มันมอบความขมขื่นที่บันเทิงเริงใจ ได้ตามจุดประสงค์ของมันไปแล้วเรียบร้อย

เรื่องนี้จัดไป 8 / 10 ครับ

lecterLecter.

———————————————